ข่าวข่าวในประเทศ 14 กันยายน 2559 เวลา 20:04

ควง "โอ๊ต" เจอสื่อครั้งแรก! "วู้ดดี้" อยากมีลูก อ้อนให้ "กาละแมร์" อุ้มบุญ

  • 1,608 view
  • share

หลังจากเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลก่อนหน้านี้อย่างมาก เมื่อพิธีกรชื่อดัง "วู้ดดี้ มิลินทรจินดา" ได้แต่งงานกับแฟนหนุ่ม "โอ๊ต" หลังคบหาดูใจกันมานานกว่า 9 ปี ล่าสุดพิธีกรชื่อดังก็ได้ควงแฟนหนุ่ม "โอ๊ต" ออกงานเจอสื่อมวลชนครั้งแรก! โดยพิธีกรชื่อดังได้เปิดเผยถึงชีวิตคู่หลังแต่งงานว่าแฮปปี้ดี โล่งเปิดตัวให้สังคมได้รับรู้หลังคบกันมานานหลายปี เผยเคยคิดอยากมีลูก แต่กำลังคุยและปรึกษากันอยู่ แย้มอยากให้เพื่อนพิธีกรสาว "กาละแมร์" อุ้มบุญให้

    ครั้งแรกที่พาแฟนมาเปิดตัว พอเห็นนักข่าวแล้วดูอึ้งเลย?
    วู้ดดี้: เดินลงมาแล้วพี่อึ้งว่างานอะไร มาถ่ายอะไรเยอะแยะ นึกว่างานชิวๆ งงมาก ไม่คิดว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ยินดีที่ได้เจอคุณคนครับ
    โอ๊ต: ตื่นเต้นครับ พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง พูดลิ้นพันกันไปหมดเลยเพราะไม่ค่อยได้เจอนักข่าว
    วู้ดดี้: นี่คือสดๆ ซิงๆ เลยครับ รับน้องกันได้เลยเชิญครับ (หัวเราะ)

    ตั้งแต่เปิดตัวว่าแต่งงานไป ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง?
    โอ๊ต: ดีครับ เวลาไปเดินในที่สาธารณะก็สบายใจขึ้น เราก็ถือว่าโชคดีเพราะได้การตอบรับที่ดีมาก ก็มีคนเข้ามาทักทายบ้างครับ

    กลัวว่าจะมีคนจับตามองในเรื่องความรักของเราเกินไปไหม?
    โอ๊ต: ตอนแรกก็ไม่ครับ แต่ตอนนี้เริ่มกลัวแล้ว (หัวเราะ) ไม่หรอกครับ ไม่มี
    วู้ดดี้: สำหรับตัวพี่นี่เบามาก เพราะที่ผ่านมาเหมือนพี่แบกอะไรมาตลอด ตอนที่เป็นข่าวก็เครียดว่าจะตอบยังไงดี แต่เราคิดว่าตอบเรื่องจริงดีที่สุด ก็ปล่อยมันไป ตอนนี้เราไปไหนต่อไหนก็เบาสบาย ยิ่งเพื่อนๆ เข้ามากอด มาหอม มายินดีด้วย มีแม่ๆ หลายคนเข้ามาหอมแล้วบอกว่า แม่ดีใจจังเลย ตอนนี้แม่สามารถคุยกับลูกได้เพราะคุณ เราก็แฮปปี้มาก

    ก่อนหน้านี้เคยถามพี่วู้ดดี้ไปแล้วว่าแต่งงานใช้ชีวิตคู่เป็นอย่างไร แล้วทางพี่โอ๊ตรู้สึกอย่างไรบ้าง?
    โอ๊ต: คบกันมานานแล้ว ก็ดีครับมันเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนาน พึ่งพากันได้ เหมือนเป็นเพื่อนที่สนิทมากอีกคน เขาเป็นคนน่ารักครับ เป็นคนที่ใส่ใจ ละเอียดอ่อนมาก

