ข่าวข่าวในประเทศ 17 มกราคม 2561 เวลา 12:33

"เสก" รับทราบข้อหาคดียาเสพติดแล้ว

นักร้องร็อคเกอร์ดัง เสก โลโซ เดินทางมารับทราบข้อหาคดียาเสพติดแล้ว ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 โดยจะส่งหลักฐานยาไพโบล่า ให้ตำรวจตรวจ 24ม.คนี้ เจ้าตัวให้การภาคเสธทุกข้อกล่าวหา

     ร็อคเกอร์ชื่อดัง เสกสรรค์ สุขพิมาย พร้อมด้วย อีฟ - อภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์ แฟนสาว และนายมงคลวิจิตร ธนโสภณ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดียาเสพติด หลังตรวจพบปัสสาวะสีม่วง ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา เสกได้ส่งทนายความมาเพื่อขอเลื่อนนัด โดยอ้างว่าติดธุรส่วนตัว  

     โดยขณะเดินทางมายัง สน.คันนายาว เสกได้ไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าจะมารับทราบข้อกล่าวหา โดยได้ เข้าพบ พ.ต.ต ยุทธศิลป์ พละสาร สารวัตร (สอบสวน) สน. คันนายาว และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการสอบปากคำ 

      หลังเข้าให้ปากคำเสกได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี และได้พูดคุยทักทายสื่อมวลชน และเผยว่าวันนี้ตนเดินทางมารับทราบข้อหาและให้การภาคเสธทุกข้อกล่าวหา โดยหลังจากนี้ตนจะให้ทนายความนำหลักฐานเกี่ยวกับยา รวมถึงใบรับรองแพทย์มายืนต่อพนักงานสอบสวน ในวันที่ 24 มกราคมนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ หลังจากนั้นปล่อยให้เป็นกระบวนการทางศาล

      เสกยังเปิดเผยว่าตนไม่มีความกังวลใจและมั่นใจในหลักฐานที่มี เนื่องจากวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นที่บ้านพัก ไม่พบอุปกรณ์การเสพ และยาเสพติด รวมถึงผลปัสสาวะของแฟนสาวด้วย

     เจ้าตัวยังได้กล่าวทิ้งท้ายขอโทษประชาชนคนไทยที่ทำให้รู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องข่าวของตน โดยยืนยันว่าไม่ไดัมีเจตนาที่ไม่ดีหรือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชนอย่างแน่นอน

     ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพ.ต.ท. อำนาจ พุ่มวงษ์ รอง ผกก. (สอบสวน) หัวหน้างานสอบฯ ได้กล่าวถึงเรื่องที่ กรณี เสกเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาว่า หาก เสก โลโซ ให้การปฎิเสธ จะทำอย่างไรต่อไป?

     "เมื่อผู้ต้องหาให้การปฎิเสธโดยให้การว่าเกิดจากการกินยารักษาโรคไบโพล่าร์โดยจะนำเอาตัวยารักษาโรคไบโพล่าร์พร้อมใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลวิชัยยุทธมามอบให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 24 มกราคม 2560 เวลาประมาณ 10.00 น. พนักงานสอบสวนจึงต้องรับฟังพยานหลักฐานของผู้ต้องหา จากนั้นต้องนำตัวยาดังกล่าวส่งตรวจพิสูจน์ เป็นการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อได้ผลการตรวจพิสูจน์แล้วจึงจะสามารถสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 12 พิจารณาต่อไป"

     "ในเบื้องต้นงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ต้องหาทราบว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครอง , ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฏหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้มอาวุธปืน , ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีอิน (ยาบ้าหรือยาไอซ์)และเมตาโบโลน์ (หรือยาอี) โดยผิดกฎหมาย"

     ในส่วนที่เกี่ยวกับยาเสพติดจะต้องทำอย่างไรต่อไป?
     "ต้องทำการสืบสวนต่อไปเนื่องจากตามกฏหมายผู้เสพคือผู้ป่วย ต้องได้รับการบำบัดและต้องทำการขยายผลเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องหรือสมคบกันบ้าง สำหรับผู้ค้าผู้ขายยาเสพติด สน. คันนายาว จะได้ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดและใช้มาตรการมาตรการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องเช่น พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 , พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542 เป็นต้น ดำเนินการยึดทรัพย์ คดีนี้แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ข้อมูลรายละเอียดพอสมควร เช่นจาก พล.ต.ต. ประสพโชคพร้อมมูลซึ่งเป็นผู้ที่พาผู้ต้องหาไปบำบัดการติดยาเสพติดตามที่เป็นข่าวมาแล้วจะได้สืบสวนต่อไป"

     ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทราบมาว่า ทางด้านเสก จะฟ้องร้องเกี่ยวกับทำให้เสียทรัพย์ เรียกร้องค่าเสียหาย?
     "เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฎิบัติไปตามอำนาจหน้าที่และถูกต้องตามกฏหมาย แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 94 ซึ่งบัญญัติว่า "ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ทำการค้นในที่รโหฐานสั่งเจ้าของหรือคนอยู่ในนั้นหรือผู้รักษาสถานที่ซึ่งจะค้นให้ยอมให้เข้าไปโดยมิหวงห้าม อีกทั้งให้ความสะดวกตามสมควรทุกประการในอันที่จะจัดการตามหมาย ทั้งนี้ให้พนักงานผู้นั้นแสดงหมายหรือถ้าค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายก็ให้แสดงนามและตำแหน่ง ถ้าบุคคลดังกล่าวในวรรคต้นมิยอมให้เข้าไป เจ้าพนักงานมีอำนาจใช้กำลังเพื่อเข้าไปในกรณี จำเป็นจะเปิดหรือทำลายประตูบ้านประตูเรือนหน้าต่าง รั้วหรือสิ่งกีดขวางอย่างอื่นทำนองเดียวกันนั้นก็ได้"

     "ดังนั้นหากคุณเสกต้องการจะแจ้งความดำเนินคดีก็สามารถทำได้ แต่พนักงานสอบสวนก็จะวินิจฉัยได้ทันที การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เป็นความผิดเพราะกฎหมายให้อำนาจไว้หรือผู้ต้องหาจะฟ้องคดีแพ่งต่อศาลก็สามารถทำได้ ซึ่งทางเราก็พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเพื่อต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป"

     โดยหลังจากเจ้าพบเจ้าหน้าเรียบร้อยแล้ว "เสก โลโซ" ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า..

      วันนี้มาทำอะไรบ้าง?
     "วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาครับ หลังจากที่เราเลื่อนมาตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. มาวันนี้ก็เรียบร้อยดี ผมก็ให้การภาคเสธ ก็คือปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ก็จะไปว่ากันในชั้นศาล ทางตำรวจก็ทำหน้าที่ได้ดีมากทีเดียว ทุกอย่างก็เสร็จลงด้วยดีครับ"

     เอกสารที่นำมามีอะไรบ้าง?
     "เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น และเรื่องการเกี่ยวพันเรื่องยาเสพติด เราก็ให้การเหมือนที่ผมเล่าให้ฟังที่บ้านผม คือเราได้กินยาไบโพล่า ดังนันเดี๋ยวทนายของผมจะไปตามใบรับรองแพทย์ และเอายาที่ผมมีอยู่ที่บ้านมามอบให้เขา จากนั้นก็เสร็จ ก็หมดหน้าที่ของตำรวจ ผมก็ไม่ต้องมาที่โรงพักนี้แล้วครับ ต่อไปก็ไปว่ากันที่ชั้นศาล"

     แนวทางต่อไปจะเป็นยังไง?
     "วันที่ 20 กว่าทนายผมเขาจะเอาตัวยาที่ผมกินและใบรับรองแพทย์มามอบให้ตำรวจ ก็เสร็จแล้ว ทีนี้ก็ไปว่ากันที่ศาลว่าเขาจะตัดสินว่ายังไง"

     มียาไบโพล่าร์ ยานอนหลับ และยาเสริมสรรมถภาพทางเพศด้วย?
     "ยาสรรถภาพทางเพศอันนั้นเอามาให้ดูตลกๆ กินบ้างไม่กินบ้าง ยังสู้อยู่ (หัวเราะ)"

     ยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติดแน่นอน?
     "ยืนยันครับ ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา"

