ข่าวข่าวในประเทศ 10 ตุลาคม 2560 เวลา 13:10

รักหวานดี งานดี แต่ร่างกายซูบผอม "พีเค" แจงเหตุน้ำหนักลดฮวบ เพราะอะไร?

งานรุ่ง รักก็ดูราบเรียบดีสำหรับพิฌีกรมากฝีมือ"พีเค - ปิยะวัฒน์"แต่ล่าสุดเมื่อผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอะเจอเจ้าตัวก็รู้สึกว่าพิธีกรหนุ่มจะดูซูบผอมลงไป งานนี้เมื่อสอบถามกับตัวเองก็ได้รับคำตอบว่าตนนั้นผอมลงเพราะโหมงานหนัก แถมป่วยเป็นคออักเสบอีกต่างหาก ทำให้น้ำหนักลดลงไปกว่า 3โล ยอมรับว่าต่อจากนี้ไปจะต้องจัดสรรคเวลาในการรับงานไม่ให้หนักกว่าเดิมเพราะหวั่นร่างกายรับไม่ไหว ส่วนเรื่องแฟนสาว "โยเกิร์ต รวีวรรณ" ก็รายเรียบดี โดยยังคอยเทคแคร์ดูแลเป็นอย่างดี

     ช่วงนี้ทำไมถึงดูผอมลงกว่าเดิม?
     "ที่ช่วงนี้ผอมลงไม่ได้ตรอมใจครับ  เกิดจากเวลาทำงานก็เริ่มจะสิบโมงเช้าจนถึงเที่ยงครึ่ง  หลังจากนั้นก็จะเป็นรายการทีวี  เป็นรายการอ่านสปอร์ตก็จะไหลไปถึงกลางคืนอยู่แล้ว แต่พอสองเดือนที่แล้วผมต้องตื่นตีห้า  พอบวกตีห้าทำงานทุกเช้ายาวถึงกลางคืนเนี่ย  พอเยอะขนาดหนึ่งร่างกายก็เริ่มไม่ไหว และรู้เลยว่าต่อจากนี้ไปคงจะไม่ทำงานเช้าถึงกลางคืนติดกันขนาดนี้อีกต่อไปแล้ว  น้ำหนักลดลงไป3กิโล คือจริงๆแล้วอยากลดน้ำหนักอยู่แล้ว  แต่ไม่อยากลดน้ำหนักด้วยการทรมานแบบนี้ แล้วก็ทำให้ผมค้นพบอีกอย่างหนึ่งในวัย40กว่า  คือทฤษฎี  ครัวซองค์เตียรี่ คือเขาทำงานตั้งแต่ตีห้า  ยาวมาถึงห้าโมงเย็น คออักเสบ  หิวมาก  กินข้าวไม่ได้  แล้วเดี๋ยวจะต้องขึ้นอีเว้นท์งานที่สามของวันนั้นแล้วต้องพูด คือกินอะไรไม่ได้  หิวก็หิว  จำได้ไปอ่านสปอร์ตมาได้เงินสดอยู่ในกระเป๋า  สั่งครัวซองค์และกาแฟร้อน คืออยากกินมากหิวมากแล้วพอกัดไปคำนึงน้ำตาไหลเพราะกินไม่ได้ แล้วก็บีบขาเพราะว่าเจ็บมาก พอเจอกับตัวเองก็เลยคิดว่ามีเงินไม่ได้ช่วยอะไรเลย จากนั้นมาก็เลยคิดว่าหลังจากนี้พอเริ่มต้นเดือนหน้าจะรับงานแต่ไม่โหมขนาดนี้ จัดสรรคเวลาใหม่  จะไม่มีคำว่าเช้าถึงกลางคืนติดกัน

