ข่าวข่าวในประเทศ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13:06

"ยุ้ย รจนา" เซ็ง!เหมือนตายทั้งเป็นถูกมองเป็นบ้า เผยโดนคุณไสยเล่นงานมา 20 ปี

  • 1,187 view
  • share

ชีวิตแสนรันทดสำหรับ "ยุ้ย รจนา" อดีตนางแบบชื่อดัง ที่ชีวิตพลิกผัน โดนมรสุมชีวิตแถมตอนนี้เธอออกมาเปิดใจให้ฟังว่าเธอโดนคุณไสยทำของใส่เกือบ 20 ปี ลั่นชีวิตเหมือนคนตายทั้งเป็น ถูกคนมองเป็นคนบ้า เชื่อพระอาจารย์เอาออกให้หมดแล้วปฏิบัติธรรมอยู่ 3 เดือน และตอนนี้ต้องมั่นทำบุญ และเล็งบวชอีก แจงหันหน้าเข้าวัดเพราะไม่มีบ้าน

    ทั้งนี้สาวยุ้ยยังบอกอีกว่าพร้อมลุยงานเต็มที่ทั้งเบื้องหน้าและหลัง  เมินคนมองติดยาทำเสียสติ ลั่นเป็นเรื่องของอดีต แย้มมีโปรเจคกับช่างภาพเบลเยี่ยม แจงตอนนี้อาศัยอยู่กับน้องเป็นหมอตา ดีใจหมอดูทักอายุ 42 จะรุ่ง

    "ตอนแรกพี่ไม่รู้ว่าพี่โดนของพี่ไปปฎิบัติธรรมที่วัดป่า พี่ก็รู้สึกว่าทำไมเราเป็นแบบนี้คือไม่มีสติอยู่กับตัว ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่ ก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่อยู่เมืองนอกแล้ว ต้องมีเหล้า เบียร์มาช่วย ก่อนหน้าจะไปปฎิบัติธรรมพี่กินยารักษาไบโพลาร์ มา 20 ปี พี่เลยรู้สึกว่ากินยาทำไมไม่หาย อึดอัดเก็บกดในชีวิต พอพี่มีโอกาสไปวัดปฎิบัติธรรม พระอาจารย์ได้เอาของออกให้มันเหม็นไปทั่วศาลาเลย ตอนสวดมนต์ ทำสมาธิ คนอื่นจะได้กลิ่นหมดแต่พี่ไม่ได้กลิ่นเลย ตรงที่กุฏิที่นอนพักกับแม่ชีก็กลิ่นคลุ้งเหม็นมาก เหมือนของเน่าศพ พระอาจารย์เลยทักว่าอะไรตามมา พอของออกกลิ่นนี้ก็อยู่กับพระอาจารย์ 3วันก็จางไปแล้ว คือเป็นของที่คนเอามาโยนใส่ พี่มั่นใจเลยว่าตัวเองโดนของค่ะ วิธีการรักษาพี่ไม่รู้อันนี้ต้องไปถามพระอาจารย์แต่ท่านอยากอยู่อย่างสงบ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนพี่อยู่วัดป่า ออกมาจากวัดได้ 2เดือนแล้ว แล้วมาอยู่ที่กรุงเทพ 2อาทิตย์ พี่ก็ไปปฎิบัติธรรมต่ออีก 2อาทิตย์ พอออกมาพี่ก็ไปอยู่กับหมอตาอดีตลูกศิษย์เป็นเพื่อนที่เคยเรียนด้วยรุ่นแรกๆเลย พี่ก็จะไปปฎิบัติธรรมอีกเรื่อยๆค่ะที่มีโอกาสค่ะ เหตุการณ์ตอนนั้นที่พี่ต้องหันหน้าเข้าวัดเพราะพี่ไม่มีบ้าน แม่พี่จะเอาวัดเป็นบ้านเพราะเขาบวชชีเลย พี่ออกมาจากวัดนี่ช่วยเรื่องสภาพจิตใจพี่ได้เยอะเลย พี่ไม่ฟุ้งซ่าน มีสติ เรามีความคิดขึ้น คิดดีทำดีไม่ไปทำร้ายใคร "

    "สำหรับคนที่มองว่าพี่เคยใช้สารเสพติดมาแล้วทำให้ไม่มีสติแบบที่ผ่านมา ก็อยากบอกว่าถ้าไม่เจอกับตัวเองก็ไม่รู้ พี่ผ่านอะไรมาเยอะ ทรมาน ทุกข์เจ็บปวด เมื่อก่อนอาจจะเคยใช้สารเสพติดตอนอยู่เมืองนอกนะคะ แล้วบางทีคุณหมอก็ไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร ไปตรวจบางทีก็หาโรคเจอ บางทีก็หาไม่เจอ แต่หมอที่รักษาพี่มันไม่โดนจุดเราเป็นอะไรที่มีปัญหา แต่พอไปวัดก็เจอพระอาจารย์ที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตเรามาได้ เราก็มาคิดเราไม่ได้เป็นอะไรนี่ เราก็ปกตินี่ คุยกับคนได้ ไปไหนมาไหนได้ ทำงานได้ สื่อสารได้ปกติ เราไม่ยาก็ปกติค่ะ แล้วเราจะกินยาไปทำไมล่ะ ก็คิดว่าตัวเองทรมานมา 20 ปีเรากินยาเราไม่เป็นตัวของตัวเองเลย จะเบลอๆ"

    "พี่กลับมารับงานได้ปกติค่ะ ประมาณตุลาคมพี่มีโปรเจอกับช่างภาพเบลเยี่ยมอยู่ค่ะ เขาติดต่อกับแฟนคลับพี่ที่เมืองนอกค่ะ เขาเห็นผลงานพี่ออกไปพี่ลงเฟซฯ ติดตาม เขาสนใจก็เลยทาบทามมา แล้วก็มีช่างภาพคนนึงอยากทำเป็นฮิตสตอรี่ของพี่ขึ้นมาค่ะ ไปเบลเยี่ยมครั้งนี้ก็จะพยายามกอบโกยสิ่งที่เป็นสาระกับตัวเราขึ้นมาค่ะ ข่าวแบบนี้ไม่มีผลกระทบค่ะ เมื่อก่อนพี่กินยาก็ทำให้เราพักผ่อน รีแล็กซ์ ถามว่า มันมีเอฟเฟ็กไหมไม่ค่ะ มันอยู่ที่คนควบคุมดูแลเรามากกว่า คิดกับเรายังไง ให้อะไรกับเรา สบายใจไหมเราก็ทำได้เต็มที ถ้าเราเครียดเรากินยากี่ขนาดก็ไม่หายค่ะ มันอยู่ที่ใจค่ะเราต้องเจอคนดีๆเป็นกัลยาณมิตรที่ดีให้กับเราค่ะ ตอนนี้ถือว่าพ้นจุดต่ำสุดของชีวิตมาแล้วค่ะ หมอดู พระหลายท่านก็ทักพี่ว่า 42-43 พี่จะรุ่งจะโชคดี พี่ทรมานมาเยอะแล้วเราต้องก้าวไปข้างหน้าฟ้าย่อมสดใสหลังฝนตกเสมอค่ะ" ยุ้ย รจนา กล่าว

 

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

  • 1,187 view
  • share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