ข่าวข่าวในประเทศ 12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 00:32

วอนจบดราม่า!!อย่าโยงมั่ว "ฌอห์ณ" รับอึดอัดร่วมงาน "เอสเธอร์"

"ฌอห์ณ''รับอึดอัดใจร่วมงาน'เอสเธอร์''หลังมีข่าวดราม่า แต่สามารถทำงานร่วมกันได้ ลั่นแม่โพสต์ไอจีเตือนสติตน ปัดพาดพิงใคร บอกไม่รู้แม่ฝ่ายหญิงไม่ปลื้มตน เชื่อสาเหตุหลักมาจากเรื่องเวลาที่เจอกันน้อย ขอบคุณกำลังจากแฟนคลับ วอนให้เรื่องจบ ฟุ้งให้อั่งเปาหลานๆ และครอบครัวเกือบ 6 หลัก

 

    เหมือนจะจบไม่สวยสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกหนุ่มหน้าเข้มขวัญใจสาวๆ ฌอห์ณ จินดาโชติ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เพราะหลังจากอดีตคู่จิ้นออกมายอมรับว่าห่างกันแล้ว และยิ่งตอกย้ำไปอีก เมื่อแม่ฝ่ายชายโพสต์ข้อความเตือนใจลูกชายอย่าไปรักลูกเขา แบบอดคิดไม่ได้ รวมไปถึงกระแสข่าวว่าแม่ของนางเอกสาวก็ไม่ค่อยปลื้มอีกฝ่ายเท่าไร และตัวเอสเธอร์เองก็ได้ออกมาทวีตข้อความอย่างมีความหมายชวนคิด งานนี้เลยเกิด ''ทีมฌอห์น ''ทีมเอสเธอร์ ขึ้นมาทันที

    เมื่อมีโอกาสได้เจอหนุ่มฌอห์นขณะมาร่วมพิธีเปิด ''Taste of Korea 2016'' วันที่ 11 ก.พ. 59 ที่เซ็นทรัลเวิล์ด จึงได้เปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ให้กองทัพสื่อมวลชนฟังว่าเรื่องที่แม่โพสต์ไอจีไม่ได้พาดพิงถึงเอสเธอร์ แจงเพียงแค่เตือนสติเรา 

    "เรื่องนั้นผมชี้แจงบอกไปแล้วครั้งหนึ่ง คือแม่ผมแกเป็นคนมีอะไรก็สอนก็เตือน ไม่ใช่ไปพาดพิงใคร รู้สึกว่าบทสัมภาษณ์นั้นจะเตือนตัวผมเองว่า ต่อไปคิดอะไร จะทำอะไรให้ระวัง และดูแลตัวเองให้มากๆ นั่นคือสิ่งที่แกต้องการจะบอก ซึ่งผมก็ลงสิ่งที่แกโพสต์ แล้วถามว่าหมายความว่าอะไร แม่ก็บอกว่าแค่ต้องการบอกให้ลูกรู้ เพราะบางทีเราไม่มีการคุยกัน ก็นั้นแหละครับ ไม่ได้มีเจตนาอะไร ผมห่างน้องมานานแล้วครับ แต่พี่ๆ นักข่าวเพิ่งเริ่มมาถาม แล้วเราบอกเท่าที่เราบอกได้ ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่ครับ ที่โพสต์แม่ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น รู้ครับว่าสื่อโซเชียลมีผลยังไง มันรีโพสต์หลายรอบ และอีกอย่างมันเป็นของคุณแม่ผม ถ้าผมจะทำผมทำด้วยตัวผมเองดีกว่า มีหลายคนก็ถามครับ แต่คุณแม่เขาก็ตอบเอง ส่วนใหญ่คนที่มาถามก็จะเป็นชาวบ้าน แต่ไม่ได้มาถามผมตรงๆ เรื่องนี้มันนานมากแล้วครับ เรื่องของการให้สัมภาษณ์ก็นานแล้วเหมือนกัน แต่มันถูกล็อกคิวไว้พอดีกับช่วงนั้นเลยประจวบเหมาะไปหมด คนเลยเอามาโยง ถ้าผมจะทำผมทำไปนานแล้ว ผมทำด้วยตัวผมเอง ไม่ต้องยืมมือใครทำ" 