    เห็นบอกว่าถึงขั้นป่วยเลยป่วยเป็นอะไร?
    "ง่ายๆเลยน่ะถ้าคนอยู่ในวงการจะเป็นคล้ายๆกันคออักเสบ เพราะคอเสบปุ๊บกินข้าวไม่ได้ก็จะเริ่มไอเลย ไอปุ๊บนอนไม่ได้  พอนอนก็ตื่นทุกชั่วโมงร่างกายก็จะเพลียเพราะฉะนั้นทุกอย่างจะทำอะไรก็ทรมาน  คนในวงการทุกคนที่ใช้เสียงจะเจอแบบนี้และยิ่งเจอคนที่เป็นไข้ก็จะมาง่ายๆเลย และด้วยความที่เรามีงานไว้แล้ว งานอีเว้นท์ก็เหมือนกับเป็นงานแต่งงานไม่มีเจ้าบ่าวไม่ได้เพราะฉะนั้นเหมือนพิธีกรอยู่ดีๆไปแคนเซิ้ลนาทีสุดท้ายไม่ได้อย่างไงก็ต้องทำแล้วก็ติดแบบนี้มาเป็นอาทิตย์ผมก็เลยต้องแบบพอช่วงเวลาสองชั่วโมงก็โดดไปฉีดยาและกลับมาขึ้นเวทีใหม่  มีอยู่วันนึงที่มีว่างอยู่10ชั่วโมง  โดดไปนอนโรงพยาบาล6ชั่วโมงไปให้น้ำเกลือ  และกลับมาทำงานต่อ แล้วพออีกสองวันต่อมาเป็นเหมือนเดิมครับไปฉีดยาอีกรอบนึง"

     แอบหวั่นเรื่องการใช้เสียงไหม?
     "ไม่ๆครับ  เราไม่ใช่นักร้องเพราะนักร้องต้องใช้เสียงสูงใช้พลังเยอะส่วนพิธีกรใช้พลังพูด  "

     ทำไมช่วงที่ผ่านมาถึงต้องโหมงานหนักขนาดนั้น?
     "เป็นเพราะรับไว้แล้วครับ  คืองานอีเว้นท์เราจะมีอยู่ไว้แล้ว  แต่สมัยก่อนตอนที่เรารับไว้แล้วไม่ดีมีขึ้นโชว์7โมงเช้าหรือ8โมงเช้าทุกวันเพราะเป็นสด  พอสดปุ๊บเราก็อยากทำให้สนุก  เป็นอะไรที่รับความสามารถพิธีสดได้ แล้วคือหลังจากโชว์ปุ๊บงานอื่นเราว่างเราโอเคอยู่แล้ว  เราเก่งยิ่งขึ้น  แต่สิ่งที่เราจะเสียไปคือสุขภาพ เพราะฉะนั้นต้นเดือนหน้าคุยเช้าโชว์เขาย้ายเป็นบ่าย คุยบ่ายโชว์ครับ"

     แฟนเราดูแลเป็นอย่างดีไหม?
     "เขาอยู่ข้างๆเราตลอด  เขาไม่ได้บ่นอะไร  คือสองปีผมจะไม่สบายสักครั้ง แล้วที่เป็นหนักๆจำได้ตอนที่ถ่ายวงล้อลุ้นรัก  แล้วยืนจะเป็นลมเมื่อสองปีที่แล้ว จากนั้นมาครั้งนี้ก็เป็นหนัก  ตอนแรกคิดว่าจะไม่เจอโรงพยาบาลอีก  อย่างน้อยถ้าไม่ใช่งานอีเว้นท์น่ะสองสามปี"

      ช่วงนี้ต้องฟิตร่างกายขนาดไหน?
      "ก็คือพอน้ำหนักลง  ลงมา3กิโลปั๊บ ผมก็เลยคิดว่าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสดีกว่า จากน้ำหนัก76  มาเป็น73  ขอสัก3กิโล  70แล้วกัน  ก็เลยตอนนี้ไม่ได้ต้องตื่นเช้าแล้วก็กินน้อยลงแล้วก็ออกกำลังกายเท่าเดิม  ครั้งนี้เรามีเวลาว่างมากขึ้น  ก็อยากจะรู้ว่าก่อนวันเกิดปลายปีนี้จะได้สัก70ไหม เพราะไหนๆเราก็เสียน้ำหนักลดลงไปแล้วจากความทรมานมากเลยจากน้ำตาจริงๆ "

 

 

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]