ข่าวข่าวในประเทศ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 15:37

สายโมเดลบนเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ความต่างนางงามกับนางแบบ

การประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ในบรรดาสาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 40 คนสุดท้าย มีส่วนหนึ่งเคยผ่านการประกวดนางแบบ และผ่านงานเดินแบบ ถ่ายแบบแฟชั่นมาอย่างโชกโชน อาทิ เทนเทน-มนัสนันท์ ภูธัญญบดินทร์ หมายเลข 8 กิฟท์-ณัฐรภัทร์ ศรีนาภัทราสิริ หมายเลข 35 โบว์-สุพัตรา เกียรติจรุงพันธ์ หมายเลข 17 พลอย-พีรชาดา ขุนรักษ์ หมายเลข 26 และตัวเล็ก-ปริญญานาฎ ด่านซ้าย หมายเลข 4

     ภายหลังได้รับความรู้ และประสบการณ์ใหม่ ผ่านการทิกิจกรรมดีๆ ที่กองประกวดมอบให้มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเดินทางไปชุบตัวที่ จ.กระบี่ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และกลับมาขึ้นเวทีประชันโฉมรอบตัดสินวันที่ 30 มิ.ย.61 เหล่าสาวงามที่เคยผ่านงานสายโมเดล ยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า “นางงาม” กับ “นางแบบ” มีความต่างกัน แต่ก็สามารถนำเทคนิคบางอย่างมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้

     "เทนเทน" มนัสนันท์ ภูธัญญบดินทร์ หมายเลข 8 สาวเมืองกรุงวัย 25 ปี ไปเติบโตอยู่ที่ จ.เชียงราย เจ้าของความสูง 177 เซนติเมตร เคยผ่านการประกวดอีลิทโมเดลลุคไทยแลนด์ 2012 ทำงานนางแบบมาระยะหนึ่ง ก่อนหันมาทำงานประจำในบริษัทเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ภายหลังจบการศึกษาปริญญาตรี คณะโบราณคดี สาขามนุษยวิทยา ม.ศิลปากร กล่าวว่า ที่ตัดสินใจมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 เพราะอยากหาประสบการณ์ บวกกับแรงกระตุ้นของคนทางบ้านที่เชียร์ให้ลูกหลาน ประชันความงามบนเวทีขาอ่อนมาโดยตลอด

     ความแตกต่างระหว่างนางงามกับนางแบบ นางแบบต้องพรีเซ้นท์เสื้อผ้า เพื่อขายของ ขายเสื้อผ้าให้ได้ แต่นางงามต้องพรีเซ้นท์ให้ตัวเองดูดี แสดงความสามารถ และทัศนคติที่ดีออกมาให้เราดูสวย คิดว่าการเป็นนางงามยากกว่าการเป็นนางแบบ เป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะไม่เคยทำมาก่อน ส่วนตัวเป็นคนที่พูดไม่เก่ง ต้องคิดให้เป็น ต้องพัฒนางบุคลิกภาพให้สง่างาม ขัดกับไลฟ์สไตล์ซึ่งเป็นคนที่มีอารมณ์หลากหลาย บางจังหวะก็อยากอยู่เงียบๆ มีโลกส่วน บางจังหวะก็อยากทำอะไรตลกๆ เฮฮา

    "กิฟท์" ณัฐรภัทร์ ศรีนาภัทราสิริ หมายเลข 35 สาวเมืองละโว้ จ.ลพบุรี วัย 26 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เจ้าของตำแหน่งรองอันดับ 1 อีลิทโมเดลลุคไทยแลนด์ ปี 2013 ที่เคยผ่านการประกวดนางแบบเวทีไทยซุปเปอร์โมเดล 2009 และปี 2014 รวมทั้งผ่านการประกวดนางงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2016 ที่ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ฉายแสง กล่าวว่า มีประสบการณ์การทำงานเดินแฟชั่น ถ่ายแบบ มานานกว่า 10 ปี ในมุมมองส่วนตัวคิดว่า นางงามกับนางแบบต่างกันตรงที่ นางแบบแค่พรีเซ้นท์เสื้อผ้า เหมือนไม้แขวนเสื้อ หุ่นสูงโปร่ง ไม่ยิ้มให้เด่นกว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพื่อให้เสื้อผ้าดูดีขายออก

