ข่าวข่าวในประเทศ 29 มิถุนายน 2559 เวลา 12:55

พร้อมมากถึงมาก"หมอโอ๊ค"แจ้งเลื่อนทำบอลลูนหัวใจลูกสาวส.ค.

จุดนี้"หมอโอ๊ค"สมิทธิ์ อารยะสกุล ก็ยังคงเป็นขวัญใจสาวและสาวๆทั้งประเทศอยากได้เป็นสมี เพราะHe เป็นคนที่รักลูก รักเมียมาก..กก และในวันนี้(29 มิ.ย.) หมอโอ๊คได้อัพเดตเรื่องการรักษาอาการลิ้นหัวใจตีบของลูกสาว"น้องอลิน"ว่าตนและ"โอปอล์"ปณิสราเตรียมพาน้องอลินทำบอลลูนหัวใจปลายสิงหาคมนี้ (จากที่เคยแจ้งว่าจะเข้ารับการรักษาช่วงเดือนกันยายน)แจงเป็นจุดเล็กๆ คงไม่ผ่าตัดหรอก รับตนรู้สึกสงสารลูก ประสาหัวอกคนที่เป็นพ่อแม่ พร้อมฟุ้งกระจายว่าลูกแฝดน่ารักอารมณ์ดี ซึ่งตนก็เห่อและคิดถึงลูกทำงานเสร็จงานเผ่นกลับบ้าน

    น้องใกล้จะผ่าตัดแล้วเป็นยังไงบ้าง?
    หมอโอ๊ค:อ๋อ เดี๋ยวมีนัดอีกประมาณสิงหาคม เดี๋ยวมีการวางแผนกันก่อนว่าจะทำบอลลูนกันอย่างไร(หลายคนเป็นห่วงน้อง?)จริงๆทุกคนก็ตกใจเนอะ เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรหัวใจ ดูแบบน่ากลัวนิดนึง ก็ปรึกษากับอาจารย์หลายๆท่านแล้ว ก็โชคดีที่น้องอลินเป็นเป็นลิ้นเดียวนะครับ แล้วก็เป็นลิ้นที่รักษาโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด ใช้เพียงแค่การใส่บอลลูนเข้าไปช่วย(เรากังวลไหม?)เป็นพ่อเนอะ แค่เป็นหวัดเราก็เครียดแล้ว ก็มีบ้าง แต่ก็คิดว่าเราก็เลือกทุกอย่างที่ดีที่สุดให้กับลูกแล้ว ทำดีที่สุดแล้ว แล้วก็ถ้าหากเราไม่ทำก็จะมีผลต่อชีวิตของเค้า

    การทำบอลลูนหัวใจเป็นยังไง?
     หมอโอ๊ค:จะเหมือนลูกโป่งเล็กๆ ใส่ไปในเส้นเลือดของเรา ฉะนั้นแผลจะมีแค่รูเข็ม ใส่เข้าไปแล้วก็จะเป่าลูกโป่งให้ลิ้นมันขยายออก (แล้วการใช้ชีวิตของน้องจะเป็นปกติไหม? )หลังจากทำก็แค่มาตรวจติดตาม เค้าก็ปกติทุกอย่าง ไม่มีอะไร อาจจะโชคดีที่เราอยู่ในวงการแพทย์อยู่แล้ว อาจจะรู้จักท่านอาจารย์ที่เก่งๆ และก็โอกาสจังหวะเหมาะจริงๆที่น้องอลินได้รักษาอาจารย์ที่เก่งมากๆ มีเพื่อนฝูงที่เชี่ยวชาญเรื่องโรคหัวใจเด็กโดยตรง ความเห็นตรงกันหมด เราจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ครับ ทั้งวิทยาศาสตร์และทุกอย่างที่เป็นไปได้ในโลกนี้

    พัฒนาการน้องเป็นยังไงบ้าง เลี้ยงง่ายไหม?​
    หมอโอ๊ค:เลี้ยงง่ายเยอะขึ้นเลย นี่เพิ่งครบรอบ 9 เดือนไปเมื่อวานนี้เอง เริ่มนอนเป็นเวลาขึ้น เก่งขึ้น เริ่มจำพ่อแม่ได้ อันนี้มีความลำบากใจอย่างหนึ่ง พอออกมาทำงานก็เริ่มร้องหา ดีใจที่เค้าโตนะ แต่ก็เสียใจที่ไม่ได้อยู่กับเค้าในบางวันวันที่เราออกมาทำงาน(เรียกชื่อได้ยัง ปาป๊า?)ยังไม่ถึงกับพูดแต่ส่งเสียง เพราะวัยเค้ายังไม่ถึงเวลาพูดครับ แต่ส่งเสียงเรียกหาเรา

    โอปอล์บอกว่ากลับมาเข้าวงการงานค่อนข้างจะเยอะขึ้น? 
    หมอโอ๊ค:จริงๆเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับครอบครัวเราเลยนะครับ เราก็มีงานประจำของเรา มีบริษัทของเรา พวกเราทั้งสองคนไม่ใช่คนที่มุ่งหวังจะกอบโกยอะไรมากมายอยู่แล้ว แค่พอมีพอกินไปเรื่อยๆตามสมควรจะทำมากกว่า คุณโอปอล์เองอาจจะดูงานเยอะ แต่มันตามความรับผิดชอบมากกว่า มีงานที่จำเป็นต้องทำ บางงานอีเว้นท์ที่มันดึกมากๆ ก็บอกเลิกไปเยอะเหมือนกัน (จัดสรรเวลายังไงบ้าง?)  จริงๆก็พยายามจัดสรรเวลาให้มากที่สุด เรียกว่าถ้าพ้นจากเวลางานไปคือทุ่มให้เค้าหมดจริงๆ ย้ายทุกอย่างเข้าไปอยู่ใกล้ลูก เลี้ยงไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย ถ้าเริ่มโตกว่านี้ก็อยากให้เค้าไปด้วยกันกับเราก่อน อยากให้เค้าเห็นว่าเราทำงานอะไรยังไง อยากให้เค้าเห็นว่าพ่อแม่ทำงานยังไง มีชีวิตยังไง การดูแลลูกเราจะดูสลับกัน ในช่วงเช้าคุณโอปอล์ไปทำงาน ผมอยู่บ้าน พอออกมาตรวจ ช่วงบ่ายคุณโอปอล์กลับ อย่างน้อยต้องมีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายต้องอยู่แน่นอน ดังนั้นเราพยายามจะเลี้ยงให้เด็กๆได้ใกล้ชิดกับครอบครัวมากที่สุดครับ

     ในอนาคคิดไว้ไหมว่าจะพาน้องออกงานอีเว้นท์ด้วย?
     หมอโอ๊ค:อันนี้ยังไม่ได้คิดเลยครับ เพราะเค้ายังเล็กมาก ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ เพราะช่วงนี้ก็มีโรคหลายๆโรคระบาดในเด็ก พยายามหลีกเลี่ยงในที่ชุมชนก่อน รอให้เค้าแข็งแรงกว่านี้ครับ

    จัดว่าพร้อมมากถึงมาก สู้ๆค่า

 

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]