ข่าวข่าวในประเทศ 18 มีนาคม 2559 เวลา 13:44

ไม่ขอขมา! "น้ำเพชร" วอนสังคมเข้าใจขอโทษ "ม่านฟ้า" หลายรอบแล้ว

  • 1,828 view
  • share

ถึงคราวที่ อดีตนางงาม "น้ำเพชร" สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ ได้ออกมาพูดบ้างกับ ศึกเกาเหลารุมตบในห้องน้ำกับ ไฮโซสาวสวยรวยครบเครื่อง "ม่านฟ้า" อรปภัตร จันทรสาขา ที่ยึดเยื้อ มานาน โดยเมื่อวันที่ ( 11 มี.ค.) ไฮโซม่านฟ้า นำหลักฐานมาแฉและให้อดีตนางงาม ออกมาขอโทษผ่านสื่อ พร้อมกรวดน้ำสตรอว์เบอร์รี่อโหสิกรรมให้

    ด้านอดีตนางงามก็แรงไม่แพ้กัน วันต่อมาได้โพสต์ภาพกรวดน้ำอโหสิกรรมคืนให้เช่นกัน จนล่าสุดวันนี้( 18 มี.ค.) "น้ำพชร" ได้ออกมาแถลงพูดเรื่องดังกล่าวพร้อมงัดหลักฐานใบถอนแจ้งความกับคลิปเสียงที่ได้เจรจาจบคดีความกันไปแล้วกับ ไฮโซม่านฟ้า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมาก่อนที่ตนจะไปบวชว่า 

    อยากขออโหสิกรรมให้ คิดว่าเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาก่อน เลยถอนแจ้งความ เพราะตัวเองต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง จบกันที่ชั้น สน.ดีกว่า เพราะไม่มีตังค์จ่ายทนายแพงๆ ลั่นมีคลิปเสียงเจรจา แต่ไม่ขอเผยแพร่ ให้อภัยกันแม้ตนจะเสียเปรียบ โดนค่าปรับคนละ 500 บาท ไม่ได้ยอมความ แต่ถอนแจ้งความให้ บอกไร้สาระหาว่าตนไปฉีดเมโสแฟต สลายไขมันเฉพาะจุด ลั่นไม่กราบไม่มีขอขมา ลั่นขอโทษไปหลายรอบแล้ว อยากอวสานเรื่องนี้ ไม่ขอน้อมรับอะไรไว้ ไม่อยากพูดแล้ว อายคนอื่น คิดอยู่แล้วว่าต้องออกมาพูด แต่แค่ตลกมากกว่าผ่านมา 3 เดือนแล้วเพิ่งจะออกมาพูด ขอความเห็นใจสังคม มันคืออะไร ยืนยันโดนกระทำ ปัดโพสต์กรวดน้ำตอกกลับอีกฝ่าย แจงเป็นคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีที่ไหนสอนเอาน้ำสตรอว์เบอร์รี่มากรวดน้ำกัน 

    ทางม่านฟ้าออกมาพูดอยากให้เราขอโทษผ่านสื่อ? "ถ้าเราผิดจริงเราก็ยินดีที่จะขอโทษ" (เหมือนหลักฐานที่เขาออกมาพูดกับที่เราให้สัมภาษณ์ครั้งก่อนมันสวนทางกัน?) "จุดประสงค์ที่เราออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่ได้ตั้งไม่ได้ต้องการจะเอาหลักฐานออกมาแฉกัน แต่จะขอให้สัมภาษณ์ที่นี่ทีเดียวเพราะรู้สึกอับอาย ที่ต้องมาทะเลาะกับผู้หญิงในเรื่องการตบตีกัน มันไม่ใช่เรื่องที่จรรโลงใจสำหรับสังคมไทย"

    "อย่างก่อนหน้านี้ที่ตัดสินใจไปถอนแจ้งความให้กับคู่กรณี หลังจากเหตุการณ์ที่เข้ามาทำร้ายร่างกายเราในช่วงเดือนกันยายน ปีที่แล้ว ตอนนี้ผ่านไป 5 เดือนตำรวจก็เรียกมาสืบพยานไกล่เกลี่ยกันไป ประมาณ2-3ครั้ง แล้วไม่รู้ว่าตอนนั้นจิตสวยอะไร และรู้สึกว่าคู่กรณีเขาก็ไม่ได้ยอมรับก็เถียงกันไปเถียงกันมา เราเองก็อยากจะไปบวชด้วยเพราะปีใหม่ก็เป็นปีชง เลยตัดสินใจจะไปบวชปฏิบัติธรรม จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเวลา 10 วัน และ ก่อนไปทำบุญใหญ่ก็อยากจะขออโหสิกรรมกับทุกๆ คนไม่ใช่แค่เขา เพราะเราจะไปบวช" 

    ส่วนที่พี่ม่าน มาทำร้ายร่างกายเรา ก็อาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรเก่ากันมา เราก็อยากจะให้อภัยเขา เพราะเรื่องมันผ่านมานานแล้วตัวเราเองก็ไม่อยากจะไปขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะตำรวจบอกว่าต้องไปขึ้นศาลสืบพยานกันหลายครั้งถ้าคู่กรณียังไม่ยอมรับ ซึ่งเราต้องทำงานเลี้ยงที่บ้านเลี้ยงตัวเอง ไม่มีคนมาซัพพอร์ต หรือมีผู้ชายมานั่งเลี้ยง เลยตัดสินใจว่าถ้าจบกันในชั้นสน.มันจะดีกว่า หลังจากนั้นเลยถอนแจ้งความให้คู่กรณี อยากอโหสิกรรมให้แค่เรื่องการให้อภัยคนทำไมเราจะผ่านไปไม่ได้"
   