     ส่วนนางงามต้องมีจริต ส่งสายตาดูมีชีวิตชีวา มีอินเนอร์ออกมาจากข้างใน ไม่ต้องห่วงว่าตัวเองจะสวยกว่าเสื้อผ้า และต้องเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วทำให้ดูดีมีออร่า ทำให้ตัวเองฉายแสงพุ่งออกมาจนได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเทคนิคบางอย่างนำมาประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์ไปด้วยกันได้

    "โบว์" สุพัตรา เกียรติจรุงพันธ์ หมายเลข 17 สาวเมืองบังไฟโก้ จ.ยโสธร วัย 24 ปี เจ้าของความสูง 176 เซนติเมตร กำลังศึกษาปริญญาตรี ปี 4 คณะศิลปประยุกต์และสาถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบอุตสหากรรม (สิ่งทอและแฟชั่น) ม.อุบลราชธานี ท็อป 10 ไทยซุปเปอร์โมเดล 2013 และเคยประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 มาครั้งหนึ่งแล้ว กล่าวว่า ที่มาประกวดอีกครั้งในปีนี้ เพราะใจรัก และรักเวทีประกวดนางงามที่มีความคาลสสิคที่สุดของประเทศไทย กล่าวว่า นางแบบมีแพทเทิร์น ต้องทำโปรเจคให้สำเร็จ ตอนประกวดนางแบบไม่มีอะไรมาก ทำหน้านิ่งๆ ซื้อมเดินอย่างเดียว นางงามมีการทำกิจกรรมที่มีชีวิตชีวา ทำกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม ประสบการณ์ที่ได้รับนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ เช่น เรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร การพูดในสังคม และการมีทัศนคติคิดบวก

    "พลอย" พีรชาดา ขุนรักษ์ หมายเลข 26 สาวใต้ตาคมวัย 23 ปี จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าของความสูง 170 เซนติเมตร กำลังศึกษาปริญญาตรี ปี 4  คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการประชุมนิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ม.สงขลานครินทร์ เจ้าของรางวัล Editor’s Choice ไทยซุปเปอร์โมเดล 2015 และท็อป 10 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 กล่าวว่า ที่มาประกวดปีนี้เพราะอยากพิสูจน์ความสามารถตนเองบนเวทีนางงามยิ่งใหญ่ระดับประเทศอีกครั้ง ส่วนตัวมีความคิดว่า นางงามกับนางแบบแตกต่างกันตรงที่ นางงามต้องพรีเซ้นท์รูปร่างหน้าตาความสวยทั้งภายนอกภายใน นางแบบพรีเซ้นต์แค่เสื้อผ้า นางงามได้ทำอะไรที่มีความหลากหลายกว่า โดยเฉพาะกิจกรรมเพื่อสังคม ทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงมีพลัง มีบทบาทในสังคม

    "ตัวเล็ก" ปริญญานาฎ ด่านซ้าย หมายเลข 4 สาวเมืองหลวงวัยทีน อายุเพียงแค่ 19 ปี เว้าอีสานไฟแล่บ ตามพ่อแม่ที่เป็นชาว จ.ขอนแก่น กำลังศึกษาปริญญาตรี ปี 1 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ สาขาบริหารกิจการ ม.กรุงเทพ เคยผ่านการประกวดไทยซุปเปอร์โมเดล 2015 กล่าวว่า ที่ตัดสินใจมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 เพราะมีความเชื่อมั่นว่า จะได้รับประสบการณ์ และโอกาสที่ดีในชีวิต เตรียมตัวด้วยการฝึกเดินให้ดูเป็นนางงามมากขึ้น ฝึกการพูด เพราะส่วนตัวมีจุดบกพร่องเวลาพูดแล้วชอบหัวเราะ

     หลังจากได้ทำกิจกรรมร่วมกับกองประกวดมาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้เห็นว่านางงามกับนางแบบมีความแตกต่างกันตรงที่ นางแบบหน้านิ่ง นางงามต้องทำหน้าให้หวาน มีทัศนคติที่ดี ต้องมีความสวยออกมาจากภายใน และโดยส่วนตัวคิดว่า การที่จะก้าวไปประสบความสำเร็จบนเวทีการประกวดนางงามระดับประเทศ เหมือนกับ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 มารีญา พูนเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ที่ยกให้เป็นไอดอลนางงาม ต้องปรับตัวเองอีกหลายด้าน แต่ก็ทุ่มเต็มที่กับทุกกิจกรรม และทำทักวันให้มีความสุข