ข่าวข่าวในประเทศ 4 มิถุนายน 2561 เวลา 17:35

"โอปอล์-หมอโอ๊ค" แจ้งตร.เชือดมิจฉาชีพแอบอ้างขายของลดอ้วน..ขู่ลั่นได้ตัวชัวร์

เอาจริง เชือดแน่ ไม่ใช่แค่ขู่ และอย่าได้คิดว่าจะละเมิดกันได้ง่ายๆที่ล่าสุดวันนี้ 4 มิ.ย.61 "หมอโอ๊ค สมิทธิ์" และ"โอปอล์ ปาณิสรา" อารยะสกุล 2 สามีภรรยาหอบหลักฐานแน่นๆพร้อมทนาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กรณีถูกนำรูปถ่ายและชื่อนามสกุลจริงไปแอบอ้างและตัดต่อใช้โฆษณาผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน ทำให้เกิดการถูกตำหนิ เสียหาย เพราะมีคนเชื่อ และเพื่อแสดงว่าตนไม่เกี่ยวข้อง และเพื่อเป็นบรรทัดฐานว่าถ้าเจอแบบนี้อย่าละเลย

     โดยหมอโอ๊ค และโอปอล์ พร้อมทนายเผยกับสื่อ โดยหมอโอ๊คเผยว่าตั้งแต่ประมาณวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีเฟซบุ๊กจากแอ็คเค้าท์ๆหนึ่ง โพสต์ขายผลิตภัณฑ์ในการลดน้ำหนัก ที่ทั้งสองไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง และยังได้ใช้ชื่อนามสกุลจริง  รูปตน ตำแหน่งนายแพทย์มาประกอบการขาย และมีการใช้คำพูดยืนยันโดยมีการแอบอ้างรูป

     "เขากล่าวอ้างว่าเป็นชื่อของผม และเป็นผลิตภัณฑ์ของผม เป็นการย้ำความมั่นใจให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง รวมไปถึงว่ามีเพื่อนฝูงของเราที่หลงเชื่อได้ซื้อสินค้านี้ไปจริง และส่งข้อความมาสอบถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก็แสดงว่ามีการซื้อขายได้จริง ก็ไม่อยากจะนิ่งนอนใจ จากนั้นเลยได้ค้นรูปภาพต่างๆที่มีการเกี่ยวข้องกับสินค้า ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีการตัดต่อเกิดขึ้น  ภาพจากวันที่ผมเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊กก็มีการนำเอาผลิตภัณฑ์ไปซ้อนภาพ  (จุดนี้โอปอล์พูดขึ้นว่า..เป็นไงล่ะเปรี้ยวมั้ย)

     และยังมีการใช้ภาพในคลีนิคส่วนตัวนำภาพผลิตภัณฑ์ไปตั้งไว้บนโต๊ะ ดูการทำงานมืออาชีพ มีการใส่เงาด้วย บางท่านอาจจะบอกว่าทำไมถึงหลงเชื่อเพราะว่าเป็นภาพที่เห็นว่าเป็นภาพที่ชัดเจน แต่ขอยืนยันว่ามีหลายท่านที่เป็นผู้เสียหาย บางท่านเป็นผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดี บางท่านก็ไม่ทราบว่ามันมีการตัดต่อแบบนี้ได้ ก็มีการไปซื้อ ถึงเราลงตักเตือนไปแล้วก็ยังมีภาพออกมาอีก ถือว่าพวกเราเป็นผู้เสียหาย และมีการใช้เสื้อกาวน์ของแพทย์ ซึ่งเรารับไม่ได้จริงๆ เพราะในทางการแพทย์ผมไม่สามารถสวมเสื้อกาวน์เพื่อเป็นตัวแทนให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งพวกเราที่เป็นแพทย์จะระมัดระวังอย่างมาก อันนี้มีทั้งใช้เสื้อกาวน์ ชื่อ และโรงพยายาบาลที่ประจำอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นาน ภาพแรกพฤหัสที่ผ่านมา ตอนแรกเห็นภาพแรกก็แค่ตักเตือน เพราะเราคิดว่าเขารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขนาดผมกดรีพอร์ต ก็มีการรีพอร์ตผมกลับมาอีกหาว่าเพจผมเป็นเพจปลอม ผมกลัวที่สุดคือมิจฉาชีพมืออาชีพ เป็นอย่างนี้ผมก็เลยไม่ปล่อยผ่านมันอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะมีคนส่งข้อความมาในหลายช่องทางว่ามีการซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจริงๆ ราคาไม่ใช่ถูกหลักพันบาท คนสงสัยสอบถามที่คลีนิกส่วนตัว บางคนสงสัย บางคนถามว่าทำไมขายผลิตภัณฑ์แบบนี้ แปลว่ามีคนเชื่อ เขาแอบอ้างเพราะเขาใช้คำว่า ต้องขอบคุณนายแพทย์สมิทธ์ อารยะสกุล ได้ผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา

     พี่โอปอล์จะทำอย่างไรต่อไป
     โอปอล์ : ตามขั้นตอนวันนี้เรามาแจ้งความ 
     ทนาย : วันนี้เรามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้จัดการดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างนำรูป นำชื่อ คุณหมอไปตัดต่อ ใส่ข้อมูลอันเป็นเท็จไปขายสินค้าหลอกลวงผู้บริโภค และเพื่อยืนยันหมอบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องใดกลุ่มบุคคลดังกล่าว ฝากพี่สื่อๆไปยังปชช. ให้ทราบข้อเท็จจริง จะไม่ตกเป็นเหยื่อ เบื้องต้นก็ดำเนินคดีในข้อหาผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ 

