ข่าวข่าวในประเทศ 1 กันยายน 2559 เวลา 13:30

กระทบไหล่ "จุ๊บจิ๊บ" นางสาวไทยคนที่50 ว่าที่คุณหมอแสนสวยจิตใจงาม!

  • 1,498 view
  • share

การประกวดนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2559 ที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นในรูปแบบเรียลลิตี้โชว์ “นางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้ CHALLENGE YOUR LIMITS เพราะความสวยไม่ได้วัดแค่บนเวที” ผ่านไปอย่างประทับใจ โดยมี “น้องจุ๊บจิ๊บ” น.ส.ธนพร ศรีวิราช สาวงามจาก จ. พะเยา เจ้าของสัดส่วน 34-24-35 น้ำหนัก 49.7 ก.ก. ส่วนสูง 165.5 ซ.ม. นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ครองมงกุฏนางสาวไทยคนที่ 50

     ภายหลังประสบความสำเร็จบนเวทีประกวดนางงามที่เก่าแก่และทรงคุณค่า “น้องจุ๊บจิ๊บ” เปิดใจหมดเปลือก 

     ความรู้สึกนางสาวไทยคนที่ 50?
     “ดีใจค่ะที่ทำความฝันของตนเองสำเร็จ การประกวดนางสาวไทยในปีนี้ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบ ถือว่ามีความแปลกใหม่ที่นางสาวไทยได้ทำภารกิจในแต่ละชาลเลนจ์ที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้ไปภาคใต้ ไปเยี่ยมชาวไทย ประทับใจชาลเลนจ์ต่างๆ ถือว่ามีความสำคัญในชีวิตเรามากๆ ได้ประสบการณ์ในการวางตัวในสังคม การแสดงต่างๆ ที่เราได้รับมอบหมายในแต่ละชาลเลนจ์จะทำเต็มที่ สุดความสามารถ วันนี้คุณพ่อคุณแม่และคุณอาจากพะเยามาเชียร์ค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยโหวตจิ๊บและให้กำลังใจมาตลอด กลับไปพะเยาคงได้เจอกัน” 

     ทำไมอยากเรียนหมอ?
     “เป็นความฝันมาตั้งแต่วัยเด็กค่ะ เพราะว่าจิ๊บมีคุณปู่ที่ป่วย คิดว่าถ้าเราได้ประกอบอาชีพนี้จะสามารถช่วยคนในครอบครัวได้ จิ๊บเรียนคณะแพทยศาสตร์ สาขาการแพทย์แผนจีนคู่ขนานกับศิลปศาสตร์ ภาษาจีน ค่ะ พูดภาษาจีนได้ ตอนนี้เรียนปี 3 แล้วค่ะ” 

     สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจมาประกวดนางงาม?
     “การสอบได้เป็นนักศึกษาแพทย์ นับว่าเป็นความสำเร็จก้าวแรกแล้ว อีกความฝันหนึ่งในฐานะลูกผู้หญิงก็อยากประกวดนางงาม ที่เลือกมาประกวดนางสาวไทย เพราะจิ๊บคิดว่าเวทีนี้มีตำนาน และรุ่นพี่หลายๆ คน ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม ช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาส ช่วยเหลือบุคคลที่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครได้ ที่สำคัญเมื่อจิ๊บได้ประกอบอาชีพหมอแล้วน่าจะทำประโยชน์ได้อีกมาก เช่น เวลาที่เราไปโรงพยาบาลจะเห็นคนจำนวนมาก รอต่อคิวรับการรักษา นอนรอหน้าลิฟต์ จิ๊บรู้สึกว่าเห็นแล้วสลดหดหู่ เราก็ตนเหมือนกันทำไมเลื่อมล้ำกันแบบนี้ ถ้าเลือกเกิดได้ไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้ จิ๊บเชื่อว่าเมื่อมาอยู่จุดนี้แล้วจะสามารถช่วยเหลือคนได้อีกหลายคน” 

     มีบนขอมงกุฏนางสาวไทยมั้ย?
     “มีไหว้พระเจ้าทันใจที่บ้านเกิดค่ะ ขอพรให้ได้เป็นนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2559 เมื่อได้แล้ว เดี๋ยวก็จะกลับบ้านไปแก้บนค่ะ เมื่อก่อนพระท่านอยู่ที่บ้านได้หายออกจากจังหวัดไปสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และได้กลับมาเมื่อ 3-4 ปี ผ่านมา ชาวบ้านเคารพนับถือว่าเป็นพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก จึงไปบนกับท่านไว้ ท่านชอบไข่ก็บนถวายไข่ไว้ค่ะ” 

