ข่าวข่าวในประเทศ 3 เมษายน 2561 เวลา 18:35

จากปาก "เคนพอร์ช" ผมมโนไปเอง ยอมขอโทษ "ญาญ่า" ออกสื่อแล้ว

กลายเป็นประเด็นดราม่าอยู่พักใหญ่ สำหรับ กรณี "พอร์ช" สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ หรือ "เคนพอร์ช" นักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย มีข่าวเม้าท์ว่าเป็นมือที่ 3 ทำให้คู่จิ้น NY "ณเดชน์ คูกิมิยะ" กับ "ญาญ่า" อุรัสยา เสปอร์บันด์ ต้องมีปัญหากัน ล่าสุด วันนี้ (3 เม.ย.) เจ้าตัวได้ไปออกรายการ โหนกระแส ของ "หนุ่ม กรรชัย" เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 และเคลียร์ทุกอย่าง พร้อมทั้งขอโทษสาวญาญ่าออกสื่อด้วย

     เคนพอร์ชคือ?
     "ความจริงผมชื่อเคนเฉยๆ ครับ ชื่อพอร์ชมาจากวันแรกที่ผมไปเดินแบบ มีคนชื่อเคนซ้ำกัน 5 คน ช่วงนั้นผมตัวใหญ่กว่านี้เยอะมาก คนเลยทักว่าเหมือนคุณพอร์ช ศรัณย์หรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาเลยบอกว่าชื่อพอร์ชละกัน เรียกง่ายดี วันหลังมาเดินแบบก็ให้ใช้ชื่อนี้นะ เขาเรียกพอร์ชเฉยๆ แต่ประเด็นคือพอมีงาน เรียกพอร์ชมา แต่เพื่อนก็รู้จักในนามเคนพอร์ช ก็เลยไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยต้องมาเป็นแบบนี้"

     คุณเป็นไฮโซหรือเปล่า?
     "ไม่ใช่ครับ ผมเป็นคนธรรมดานี่แหละครับ"

     คำว่าไฮโซมาจากไหน?
     "ไม่รู้เหมือนกัน"

     แต่คุณเป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย?
     "ใช่ครับ ที่ใส่หน้ากากสีขาวๆ"
 
     เข้าสู่วงการฟันดาบ ได้ยังไง?
     "จริงๆ ผมเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจากว่ายน้ำก่อน ตอนอนุบาล 2 แล้วพอเริ่มว่ายน้ำก็เริ่มไต่เต้าไปเรื่อยๆ เป็นระดับเยาวชน ตัวเล็กก็เลยเปลี่ยนไปเล่นตั้งแต่เทนนิส กอล์ฟ โปโลน้ำ แต่ท้ายที่สุดมาจบที่กีฬาฟันดาบพ่อแม่ผมไปรีเสิร์จมาว่ากีฬาชนิดนี้อาจจะมาในอนาคต และคนที่เล่นในประเทศไทยไม่ได้เยอะมาก เป็นตลาดที่กำลังจะเกิดใหม่ในช่วงนั้น"

     เป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย เข้ามาได้ยังไง?
     "เขาจะจัดหาคน 10 คนที่มีคะแนนดีที่สุด เก่งที่สุดของประเทศ  ใช้เวลา 3 เดือนในการคัด 10 คน ให้เข้ามาแข่งกันทุกวัน หาคนที่เก่งที่สุด 4 คนสุดท้ายของประเทศ แล้ว 4 คนนี้จะเป็นทีมชาติชุดใหญ่"

     เคยได้รางวัล?
     "ผมเคยได้เหรียญทองแดงซีเกมส์ที่อินโดนีเซีย ก็ชิงแชมป์ของประเทศไทยได้เหรียญทอง"

     หลังจากนั้นคุณเข้ามาสู่วงการเดินแบบ หรือเดินแบบก่อนแล้วฟันดาบ?
     "ผมฟันดาบก่อนครับ มีช่วงหนึ่งผมหยุดพักจากกีฬาฟันดาบ แล้วไม่ว่าจะด้วยเรื่องของกีฬานี้เป็นที่รู้จักน้อย สปอนเซอร์อาจไม่ค่อยมีมาก เรื่องงบในการส่งพวกผมไปแข่งต่างประเทศ ส่วนใหญ่พวกผมเองออกตังค์เพื่อส่งตัวเองไปแข่งเอง ผมมองหลายๆ อย่าง มันเหนื่อย เราก็หยุดสักช่วงหนึ่งล่ะกัน แล้วไปทำงานอย่างอื่นบ้าง"

