ข่าวข่าวในประเทศ 12 เมษายน 2561 เวลา 14:35

"ก๊อต" เผยต้องรอถึง 7-8 ปี กว่าจะมีวันนี้ในวงการบันเทิง

  • สยามดารา

เป็นนักแสดงหนุ่มอีกคนที่มีวินัยในการทำงานสูงมาก สำหรับ "ก๊อต" จิรายุ ตันตระกูล ที่เข้าวงการบันเทิงมา 7-8 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จนมารับบท "พระหลวงสรศักดิ์ , สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 , พระเจ้าเสือ" ในละคร "บุพเพสันนิวาส" ก็ทำให้ชื่อ "ก๊อต จิรายุ" ดังเป็นพลุแตก แถมมีแฟนๆ ฟอลโล่ในไอจีจากหลักแสน ตอนนี้ก็พุ่งไปที่หลักล้านเรียบร้อยแล้ว

     ล่าสุด วันนี้ (12 เม.ย.) "ก๊อต" มาร่วมงาน "สงกรานต์งานกาด โดยห้องเสื้อ "ภูษาลายอย่าง และ เทวาผ้าไทย" ห้องบอลรูม ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ รางน้ำ งานนี้เจ้าตัวมาอัพเดทเรื่องงานให้ฟังว่า 

     ช่วงนี้คือนาทีทองของตัวเองในชีวิตวงการบันเทิง หลังละครบุเพฯ ดังกระหึ่ม เหมือนเป็นจังหวะที่เฝ้ารอมา 7-8 ปี รับมีงานแทบทุกวัน  สงกรานต์นี้ไม่คิดเรื่องเที่ยว ขอปั๊มเงินก่อน ตั้งใจออกอีเว้นท์ทำให้แฟนละครมีความสุขที่สุด ขอลำบากช่วงนี้เพื่อครึ่งปีหลังจะได้สบายๆ แถมยังบอกอีกว่าเล็งพาแฟนสาว "โบว์ เบญจวรรณ" ไปเที่ยวที่วางแพลนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว สนองที่ตั้งเป้าอยากใช้ชีวิตให้เต็มที่ เผยเคยคุยฝ่ายหญิงไม่ซีเรียสเรื่องมีชีวิตครอบครัว ยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร

     มีข่าวว่างานเยอะจะไปที่อุดรต่อ ?
     "ใช่ครับ เดี๋ยวพอเสร็จงานนี้ผมก็แว๊บไปเลย (ไปทำงานที่นั่น ถือโอกาสเที่ยวต่อเลยไหม )คงไม่ครับ เพราะว่ามันเหมือนเป็นช่วงที่ ถ้าผมทำงานช่วงนี้  จะทำให้ ครึ่งปีหลังของผมอยู่สบายขึ้น อันนี้ตรงตรงจากใจครับผม" 

     คือเราตั้งใจจะไปเที่ยว ครึ่งปีหลังเลยใช่ไหม?
     "ครับ คือครึ่งปีหลัง ตั้งใจจะทำงานเขียนของตัวเองให้เสร็จ และก็ไปเที่ยวในสถานที่ ที่ตัวเองเซตไว้แล้วตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ผมอยากไปนิวซีแลนด์ อยากไปหลายที่อยู่เหมือนกันครับ การขยันทำงานช่วงนี้ มันก็ทำให้ผมเดินทางสะดวกขึ้น"

     ประมาณว่าเรายอมที่จะเหนื่อยพรุ่งนี้ เพื่อไปสบายช่วงหลัง?
     "ใช่ครับ เราทำงานตอนนี้เราใส่ Energy เต็มที่ เพราะไปอีเว้นท์ทุกครั้งก็ระลึกอยู่เสมอ ว่าหน้าที่ของเรา คือทำให้กันแฟนละคร มีความสุข แฟนช่อง 3 มีความสุข"

     แฮปปี้ ไหมตอนนี้งานแน่น?
     "ดีใจมากครับเป็นความรู้สึกที่ ผมรอมานานบ่มมานาน 7 -8 ปี แล้วมันโป๊ะแตก แต่เราก็โอเค( ยอดฟอลโล่เยอะขึ้นขนาดไหน) มันเยอะขึ้นขนาดไหนเหรอ มันก็ค่อยๆ ขึ้น ค่อยๆ ขึ้นทีละหน่วยนะ แต่เป็นทีละหน่วย จากหลายทิศหลายทาง แล้วก็รวมตัวกัน ซึ่งก็ทำให้เรารู้บางสิ่งบางอย่าง ต่อให้เราทำงาน แต่ไม่มีคนดูมันก็ไม่มีประโยชน์ แต่ตอนนี้เพราะเราทำงาน แล้วงานของเรา มีคนดูเยอะมาก มันส่งผลต่อหลายๆ เรื่องมากเลยครับ ตอนนี้"

