ข่าวข่าวในประเทศ 21 มีนาคม 2560 เวลา 22:59

"โหน่ง ชะชะช่า" ก้มกราบขอขมาแม่วิศวกรเหยื่อรถชน รับเสียใจมากลั่นพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง

เวลา 16.00 น.วันที่ 21 มี.ค. ที่ศาลาสินสมุทรานุสรณ์ ศาลา 2 วัดอัยยิการาม ถนนรังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางกษมศิ แกล้วกล้า ภรรยานายพรพิชิต นฤนาทมนตรี หนุ่มวิศวกรบริษัท โตชิบา สวนอุตสาหกรรมบางดี ได้ทำพิธีรดน้ำสามี โดยมีนางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลธัญบรุ พร้อมด้วยนายภูวนารถ นฤนาทมนตรี ลูกชาย และลูกสาวพร้อมด้วยญาติและเพื่อนพนักงานจากบริษัทโตชิบา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

    โดยนางกษมศิ แกล้วกล้า ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า คุณโหน่ง ชะชะช่า ได้โทรติดติอกับลูกชายว่าติดงานมาร่วมรดน้ำศพไม่ได้ ขอมาฟังพระสวดศพแทน ซึ่งคุณโหน่งได้ขอเลื่อนสวดจากกำหนด 19.00 เป็น19.30แทนซึ่งตนก็ไม่ขัดข้อง ส่วนการฌาปนกิจศพสามีนั้นจะมีการฌาปนกิจในวันพุธ เวลา 16.00 น.ซึ่งในวันนี้จะสวดเป็นวันแรกจบเดียว ส่วนวันพรุ่งนี้จะสวด 2 จบ ก็ถือสวดครบ 3 วัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 19.00 น. "โหน่ง ชะชะช่า" ดาราตลกคนดัง ได้เดินทางมาถึงศาลาสินสมุทรานุสรณ์ ศาลา 2 วัดอัยยิการาม ซึ่งเป็นที่ตั้งศพนายพรพิชิต โดยเมื่อมาถึง โหน่งถามหามารดาของนายพรพิชิต เมื่อเจอตัวนางนิตยา แซ่แต้ อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายพรพิชิตแล้ว โหน่งเดินเข้าไปก้มกราบนางนิตยา เพื่อขอขมาเรื่องที่ลูกชายขับรถชนจนนายพรพิชิตเสียชีวิต ซึ่งนางนิตยาได้พูดว่าให้อภัยทุกอย่าง
โดยโหน่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆก่อนเข้าไปนั่งฟังสวดอฤภิธรรมว่า ตนพร้อมให้การช่วยเหลือทุกอย่าง ส่วนลูกชายจะออกโรงพยาบาลวันนี้ แต่ไม่สามารถออกได้ คาดว่าเป็นวันพรุ่งนี้ถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้ และจะมาร่วมสวดพระอภิธรรมศพและขอขมาศพด้วยครับ

    ภายหลังเสร็จสิ้นกราบศพของนายพรพิชิต นฤนาทมนตรี ตลกชื่อดังโหน่ง ชะชะช่า เปิดใจว่า จริงๆ แล้วเครียดมาหลายวันแล้ว ติดต่อน้องไม่ได้ พอติดต่อน้องได้ก็เลยคุยกับน้อง ผมก็สบายใจมานิดนึงที่น้องเข้าใจ พี่โหน่งเสียใจมากๆ ไม่ใช่ว่าไม่เสียใจ เสียใจมากๆ ไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกครับ แต่มันเกิดแล้วเราก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง สภาพจิตใจคนในครอบครัวก็ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตอนไปเยี่ยมน้องเดียร์เขาก็เสียใจ สภาพจิตใจตอนนี้เขาไม่ดี ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรมาก

    “มีดราม่าที่ผมพูดว่าดีแล้วที่ลูกไม่เป็นอะไรมาก ผมไม่ได้พูด ผมไปพูดตอนไหนครับ ผมไม่เคยพูดคำนี้ คนเสียใจไม่กล้าพูดคำนี้หรอกครับ สมมุติว่าลูกผมตายไป ใครพูดคำนี้ออกไปมันสะเทือนใจไหมครับ เป็นดวงของลูกเราด้วยและเป็นดวงของพี่เขาด้วยที่จะมาเจอกัน แต่ผมก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ตรงนั้นไง แต่ในเมื่อมันเกิดแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่เสียใจ แล้วสภาพจิตใจมันก็ไม่ดีทั้ง 2 ครอบครัว

    ด้าน นางกษมศิ แกล้วกล้า ภรรยาของนายพรพิชิต กล่าวว่า ครั้งแรกไม่ได้คุยกับเขาโดยตรง แต่พอรู้ว่าเขายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ลูกชายพี่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ลูกชายพี่เป็นคนเข้มแข็ง เขาก็ประทับใจว่าอย่างน้อยอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว เขาก็มารับผิดชอบ