     เตรียมแบ่งเวลาเรียนกับปฏิบัติหน้าที่นางสาวไทยอย่างไร?
     “จิ๊บต้องเรียน 6 ปี ตอนนี้ปี 3 แล้ว กับการเรียนก็ต้องขยันตั้งใจอ่านหนังสือ ทบทวนตำราเรียน ตามเพื่อนให้ทันค่ะ กับการทำงานในวงการต่อไป จิ๊บคิดว่าคงไม่ต้องส่งผลให้ไปดร็อปเรียน เบื้องต้นต้องเข้าไปปรึกษาหารือกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยด้วยว่าเห็นสมควรอย่างไร โดยส่วนตัวจิ๊บอยากเรียนให้จบพร้อมเพื่อน เพราะเป็นความฝันยิ่งใหญ่ของจิ๊บเลย” 

     คำจำกัดความคำว่าเป็นนางงามในความคิดส่วนตัว?
     “ นางงาม สำหรับจิ๊บ คือการได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น เพื่อสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน แค่เราทำ และมีความสุขที่จะทำ จิ๊บว่าเราจะสุขจากใจจริงๆ” 

     ที่เลือกประกวดนางสาวไทย? 
     “เพราะเวทีนี้ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำค่ะ จิ๊บคิดว่าการใส่ชุดว่ายน้ำบนเวทียังไม่ค่อยเหมาะสำหรับตัวหนู หนูเป็นคนต่างจังหวัด บ้านหนูยังไม่ยอมรับในเรื่องนี้เท่าไหร่ และบ้านหนูปลูกฝังวัฒนธรรมมาว่าจะดูไม่ดีหรือไม่อย่างไร จิ๊บจึงคิดว่าเวทีนี้เป็นเวทีเดียวที่ทำให้ความฝันเป็นจริงได้ โดยที่คุณพ่อคุณแม่เห็นด้วย” 

     อยากทำอะไรเพื่อสังคมมากเป็นพิเศษ?
     “จิ๊บอยากโฟกัสไปที่การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส จิ๊บอยู่ทางภาคเหนือบางครั้งกลุ่มองค์กรต่างๆ ก็จะเข้ามาบริจาคเสื้อผ้าเสื้อกันหนาวยังไม่ทั่วถึง เพราะบางครั้งเราเป็นคนในพื้นที่รู้ว่าตรงไหนที่หนางมากๆ และตรงไหนที่คนเข้าไปบริจาคไม่ถึง ซึ่งก่อนหน้านี้จิ๊บเคยทำโครงการไว้ คือโครงการเดินตามรอยพ่อ ทุกปีจิ๊บจะเข้าไปบริจาคเสื้อกันหนาวให้กับผู้ประสบภัยหนาว ที่โน่นเขาจะไม่มีเสื้อกันหนาวกันเลยค่ะ ต้องผิงไฟ ตอนนี้ทำมาเข้าปีที่ 3 ทำร่วมกับที่บ้าน เพื่อนๆ มหาวิทยาลัย และประกาศทางเฟซบุ๊กด้วยว่าใครอยากบริจาคอะไร และใครมีอะไรบ้าง เอามาช่วยแชร์กันได้ เป็นหนึ่งโครงการที่อยากสานต่อไปเรื่อยๆ” 

     คิดว่าจุดเด่นหรือเอกลักษณ์อยู่ตรงไหน?
     “จิ๊บเป็นคนที่มีความมั่นใจในระดับหนึ่งนะคะ กล้าคิดที่จะทำโครงการช่วยเหลือผู้คน ถามว่าตอนนั้นมีคนรู้จักจิ๊บมั้ย ไม่มีคนรู้จักเลยค่ะ มีแต่พวกเพื่อนและผู้คนที่เราไปพบเจอ และในเฟซบุ๊กที่เขามาติดตามบ้าง เราก็ถามว่าอยากทำบุญมั้ย เหมือนตอนที่ประเทศฟิลิปปินส์ภัยธรรมชาติ ช่วงนั้นเป็นวันลอยกระทง ก็จะเดินขายโคมที่ถนนคนเดินหารายได้โอนไปช่วยเขา แม้เป็นส่วนเล็กๆ แต่เราได้ทำก็รู้สึกดีกับตัวเราด้วย” 

     งานนี้หลังให้สัมภาษณ์กองทัพนักข่าวเสร็จ “น้องจุ๊บจิ๊บ”​ก้มกราบเท้าพ่อกับแม่ สร้างความประทับใจให้ผู้เห็นเหตุการณ์ไปตามๆ กัน

 

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

  • 1,498 view
  • share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