     โอปอล์เห็นว่ามีการส่งอีเมลเข้ามา
     โอปอล์ : คือก่อนที่จะมาเป็นรูปพี่โอ๊ค เพื่อนปอที่เป็นนักข่าว ที่อ่านข่าว ด้านหลังเป็นโลโก้ช่อง  เป็นการเอาโปรดักช์ถุงเข้าแต๋นมาวาง แล้วก็บอกว่ามันดีจริงๆเป็นภาพนักข่าวยกนิ้ว เรารู้เลยว่ามันตลกมาก เป็นโฟโต้ช้อปค่อนข้างพีค พอมันเกิดกับเราๆไม่ตลกแล้ว แต่มันพีคมากพอ ที่ตัดสินใจเข้าแจ้งความเพราะมีคนเชื่อ  มีคนสั่งซื้อ และมีคนอีเมลมาต่อว่าเยอะ ทำไมถึงขายผลิตภัณฑ์นี้ เราจึงคุยกับพี่โอ๊คว่ามีคนที่โดนกระทำอย่างพวกเรามาก แต่บางคนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ เราลองมาลุยกันมั้ยเพื่อแสดงให้เห็นว่า เป็นต้นแบบให้เห็นว่าคุณทำแบบนี้ไม่ได้  ประเด็นที่ 2 คือในเมื่อมีคนซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ถ้าเขาใช้แล้วเค้าเป็นอะไรเราคงเสียใจมาก

     เบื้องต้นเราคาดเดามั้ยคนที่ทำนี่เป็นคนไทยหรือต่างประเทศ
     โอปอล์ : เมื่อกี้คุยกับท่านสารวัตร เขาบอกว่าไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกประเทศเราเอาผิดได้ทั้งหมด 
     หมอโอ๊ค : ในพรบ.คอมใหม่ ไม่ว่าใครก็ตามที่โพสต์สร้างความเสียหายในประเทศไทยก็สามารถเอาผิดได้ เรื่องนี้ก็อยากฝาก วันนี้ที่เราตั้งใจมามี 2 ประเด็น คือ 1 อยากสื่อว่าผลิตภัณฑ์นี้เราไม่ได้เกี่ยวข้อง อาจจะเกิดความอันตรายได้หากมีผู้นำไปใช้  และอันที่ 2 ที่เรารู้สึกว่ามันสำคัญมากๆ อยากให้เป็นบรรทัดฐานว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้กับเราอย่าละเลย ผมมีความรู้สึกว่าผมมองในหลายคอมเม้นท์แล้วก็สละเวลา กำลังทรัพย์ส่วนตัว เพราะว่าหลายคอมเม้นท์ หลายท่านขาดความเข้าใจ มีคอมเม้นท์ในลักษณะที่ว่าให้ปล่อยไป เอาผิดไม่ได้  ที่ผมรู้สึกแย่คือว่า ทำไปเถอะคนไทยคนไทยขี้เกียจ ไม่อ่านหนังสือหรอก รวมไปถึงตัวผมว่าที่โดนแอบอ้างเขาไม่มาอะไรหรอก ผมอยากบอกว่าคนไทยไม่ได้ง่ายขนาดนั้น  เราก็เต็มที่
     โอปอล์ : ตั้งแต่ผมอยู่กับพี่โอ๊คมา ไม่เคยเห็นเขาโมโหในประเด็นไหน แต่พอเป็นเรื่องนี้ปุ๊ป เรารู้ว่าเขาแตะประเด็นเซนซิทีฟพี่โอ๊คเยอะมาก พี่โอ๊คไม่ทำอะไรที่ส่งผลเสียกับใครแน่ๆ แล้วสองเอารูปในเสื้อกาวน์ของเขามา ซึ่งจริงๆพี่โอ๊คในทางจรรยาบรรณแพทย์พี่เขาไม่เคยนำไปใช้แอบอ้าง แล้วที่สำคัญมีคนเชื่อหลังจากที่ซื้อสินค้าแล้วโทรเข้าไปสอบถามในคลีนิก มีความรู้สึกว่าเขาใช้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมาล้อเล่นกับคนอื่น พอเราแจ้งความก็มีข้อความบอกว่าไม่มีประโยชน์เสียเวลา 
     หมอโอ๊ค : ตอนนี้ก็ยังมีผู้สั่งซื้ออยู่จนวินาทีนี้ ยังเชื่อ ยังเถียงในใจ ยังคิดว่าเขามีปัญหากัน ผมก็ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเราจริงๆ 
     โอปอล์: หลายคนที่ดูถูกกระบวนการยุติธรรม เมื่อกี้คุยกับตำรวจ จริงๆแล้วเช็คได้หมด  มันเซิร์ซ ไม่ยาก และถ้าใครที่เป็นผู้เสียหาย หรือใครที่เจออ้างอิง สามารถแจ้งความได้

     อีกทั้งโอปอล์ และหมอโอ๊คยังเผยว่าเรื่องนี้อย่างน้อยน่าจะมีคนไทยร่วมด้วย อีกทั้งยังบอกว่าอีกฝั่งไม่มีการติดต่อคุยกันเพราะอีกฝั่งรีพอร์ตตน  และเป็นมืออาชีพมาก ไม่แปลกที่มีคนหลงเชื่อ รู้สึกว่าเป็นกระบวนการที่ใหญ่ ส่วนวิธีระวังนี่ดูว่าถ้ามีการอวดอ้างเกินจริงนี่เราต้องระวังแล้ว  

     อย่างประเด็นแปะหน้าท้อง 7 วันแบนราบ จุดนี้หมอโอ๊คยืนยันว่าการลดน้ำหนักไม่มีทางลัด  ส่วนโอปอล์ก็เสริมว่าเรื่องนี้ต้องใช้สติเยอะ ซึ่งเพจนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ตอนนี้ตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูล มั่นใจว่าจัดการได้

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