    หลายคนอยากรู้ขอแต่งงานกันอย่างไร?
    วู้ดดี้: คือปกติเวลาคนขอแต่งงานก็จะบอกแต่งงานกันนะ
    โอ๊ต: แต่ของเราเป็นหลังจากที่ทะเลาะกันหนหนึ่ง วู้ดดี้ก็บอกมาว่าไม่อยากทะเลาะกันแล้วนะ ไม่อยากจะมีคำว่าเลิกกันนะ เรามาทำอะไรที่มันมั่นคงต่อกันดีกว่า
    วู้ดดี้: คือเราคบกันมา 7-8 ปี ทำไมทะเลาะกันบ่อย แล้วทะเลาะกันแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง เวลาทะเลาะกันก็จะชอบพูดว่าเลิกกัน เราพูดมา 7 ปี ใช้คำพูดที่แทงใจเขาโดยไม่รู้ตัว แต่เราเห็นหน้าเขาวันนั้นเรารู้เลยว่า 7 ปีที่ผ่านมามันทำให้เราทรมานมาก และเราคิดว่าเราจะไม่มีน้ำบ่อหน้าแล้ว สมัยก่อนเราจะคิดเสมอว่าต้องมีน้ำบ่อหน้า แต่กลับคนนี้เราคิดว่าเราอยากจะอยู่กับเขาจนวันตาย เลยบอกเขาว่าแต่งงานกันเถอะ เขาก็ตกใจเลย

    ตอนนี้ยังทะเลาะกันอยู่ไหม?
    โอ๊ต: ก็มีบ้างครับ แต่น้อยลงมาก
    วู้ดดี้: เราปรับตัวเข้าหากัน ปล่อยวางกันมากขึ้น และทุกครั้งที่มีปัญหาเราจะมองหน้ากันแล้วคิดว่าเราแต่งงานกันแล้วนะ ประโยคนี้มันทำให้ทุกอย่างเบาหมดเลย ทำให้ความเศร้าเป็นความสุข
    โอ๊ต: ทุกอย่างมันดีขึ้นครับ เราไม่ต้องกังวลว่าจะออกไปไหนต่อไหน แต่เอาจริงๆ พอมาอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากเพราะเราคบกันมานานแล้ว เพียงแต่เวลาออกไปข้างนอกเราจะสบายใจมากขึ้น ไม่ต้องไปแอคติ้งเพื่อใคร

    หลังจากแต่งงาน มีคำว่าเลิกกันอีกไหม?
    วู้ดดี้: ไม่มีแล้ว และอยากฝากบอกทุกคู่ด้วยว่า เมื่อคุณตัดสินใจเลือกเขาแล้ว อย่าใช้คำว่าเลิกนะ อย่าใช้คำว่าแค่นี้นะ มันเป็นคำพูดที่หมดพลังมาก รู้ว่าบางทีอาจไม่ได้ตั้งใจจะใช้ แต่เราจะไม่มีวันใช้คำนั้นอีกเลย มันไม่มีในใจแล้ว มีแต่เวลาที่เราทะเลาะกัน เราจะมองหน้ากันและเลิกทะเลาะไปเอง

    พอเราได้ใช้คำว่าครอบครัวแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
    วู้ดดี้: มันก็รู้สึกว่าเวลาเรามีทุกข์ สุข เราจะนึกถึงเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างในชีวิตที่เราอยากจะไปเราก็อยากจะพาเขาไปด้วย เมื่อก่อนเราอาจจะคิดว่าเราจะอยู่เพื่อตัวเราเองคนเดียว แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าอยากจะอยู่เพื่อเขาด้วย มันเป็นมากกว่าคำว่าเพื่อน มันเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีฟิลลิ้งแบบนี้ ก่อนหน้าที่แต่งงานเมื่อ 2 ปีก่อนก็ไม่มี แต่พอมันเป็นข่าวขึ้นมามันแปลกเนอะ เรายังบอกเลยว่าทำไมรู้สึกเหมือนเพิ่งแต่งงานกันอีกรอบเลย เราแต่งจริงๆ แล้วนะ ไม่ใช่แค่พิธีการที่รู้กันเองในหมู่เพื่อนๆ แต่ทั้งโลกรู้หมดแล้ว ดังนั้นคุณจะไม่สามารถไปมองคนอื่นได้แล้วนะ

    แหวนแต่งงานตอนนี้ใส่กันทั้งคู่เลยไหม?
    วู้ดดี้: (โชว์แหวน) เมื่อกี้ตอนแต่งตัวอยู่ด้านบนเราต้องใส่ชุดทักสิโด้ใช่ไหมครับ อยู่ดีๆ เขาก็หยิบแหวนขึ้นมาเราก็ตกใจเอาด้วยเหรอ เขาบอกเอาสินานๆ ทีจะได้ใส่ทักสิโด้เต็มตัวนะ คือเราเก็บไว้ในตู้ไม่ได้เอามาด้วย แต่เขาหยิบมาให้ เขาเป็นคนใส่ใจเรื่องนี้ซึ่งมาบางทีคือเรื่องที่เรามองข้ามไป

