ข่าวข่าวในประเทศ 9 ธันวาคม 2560 เวลา 17:12

พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก "อาหลอง" เจอพี่สะใภ้ยื่นฟ้องหลังจบดราม่าละคร

  • 19,271 view
  • share

ศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกหรือ..ปีนี้จะเป็นปีชงของผู้จัด - ผู้กำกับเงินล้าน"อาหลอง"หรือ ฉลอง ภักดีวิจิตร กันหล่ะเนี่ย

     ย้อนวันวานตับสะท้าน ก่อนหน้านี้ "อาหลอง"เผชิญดราม่าละคร"ทิวลิปทอง"ละครบู๊บุกป่าฝ่าทิวลิป ฮิปๆสนั่นเมือง ที่เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวขึ้นมา เพราะนักธุรกิจสาวคนเก่งสุดแกร่งที่ทำมาค้าขายดอกทิวลิปและปลาร้าโกอินเตอร์ที่เนเธอร์แลนด์ เจ้าของเฟซบุ๊ก"จีรนุช กิ๊ฟช็อป"ไลฟ์เฟซบุ๊กพาดพิงอ้างว่าทีมงานละคร"ทิวลิปทอง"ไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าติดต่อใช้สถานที่, ค่าที่จอดรถ, ค่าซ่อมจักรยานยนต์ ฯลฯ และไม่ได้ขึ้นเครดิตโลโก้ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำให้ตามที่ตกลงไว้ อีกทั้งเพิกเฉยที่จะติดต่อประสานงานและดำเนินการให้ตามคำร้องขอซึ่งแสดงถึงความไม่รับผิดชอบตามที่เป็นข่าว

     ถัดมา“อาหลอง”พร้อมทีมละครตั้งโต๊ะแถลงเคลียร์ประเด็นดัง ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมงัดหลักฐานการสนทนากับคู่กรณีที่เป็น2คนไทยที่เป็นผู้ประสานงานและดูแลขณะถ่ายทำละครที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังกล่าวพาดพิงว่าทีมงานไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าติดต่อใช้สถานที่, ค่าที่จอดรถ, ค่าซ่อมจักรยานยนต์ ฯลฯ และชี้แจงเรื่องเครดิตโลโก้ขอบคุณสถานที่

     ด้านนักธุรกิจสาวเจ้าของเฟซบุ๊กเดินทางกลับมาไทยพร้อมสามี และคู่กรณีทีมละครทิวลิปทองจ่อแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงจากปาก โต้คุณอาพร้อมขู่เบาๆว่าเตรียมแจ้งความด้วย!!

     ถ้าเป็นแบบนี้เป็นเรื่องใหญ่ เสียเวลา เสียหลายสิ่งแน่ๆ ฝั่งทีมละครอาหลองเลยรีบตัดตอนเสียค่าใช้จ่ายที่จอดรถ พร้อมขอโทษ ขอโพยทางนักธุรกิจสาวและสามีฝรั่ง ก็เคลียร์ๆกันไป นักธุรกิจสาวก็เซย์เยสให้อภัย ไม่อยากมาเสียเวลาขึ้นลงสถานที่ราชการ เอาเวลาไปมองหาช่องทางทำมาหากิน ดูแลเหล่าน้องหมาผู้ด้อยโอกาสไร้ที่พึ่งพิงที่พามาเลี้ยงไว้ที่บ้านโป่งดีกว่า แหม เห็นเจ๊นุชแร๊งส์แต่จริงๆนางใจดี ใจบุญชอบช่วยเหลือคน, มะหมา

     ฝั่งอาหลองก็เดินหน้าถ่ายละคร 2 ปีต่อหนึ่งเรื่อง ตามสไตล์บุกป่า ผ่าเขา เผากระท่อม ต่อไป

     ถามว่า...จบมั้ย? ตอบว่า..ดราม่าทิวลิปทอง"ดูเหมือนจบลงแล้ว..แต่เอาจริงๆไม่จบนะขอบอก เพราะมีดราม่าใหม่เข้ามาแทรก แถมยังเป็นดราม่าไม่ธรรมดาๆ หากแต่เป็นดราม่าศึกสายเลือด!!!!!???

     ท่าทางมันใหญ่มากราวระเบิดลงเมื่อ น.ส.รวิสรา อินทรีย์ อายุ 45 ปี พร้อมด้วยนายสุเมธ อินทร์ทอง ทนายความยื่นฟ้อง นายบุญฉลอง ภักดีวิจิตรและภรรยา"พิมพ์สุภัค" ปมความขัดแย้งเรื่องการลงทุนเมื่อนางสาวรวิสราพบว่าตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ บ.อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด แต่ในเวลาต่อมาก็มีการแก้ไขบัญชีผู้ถือหุ้นโดยที่นางสาววริสราไม่ได้จำหน่ายจ่ายโอน

     โดยน.ส.รวิสรา เผยว่าตนเป็นพี่สาวของ "เล็ก พิมพ์สุภัค"ภรรยาของอาหลอง และเป็นคนที่นำพาน้องสาวให้มารู้จักผกก.นักบู๊ จนแต่งงาน ภายหลังน้องสาวได้ชวนตนให้กลับมาอยู่เมืองไทย และมาร่วมลงทุนให้ทั้งคู่สร้างละครเรื่องทิวลิปทอง นางสาวรวิสราอ้างว่าตนเป็นคนลงทุนเกือบทั้งหมด และเป็นเจ้าของโดยแท้จริง  อีกทั้งยังเป็นคนจัดงานแต่งงานให้และเป็นคนดูแลส่งเสียให้น้องคนนี้เรียนหนังสือไม่คิดว่าจะเกิดเรื่อง เกิดราวจากปมธุรกิจที่ตนเองร่วมลงทุนแล้วเกิดปัญหาภายหลัง เมื่อมีการแก้ไขบัญชีผู้ถือหุ้นโดยคุณรวิสราไม่ได้จำหน่ายจ่ายโอน ตนรู้สึกเสียใจมาก ส่วนที่ช่วยเพราะความที่เป็นน้อง อยากให้น้องได้ดี อยากให้มีอาชีพเป็นของตัวเองก็เลยลองมาลงทุนให้และก็มีคำพูดคำหนึ่งที่ว่าตนไม่ใช่เจ้าของบริษัทไม่มีส่วนร่วมเลย ตนค่อนข้างเสียใจที่จริงนามสกุลของพ่อก็คือ บริษัทอินทรีย์อยู่แล้ว ตนก็อยากให้ บริษัทอินทรีย์มาผงาดในวงการบันเทิงแต่ทำไปได้แค่เรื่องเดียวก็เกิดปัญหา

 

     อย่างไรก็ตามนางสาวรวิสรากล่าวว่าถ้าหากน้องสาวมาเคลียร์ตนยืนยันจะไม่มีการเจรจาใดๆทั้งสิ้น ขอให้เป็นอำนาจของศาล

     ทางด้านนายสุเมธทนายโจทก์เองกล่าวว่าจะมีการไต่สวนมูลฟ้อง และนัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 21 ธันวาคม 60 ซึ่งถ้าศาลประทับรับฟ้องทางผกก.และภรรยาต้องมาประกันตัวในชั้นศาลอีกครั้ง

     สำหรับเรื่องราวข้อเท็จจริง ความคืบหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น สยามดาราจะรายงานให้ทราบต่อไป

 

เครดิต : MThai

  • 19,271 view
  • share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