     ตอนนี้ แฟนๆ เขาเรียกเราว่าอะไร เรียกมะเดื่อหรือพี่แสน?
     "ถ้าเจอผู้หญิงเขาจะเรียกว่ามะเดื่อ แต่พอเจอผู้ชาย เขาก็จะชอบไปทางฝั่งพี่แสน "

     ช่วงนี้ชีวิตเปลี่ยนเลยไหมจากที่ละครออนแอร์ติดกัน 2 เรื่อง?
     "ไม่เปลี่ยนนะผมก็ยังคงเป็นผม ที่เปลี่ยนไปก็แค่วันว่างเท่านั้นเอง การใช้ชีวิตก็ยังดำเนินไปในรูปแบบเดิม เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา คือไปในตามสถานที่ต่างๆ ที่เจอผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นแฟนแฟนละคร ชื่นชอบบทประพันธ์ ชื่นชอบความสนุกในละคร แล้วก็มาพบเจอเรา "

    แฟนคลับสาวๆ เยอะขึ้นไหม?
     "ครับเยอะอยู่ครับ อย่าพูดออกสื่อมากเลย(หัวเราะ) (โบว์เขาเข้าใจเรื่องนี้ไหม) เข้าใจครับ ล่าสุดเพิ่งคุยกันเมื่อ 2 วันก่อน เขาก็ดีใจในตัวเรานะ วันที่เราเหนื่อยเขาก็ซัพพอร์ตเรา ส่วนวันนี้เราก็ซัพพอร์ตเขาเหมือนกัน คือผมกับโบว์เราเป็นคนที่คุยกันคุยกันเหมือนเพื่อนเราแชร์ด้วยกันตลอดเวลา มีอะไรตรงไหนใครไม่โอเคก็จะบอกกัน เพราะว่าการคุยกัน มันทำให้เข้าใจกันมากขึ้น ไม่มีหึงครับ"

     คบกันมาก็จะ 5 ปีแล้ว มีคิดเรื่องข่าวดีกันบ้างไหม?
     "บังเอิญว่าผมกับโบว์มีเป้าหมายเดียวกัน เราไม่ได้อยากมีลูก เราไม่ได้คิดไม่ได้ซีเรียสเรื่องแต่งงาน แต่เราซีเรียสเรื่องประสบการณ์ชีวิต แต่เราซีเรียสว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างเราอยากใช้ชีวิตให้มันคุ้มยังไง เราเชื่อว่า การที่เราหยุดอยู่กับที่ มันจะทำให้เราไม่เติบโตทั้งทางด้านสุขภาพและจิตวิญญาณ ผมไม่ซีเรียสเรื่องงานแต่งครับ "

     โบว์เข้าใจไหม?
     "เข้าใจครับ"

     ตามประสาผู้หญิงเขาไม่อยากจะใส่ชุดเจ้าสาวบ้างเหรอ?
     "ถ้าผู้หญิงทั่วไปก็อาจใช่ แต่เขาเป็นสเปเชียลของผม (อันนี้คุยกันแน่แล้วใช่ไหม)ใช่ (ไม่ได้คิดเองนะ) โน โน โน เพราะว่าถ้าเขาเหมือนคนทั่วไปผมก็อาจจะไม่หยุดอยู่ที่เขาก็ได้ "

     ถามถึงเรื่องงานต่างประเทศ?
     "คือช่วงนี้ไม่ได้รับงานต่างประเทศ เพราะมีงานในไทยที่ต้องรับผิดชอบอย่างปีที่แล้ว มีบุพเพสันนิวาส คมแฝด หนึ่งด้าวฟ้าเดียว เล่นเป็นพระยาพิชัยดาบหักซึ่ง แต่ละตัวละครต้อง Research เยอะทำงานเยอะ และก็ไม่รู้จะเอาเวลาตรงไหนเสียบไปทำงานที่ต่างประเทศ เพราะทำงานที่ต่างประเทศเราก็ต้องทำการบ้านหนักอีก จับฉ่ายไปหมดจะไม่มีอะไรอร่อยสักอย่างเดียว ผมเชื่อว่าถ้าเรามีฝีมือ และเราพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา โอกาสมันจะวิ่งมาหาคนที่พัฒนาตัวเอง แต่ถ้าผมหยุดอยู่กับที่แล้วไม่พัฒนาตัวเอง มันก็จะรอหายไป "

     ขณะนี้เรามีเอเจนซี่ไหม?
     "ตั้งแต่เข้าวงการมาผมไม่เคยมีเอเจนซี่ เดินขึ้นบันไดของวงการนี้ด้วยขาของตัวเองมาตลอด แต่อาศัยความมุ่งมั่นในการแคสติ้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ก็ไป แคสติ้งหมด เราก็ถือว่าหนึ่งในสิ่งสำคัญของนักแสดงคือการแคส เพราะถ้าเราแคสได้เราก็ฝึกปรือฝีมือมาดี ถ้าเราแคสไม่ผ่านแสดงว่าเราก็ห่วยจบ( งานไทยเบาเราก็อาจจะกลับไปอีก) ใช่ครับ

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