ข่าวข่าวในประเทศ 29 สิงหาคม 2560 เวลา 12:28

ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก "สรยุทธ" 13 ปี คดีไร่ส้ม เจ้าตัวเตรียมยื่นขอประกัน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บริษัท อสมท จำกัด มหาชน / บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย นางสาวอังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ นางสาวสุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม / นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดังและกรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม / และ นางสาวมณฑา ธีระเดช พนักงาน บริษัทไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4

     ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ / เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร  / เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 

     คดีนี้อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 จากกรณีเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 ถึง 28 เมษายน 2549  นางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บริษัท อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ “คุย คุ้ยข่าว” ซึ่งก่อนออกอากาศนางพิชชาภา ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จากบริษัทไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บรษัท อสมท. เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากบริษัทไร่ส้ม และจำเลยร่วมเพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภา ไม่รายงานการโฆษณา ทำให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัทอสมท. โดยมีบริษัทไร่ส้ม นายสรยุทธ และนางสาวมณฑา จำเลยที่ 2 ถึง 4 เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิด และมอบเช็ค ธนาคารธนชาติ สาขาพระราม 4 สั่งจ่ายเงินให้นางพิชชาภา จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี 

     ซึ่งศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมานั้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ว่า นางพิชชาภา อดีต พนักงานบริษัท อสมท มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของรัฐ จำคุก 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ  / และนางสาวมณฑา พนักงานบริษัทไร่ส้ม  มีความผิดฐานสนับสนุน จำคุก 13 ปี 4 เดือน และปรับ บริษัท ไร่ส้ม รวม 80,000 บาท

     ซึ่งนายสรยุทธ ระบุว่า จะยื่นฎีกาต่อสู้ดี และปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว 

     สำหรับคดี บริษัท ไร่ส้ม และนายสรยุทธ นอกจากความผิดดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีอีกสำนวนที่ บริษัท อสมท ได้แจ้งความฐานปลอมเอกสาร  จากมูลเหตุเดียวกัน ซึ่งฝ่ายจำเลยได้ต่อสู้คดีขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นคำฟ้องอัยการโจทก์ว่าจะเป็นการฟ้องซ้ำ กับคดีทุจริต ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็เห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำ  ศาลได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องของอัยการโจทก์ จึงระงับไปศาลให้จำหน่ายคดีปลอมเอกสารนี้ออกจากสารบบความ

     นอกจากนี้ยังมีคดีที่บริษัท อสมท. ยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงพระนครเหนืออีกหนึ่งสำนวน โดยยื่นฟ้องนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บริษัท อสมท / นายสรยุทธ กับพวกซึ่งเป็นพนักงานบริษัทไร่ส้มรวม 6 คน ฐานร่วมฉ้อโกงไป โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือ นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม นี้

     ขณะบรรยากาศที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีการนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่สื่อมวลชน และอนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นฟังการพิจารณาโดยส่งตัวแทนเข้าฟังจำนวน 3 คน เท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ไม่เพียงพอ

     ซึ่งวันนี้นายสรยุทธ เดินทางมา ร่วมกับจำเลยทั้งหมด แต่ได้ขึ้นไปห้องพิจารณาโดยใช้ประตูด้านหลังศาล โดยมีนางสาวพิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือ ไบร์ท และทีมงานรายการข่าวเดินทางให้กำลังใจด้วย

     สำหรับตามหลักการจำเลยมีสิทธิในการยื่นขอปล่อยชั่วคราวซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่

     ส่วนการยื่นฎีกาคดีของนายสรยุทธ คู่ความสามารถยื่นฎีกาในข้อกฎหมายได้ตามขั้นตอนปกติ ภายใน 30 วัน เนื่องจากคดีนี้ยื่นฟ้องก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ก่อนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางจัดตั้งขึ้น และกฎหมายใหม่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีทุจริตยังไม่ได้บังคับใช้ในขณะนั้น คดีนี้จึงดำเนินการตามกฎหมายทั่วไป 

     หากเป็นคดีที่ยื่นฟ้องภายหลังวันที่ 1ตุลาคม 2559 ระบบการฎีกา จะใช้ระบบการอนุญาตโดยผู้พิพากษาจะพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่

     ขณะที่การพิจารณาคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะใช้ระบบการไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายในการแสวงหาข้อเท็จจริง องค์คณะผู้พิพากษาสามารถเรียกเอกสารหลักฐานนอกเหนือจากที่ปรากฎในสำนวนของ ป.ป.ช. และอัยการได้  

      ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายสรยยุทธ และจำเลยร่วมทั้งหมดแล้ว ซึ่งยืนหลักทรัพย์เงินสด และบัญชีเงินฝากคนะล 4 ล้านบาทแล้วเห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งประกันต่อไป ขณะนี้ศาลอาญาทุจริตฯ ได้ออกหมายขังจำเลยทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำก่อนระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวจากศาลฎีกา คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