    เคยคิดเรื่องทายาทว่าอยากจะมีบ้างหรือเปล่า?
    วู้ดดี้: สมัยก่อนก็ไม่คิดนะว่าอยากจะมี มีแค่หลานที่เรามีอยู่แล้ว ไหนจะต้องเลี้ยงหลานเรา ไหนจะเป่าเปาลูกกุ๊บกิ๊บอีก มีวันหนึ่งทำงานกับพี่เปิ้ล นาคร เขาก็ถามจะมีลูกหรือเปล่าว่ะ ต้องมีนะ ยุคนี้มีได้เป็นเรื่องปกติ เราเลยเริ่มถามเพื่อนๆ ว่าเขาทำกันยังไง ก็เป็นวาระที่เพิ่งคุยกันเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะเอาไข่ใคร จะฝากท้องใคร ถามว่าเคยคิดไหมเราเคยคิดจะมีลูกด้วยกัน ล่าสุดเพิ่งมาคุยกันและหาข้อมูลจริงจิง มันมีตัวเลือกเยอะมากตอนนี้ คือกาละแมร์บอกว่าฝากไข่ไว้ทั้งสองคนเลย และไม่รู้จะได้ฟองไหน ค่อยลุ้นเอาว่าเป็นของใคร คือเรื่องมีลูกนี้เอาไว้สำหรับอนาคตอันใกล้ ซึ่งไม่ใช่วันนี้หรือพรุ่งนี้ ขอเอาวันนี้ให้รอดไปก่อน

    ถ้ามีอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย?
    โอ๊ต: แล้วแต่จะมาเลยครับ ผมไม่เกี่ยง
    วู้ดดี้: เราอยากได้ลูกชายคนหนึ่ง ลูกสาวคนหนึ่ง ที่เหลือก็แล้วแต่ครับ

    เลือกผู้หญิงที่จะอุ้มท้องให้ได้หรือยัง?
    วู้ดดี้: ก็คุยขำๆ บอกแมร์อุ้มให้แล้วกัน ผมเล็งกาละแมร์ไว้คนนึง กาละแมร์ไม่มีผัวแน่นอน คือลูกของวู้ดดี้กับโอ๊ต และไข่ของใครสักคนแต่ไม่เอาไข่แมร์แน่นอนครับ (หัวเราะ) แต่เอาท้องแมร์เพราะเขาออกกำลังกายดูแลสุขภาพ ก็บอกทางนี้เลยครับ กาละแมร์เราเลือกแล้วนะ เราจะเอาท้องแกนะ เป็นคนใกล้ตัวที่เราคิดว่าสุขภาพฟิตสุด ส่วนเขาจะยอมไหมเดี๋ยวเราคงต้องโน้มน้าวอีกที ถ้าไม่ใช่กาละแมร์ก็คงเป็นคนใกล้ชิดคนอื่นๆ แต่ตอนนี้มองไม่เห็นว่าเป็นใคร

    เรื่องกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปศึกษาไว้หมดแล้วหรือยัง?
    วู้ดดี้: ยังเลยครับ แต่เราคิดว่าถ้าใจเราอยากมีมันก็มีได้ มันเป็นสิ่งที่สวยงามครับ

    แล้วเรื่องจดทะเบียนล่ะ?
    โอ๊ต: เราไม่ได้จดครับ จริงๆ เราก็เป็นไทยทั้งคู่ไม่รู้จะจดต่างประเทศได้หรือเปล่า ก็หวังว่าในเมืองไทยจะดูเรื่องนี้ เพราะมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมว่าประเทศเราเป็นประเทศที่ยอมรับเรื่องนี้เยอะ ถ้าไปอีกสเต็ปมันจะเป็นอะไรที่วิเศษมาก
    วู้ดดี้: คงมีอีกหลายคู่ที่อาจจะไม่ได้การยอมรับจากสังคม หรือแม้กระทั่งการแต่งงาน คงอยากจะได้สิทธิ์ตรงนั้น เราเลยคิดว่าถ้าเราออกมาบอกอย่างชัดเจนเขาจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่มันเป็นเรื่องที่โอเคนะ คุณอย่าไปกลัว อย่าไปทำให้คำพูดคนอื่นมาบั่นทอนความสัมพันธ์ของคุณ ในเรื่องของการแต่งงานหรือกฎหมายมันก็เป็นสเต็ปต่อไป เราเองจะสู้เพื่อทุกคนอยู่แล้ว เราไม่อยากให้คนที่เกิดเป็นเกย์รู้สึกว่าเขาหมดหวัง หรือใช้ชีวิตแบบไม่มีหวังเลย

 

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

  • 1,608 view
  • share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