    "ส่วนถ้าบอกว่าเป็นการแจ้งความเท็จคงเป็นไปไม่ได้เพราะตำรวจสรุปคดีว่าเป็นทะเลาะวิวาท จากการที่เข้ามาทำร้ายร่างกายเราถามว่าเราเสียเปรียบไหม คือมันก็นิดหน่อยแต่เราก็ไม่ได้ถึงขนาดพิการ แค่ตบเราไม่กี่ที ก็ให้อภัยไป กลายเป็นว่าหนูยอมทำให้รูปคดี เป็นการทะเลาะวิวาทและปรับกันคนละ 500 ตามที่ใบเสร็จออกมา"
   
    "ส่วนเรื่องลายมือที่เขานำออกมาเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ ซึ่งเราเป็นผู้เสียหาย ที่บอกว่าเราเรียกเงินค่าทำขวัญเป็นเงิน 10 ล้านบาท คือเราเป็นเจ้าทุกข์เจ้าของคดี ครั้งแรกที่ไปแจ้งเพราะเราทุกข์ร้อนจริงๆ ตอนนั้นคนกำลังมีโทสะเราก็ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุด แต่ในการสอบสวน มันก็ต้องดูบาดแผล ถ้าไม่มากก็ชดเชยเป็นหลักหมื่นก็ว่าไป คิดดูเราให้อภัยเขาเราถอนแจ้งความไม่ได้ยอมความนะคะ จุดประสงค์เราชัดเจนคืออยากอโหสิกรรม คือวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาเป็นวันที่เราไปถอนแจ้งความ แล้ววันที่ 27 มกราคม เราก็ไปบวชเลย แล้วพอมาถึงเดือนมีนาคมเขาเพิ่งจะมาแถลงข่าวเราก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร"
   
    ทางฝั่งนั้นบอกไม่ได้ทำร้ายร่างกายเรา แต่เป็นเพราะเราไปฉีดฉีดเมโสแฟตและหน้าบวม? "ตรงนี้เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระ คือถ้าหาทางออกในการแก้ตัวเรื่องทำร้ายร่างกายเราไม่ได้ คุณนิ่งๆ เฉยๆ ไปก็ได้ ความจริงก็มีแต่หนูกับเขาที่รู้ ถามว่าเราโอเคกับเรื่องนี้ไหมในใจเราก็ไม่ค่อยโอเคหรอกเพราะเราโดนกระทำ คือเงินเราสู้เขาไม่ได้เราไม่พร้อมขึ้นศาล เราเอาเงินหลักแสนไปทำเพื่อชาติทำเพื่อตัวเองดีกว่า ส่วนตอนที่ตำรวจส่งสำนวนก็ไม่ได้เป็นชื่อเรากับชื่อม่านฟ้าแต่เป็นชื่อของอีกคนหนึ่งซึ่งตอนนั้นเราก็โอเค ปรับคนละ 500 ก็ขอโทษกัน แต่วันนั้นไม่ได้มีการกราบขอขมาหรือกราบเท้าเขา อย่างที่เขาพูดมา วันนั้นก็ คิดว่าจบด้วยดีก็ ทางฝั่งเราก็บอกว่าจะไม่มีการแถลงข่าวหรืออะไร จบกันตรงนี้เราจะไม่พูดอะไรถึงพี่ พี่จะไม่พูดอะไรถึงเราอีก ก็แยกย้ายกลับบ้าน ก็ไม่คิดว่าจะโดนแว้งกัดแบบนี้" 
   
    ทำไมถึงเป็นชื่อคู่กรณีอีกคนนึง ทั้งที่เราทะเลาะกับม่านฟ้า? "เรายังไงก็ได้ตอนที่แจ้งความเราก็แจ้งชื่อคุณม่านฟ้าแต่คู่กรณีของหนูตอนที่มาปรับเป็นอีกคนหนึ่ง เราก็ขอความเห็นใจจากสังคมแล้วกันค่ะ" (แล้วที่เขากรวดน้ำให้เราด้วยน้ำสตรอว์เบอร์รี่? "(หัวเราะ)ทุกวันนี้ก็ตลกดีนะคะ ส่วนที่เราโพสต์เรื่องการกรวดน้ำจริงๆ เราไม่ได้โพสต์โต้ตอบเขา เราแค่ต้องการเตือนสติพุทธศาสนิกชน หรือคนที่กำลังใช้ศาสนาในทางที่ผิด ควรทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์จริงๆควรจะใช้น้ำเปล่าน้ำสะอาด ไม่มีคัมภีร์พระไตรปิฎกเล่มไหนที่สอนให้นำน้ำผลไม้มากรวด"
   
    เขาอยากให้ขอโทษผ่านสื่อ เราก็ยืนยันว่าจะไม่ขอโทษ? "เราขอโทษเขาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้งแล้ว เราทำอะไรให้เขาขุ่นเคืองใจเราก็ขออโหสิกรรมเขาไปแล้ว เราตั้งใจให้อภัยเขาแล้วก็ไปบวชให้เขาแล้ว ส่วนถ้าเขาจะมองว่าเราเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ก็แล้วแต่เขาจะคิดแล้วกันค่ะ ไม่ขอน้อมรับอะไรไว้ หลังจากนี้ไม่ว่าเขาจะมีออกมาพูดอะไรก็จะไม่มีคำสัมภาษณ์จากเราอีก ขออโหสิกรรมผ่านสื่อตรงนี้เลยค่ะ"

 

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

  • 1,828 view
  • share