     แต่ตำรวจออกผลยืนยันว่าเรามีสารเสพติด อธิบายเรื่องนี้ยังไง?
     "เนื่องจากว่าตำรวจพอเข้าไปที่ห้องผมแล้วนั้น ก็ไม่ได้พบยาเสพติดแต่อย่างใด และไม่พบอุปกรณ์การเสพแต่อย่างใด และที่สำคัญคืออีฟเขาอยู่ในห้องกับผม และอีฟก็ได้ตรวจสารเสพติดด้วย ตรวจฉี่ด้วยที่นครบาล ก็ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด อันนี้คือสิ่งที่นักข่าวไม่ได้นำเสนอ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอความเป็นธรรมของผมด้วย ว่าอีฟอยู่ในห้องกับผม ถ้ามีการเสพยา อีฟก็น่าจะมีสารเสพติดหรือฉี่ม่วงด้วย ดังนั้นผมได้กินยาที่เล่าไปนั้น ก็เกิดฉี่สีม่วงอะไรก็แล้วแต่ หรือทางตำรวจจะบอกว่าเกิดขึ้นเพราะเสพยาเสพติด อันนี้ไปว่ากันชั้นศาล เพราะเราให้การปฎิเสธ ผมไม่ปฎิเสธการตรวจแน่นอน เพราะผมไปถึงที่นครบาลผมก็ไม่ได้ปฎิเสธแต่อย่างใด จริง แล้วผมมีสิทธิที่จะปฎิเสธการตรวจด้วยซ้ำไปนะครับ"

     หลังจากนี้จะต้องเอาตัวยามามอบให้ตำรวจอีกทีใช่มั้ย?
     "ใช่ครับ นัดไว้วันที่ 24 ม.ค. ครับ"

     กังวลใจมั้ย?
     "ไม่มีความกังวลใจครับ ทั้งคดีที่นครศรีธรรมราชและคดีที่นี่ด้วยครับ เพราะที่นครศรีธรรมราชเมื่อวานก่อนก็ไปพบศาลอย่างถูกต้องแล้ว และเดี๋ยวจะมีไปแถลงการณ์ออกไปว่าสิ่งที่ผมทำที่นครศรีธรรมราชนั้น เป็นการบวงสรวงอะไรอย่างไร เดี๋ยวจะมีการเซ็นต์ใบกำกับต่างๆ จากทางเจ้าอาวาสและคณะกรรมการของวัด"

     มั่นใจในหลักฐานของเรามากน้อยแค่ไหน?
     "ผมมั่นใจสิครับ ถ้าไม่มั่นใจผมจะมานั่งคุยกับคุณได้ยังไง"

     หลังจากนี้จะต้องระวังตัวมากขึ้นมั้ย?
     "ผมก็ยังเป็นเหมือนเดิมนั่นแหละ เพียงแต่สิ่งที่ผมทำไปมันเป็นเรื่องของความชัดเจน และบางทีอาจจะมุทะลุ อันนี้ต้องขอประทานอภัยด้วย ต้องขอประทานโทษอีกครั้งหนึ่งนะครับ ต้องขอโทษพี่น้องชาวไทยที่ทำให้ลำบากใจและเกิดข่าวของผมอยู่เรื่อยๆ แต่จริงๆ แล้วผมไม่เคยต้องการที่จะให้เป็นข่าว เพราะบอกตรงๆ ว่าตัวเองก็มีชื่อเสียงอยู่ ไม่ได้คิดที่จะทำให้โด่งดังหรือจะทำให้ใครเอาเยี่ยงอย่างแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งมวลนั้น ก็เรียกได้ว่าเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผมไปที่นครศรีธรรมราชนั้น ผมไปเล่นคอนเสิร์ตช่วยเขา โดยที่ออกเงินเองนะจะบอกให้ เช่ารถไปต่างๆ นานา เอาลูกน้องไปเต็มไปหมด ไปเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้สตางค์แม้แต่บาทเดียว แม้กระทั่งเกิดเรื่องผมก็ยังรู้สึกว่าไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร เพราะว่าเราโตขนาดนี้แล้ว ถ้าเรื่องแค่นี้ผ่านไปไม่ได้ก็คงไม่ต้องทำมาหากินกัน"

     มีผลกระทบกับชีวิตยังไงบ้าง?
     "ไม่มีผลกระทบอะไรกับชีวิตผม ผมยังเดินหน้าต่อไปได้เสมอ ตราบใดที่พี่น้องประชาชนยังให้กำลังใจ และจะบอกว่าถ้าผมผิดก็คงจะขอโทษในเรื่องของการยิงปืนขึ้นฟ้า แต่เรื่องอื่นๆ ที่ผมไม่ผิด ผมก็ยังสู้ต่อไปได้"

     กรณีที่ก่อนหน้านี้ศาลให้ประกันตัว แต่มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แบบนี้จะมีผลกระทบกับการเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศมั้ย?
     "ไม่มีผล จะไปต่างประเทศก็ยื่นเป็นเคสๆ ไป เดี๋ยวทนายเขาจัดการเอง"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