     แต่ไม่ได้ทิ้ง?
     "ไม่ได้ทิ้งครับ มีหยุดซ้อมบ้างช่วงหนึ่ง มองว่าถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรอย่างอื่นที่เป็นประสบการณ์ชีวิตมันก็โอเค ช่วงนั้นได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่งที่เดินแบบอยู่ เขาก็พาผมไปรู้จักผู้ใหญ่ ให้มาลองเดินแบบ ส่วนสูงได้ ก็เลยหลุดเข้าไป"

     เอาแบบเคลียร์ๆ รู้จักญาญ่ามั้ย?
     "รู้จักครับ รู้จักผ่านสื่อนี่แหละครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนคลับเขา"

     รู้จักส่วนตัวมั้ย?
     "ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว"

     เรื่องเกิดขึ้นได้ยังไง?
     "มันก็เกิดขึ้นจากในทวิตผมนี่แหละครับ มีการโพสต์ ผมก็ไม่ใช่คนมีชื่อเสียงขนาดนั้น ก็เป็นคนธรรมดาปุถุชนทั่วไป วันนั้นผมก็โพสต์ว่าณเดชน์ ญาญ่าเลิกกันแล้วหรือยัง ถ้าเลิกผมจะขอดูแลญาญ่าเองนะครับ ผมก็โพสต์แบบนี้ เป็นการโพสต์ล้อเล่น  เราไม่ได้คิดอะไรมาก"
 
     มีข่าวออกมาเหรอ?
     "ตอนนั้นที่โพสต์ไม่ได้มีข่าวด้วยครับ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันถึงได้โพสต์ ไม่ได้ตั้งใจ"

     คุณรู้มาก่อนว่าเขาระหองระแหงกันหรือเปล่า?
     "เหมือนเคยได้ยินแต่นานมากแล้ว แต่ก็ด้วยอะไรสักอย่าง วันนั้นผมพิมขึ้นมา"

     คุณเป็น แฟนคลับ ญาญ่า?
     "ปกติก็ติดตามผลงานญาญ่า ชื่นชอบเขาอยู่แล้ว"

     หลังจากนั้น เป็นข่าวมาได้ยังไง ไอจีคุณมีคนตามแค่พันคน?
     "ใช่ครับ ข้อความนั้นคนทวิตต่อไม่มี มีคนไลค์ 2 คน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อีกวันหนึ่งที่ผมตื่นมาตอนเช้า มันขึ้นมาอยู่บนข่าว ในเพจเฟซบุ๊ก เพื่อนผมส่งมาว่าเกิดอะไรขึ้น ไปทำอะไรมาวะ ข่าวก็อบกว่าเป็นมือที่ 3 ณเดชน์ ญาญ่า มีรูปผมแปะอยู่ตรงกลาง ตอนแรกผมงง ตกใจมาก"

     ลำพังแค่นี้ไม่เท่าไหร่ หลังประเด็นคุณโพสต์ทวิตเตอร์ลงไป มีกระแสข่าวตามมา เขาอบกว่าคุณเองไปนั่งเฝ้าคุณญาญ่าที่กองถ่ายโฆษณาแห่งหนึ่ง เรื่องจริงมั้ย?
     "ไม่จริงครับ ไม่เคยไปครับ"
 
     งงมั้ยมีข่าวนี้มาได้ยังไง?
     "งงครับ ผมไม่รู้ว่าเรื่องมันโยงประเด็นจนกลายเป็นเรื่องราวเรื่องใหญ่โตมาแบบนี้ได้ยังไง ผมงงครับ"

     หลังจากนั้นแฟนคลับญาญ่าไปต่อว่าคุณ?
     "ใช่ครับ โหย เข้ามาอินบ็อกซ์ในอินสตาแกรมบ้าง เข้ามาเม้นต์ในอินสตาแกรม บางคนก็ลงรูปแล้วแท็กมา ว่าผม ว่าบุพากรีผมบ้าง หลายสิ่งหลายอย่าง"

     คิดมั้ยว่าเป็นเพราะความคะนองทำให้มีเรื่องเกิดขึ้น ทำให้ไปตอกย้ำความรู้สึกแฟนๆ?
     "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อยากให้ดูที่เจตนาดีกว่า เจตนาจริงๆ ผมเชื่อว่าในประเทศนี้คนที่รู้จักญาญ่า 10 ล้านคนหรือคนทั่วโลก ก็อาจจะโพสต์คล้ายๆ กับสิ่งที่ผมเขียน แต่แจ็กพอตบังเอิญที่ขึ้นมาเป็นข่าวได้ ผมเลยอยากให้มองที่เจตนาของผมดีกว่า ผมไม่ได้มีเจตนาคิดร้าย อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้"

     แอบญาญ่าชอบจริงๆ มั้ย?
     "(หัวเราะ) เขาเป็นผู้หญิงน่ารัก ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกว่านั้น"

     คุณปิดไอจีหนีทำไม?
     "ผมไม่ได้ปิดไอจีนะ แต่ผมเปลี่ยนเป็นไพรเวท เหมือนตั้งสติตัวเอง ปิดไพรเวทก่อน เพราะมีคนเข้ามาแสดงความเห็นต่างๆ นานา เยอะแยะมากมาย ให้เวลาตัวเองในการเป็นส่วนตัวนิดนึง เพราะบางคนก็ให้ความคิดเห็นที่ไม่โอเคสักเท่าไหร่ ผมปิดไพรเวทเพื่อตัวผมด้วย ผมไม่รู้ว่าผมจะเจอกับอะไร"

     พ่อแม่ว่ายังไง?
     "แม่ผมก็บอกว่าทำไมผมทำอย่างนั้น เขาก็เชื่อว่าผมเป็นมือที่3 เขาจริงๆ แม่บอกทำไมทำตัวแบบนั้นทำตัวไม่ดีเลย ผมก็บอกว่า โห แม่ครับ พ่อไม่ได้พูดอะไรมาก บอกให้ตั้งสติดีๆ"

     ส่วนแรก เป็นเรื่องคึกคะนองของเขาเอง อีกเรื่องคือข่าวที่บอกว่าคุณมานั่งเฝ้าที่กองโฆษณา?
     "ผมก็ตามไม่ทันครับ ไม่รู้ว่ามาจากไหนบ้าง มันเยอะ"

     แล้วทำไมตอนที่ไปออกอีเว้นท์ถึงไม่ตอบสื่อ บอกจะตอบอีเว้นท์หน้าก็ไม่ยอมตอบ?
     "คือในตอนที่เขาติดต่อมา งานวันที่ 1 เม.ย. เขาไม่ได้บอกผมว่าจะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องคุณญาญ่า ผมตกลงจะให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เฉพาะวันที่ 4 เม.ย. เท่านั้น ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นอยู่แล้ว"

     คุณไปรับปากงานวันที่ 4 เมษา?
     "ครับ ผมก็กลัวเสียผู้ใหญ่ กลัวเสียงาน ผมรับปากไปแล้วด้วย ผมก็ต้องทำให้ได้"

     คุณรับปากจะพูดวันที่ 4 ไม่ช้าไปเหรอ ญาญ่าเขาออกมาพูดแล้ว?
     "ผมก็คิดเหมือนกันว่ามันจะช้าไปหรือเปล่า ก็ต้องขอโทษด้วย ที่ผมทำให้ทุกอย่างมันล่าช้า ต้องโทษที่ตัวผม ที่ทำให้ทุกอย่างมันช้าเอง"

     วันนี้วันที่ 3  ยังไม่ถึงวันที่ 4 ทำไมออกมาพูดก่อน?
     "ผมรู้สึกว่าที่นี่ ที่ช่อง 3 เป็นบ้านคุณญาญ่า ผมแสดงความบริสุทธิ์ใจ เจตนาของผมเพื่อมาขอโทษจริงๆ มาขอโทษถึงบ้าน มาที่นี่เหมาะสมที่สุดแล้ว"

     คุณอยากบอกอะไรกับญาญ่า?
     "ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่คิดว่าการมโนของผม หรือการโพสต์เล่นๆ ขำๆ ของผมจะไปทำให้ทางคุณญาญ่ามีปัญหา หรือเสียหายอะไร ผมไม่มีเจตนาอย่างนั้นจริงๆ ก็ฝากเตือนคนอื่นด้วย ให้ผมเป็นอุทาหรณ์ล่ะกัน เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะตามมา ตัวผมเองก็เก็บไว้เป็นบทเรียนแล้วกันครับ" 

     ถือว่าเป็นบทเรียน?
     "ครับผม เข็ดครับ"

 

อินสตาแกรม : urassayas

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