    ถามอีกถึงมีกระแสว่า แม่น้องไม่ปลื้มเรา อยากให้น้องจิ้นกับคนอื่นแทน เจ้าย้ำไม่รู้เรื่อง แจงยังเจอไหว้ทักทายผู้ใหญ่ปกติ ยันทำได้ด้วยกันได้ปกติ
    "เรื่องนี้ไม่ทราบนะครับ แต่ส่วนตัวผมร่วมงานกับแม่น้องมานาน ก็ทักทาย ยกมือไหว้ปกติ ไม่ได้มาถามแกเรื่องส่วนตัว แกเป็นผู้ใหญ่แล้วครับ ผมคิดว่าเขาคงไม่น่าจะคิดแบบนั้น ถ้าแม่น้องรู้สึกอึดอัดมาก คงไม่ปล่อยน้องมาทำงานกับผมขนาดนี้ ผมโอเคนะ แต่สงสารน้อง อยากให้เข้าใจตรงกันว่าเป็นพี่น้องครับ เราต้องทำงานด้วยกัน ร่วมงานกัน อยู่ในเฟรมเดียวกันผมเข้ากองเจอน้องก็ทักทายพูดคุยปกตินะครับ เพราะส่วนตัวผมยืนยันแบบบริสุทธิ์ใจไม่ได้คิดไม่ดีอะไรเลย ส่วนทางฝั่งน้องจะยังไงผมไม่เป็นไร ผมไม่แสดงความคิดเห็น ทุกคนคงมีทัศนะที่ต่างกัน แต่อยากให้ทุกกคนเข้าใจว่าในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายนะ การตอบของแต่ละครั้งจะมีการเชื่อมโยงไปเรื่องต่างๆ มากมาย เพราะฉะนั้นอย่าเชื่อมโยงเยอะครับ จริงๆ มันอยู่แค่นี้ จบแค่นี้ ตอบแทนน้องว่า เรายังทำงานด้วยกันได้ และทำงานด้วยกันดีเหมือนที่ทุกคนรอคอย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรครับ
วันก่อนพวกพี่ยังเจอผมในงานช่องวันนะครับ วันต่อมาก็มาบอก เพราะฉะนั้นไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงอะไร มันเป็นเรื่องของการเป็นเพื่อน ไม่ใช่เรื่องของการที่ฉันเกลียดเธอ เธอเกลียดฉันหรืออะไร ทำงานได้พูดคุย แต่อยู่ในพื้นที่ของเรา น้องเขาก็ทำหน้าที่ของน้องได้ดี ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน"

    ต่อข้อซักถามอีกว่ามีโอกาสได้พูดคุยกับน้องเคลียร์ถึงเรื่องนี้หรือยัง นักแสดงรับว่ายัง วอนอยากให้เรื่องจบ เพราะตนพูดอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนฝ่ายหญิงยังไม่ได้ออกมาพูด ส่วนเรื่องทวีตข้อความของฝ่ายหญิงรับทำให้อึดอัดใจเวลาร่วมงาน แต่เข้าใจฝ่ายหญิง 
    "ยังไม่มีโอกาสครับ เพราะผมว่าเราผ่านเรื่องนี้มานานแล้ว ส่วนตัวผมยังเป็นพี่ที่ดีของเขาอยู่ ยังถาม ยังเป็นห่วง ถ้าถึงขั้นนั้นผมจะไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว อยากให้เรื่องมันเงียบๆ ไป คนถามมาก็ตอบความจริง ผมไม่ถนัดที่จะโกหก เพราะภาพมันไม่ได้เจอกันบ่อยอยู่แล้ว เราก็ให้เกียรติเขาเท่าที่เราทำได้
น้องเขาก็ยังไม่ได้ออกมาพูด มีแต่การโพสต์ผ่านโซเชียล และเรื่องมันเลยไม่จบ มันมีการโยงไปถึงผู้ปกครองท่านนั้น ท่านนี้ ซึ่งผมรู้สึกว่าถ้ามันไม่โอเคกันถึงขั้นนั้นก็จะไม่มีงานออกมา เราจะทำงานกันไม่ได้ มันยากมากสำหรับการถ่ายละคร แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของเราที่เราเข้าใจกันมานานแล้ว แต่คนเพิ่งเริ่มสังเกต เรื่องข้อความที่น้องทวีตเห็นแล้วครับ ผลการร่วมงานก็อึดอัดนะครับ ถ้าจะบอกไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ใช่ แต่เราเข้าใจ เข้าใจน้อง น้องไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก อาจเป็นเรื่องของภาวะอารมณ์นะครับ เพราะตอนนั้นแหละที่เขาอาจต้องการคิดหรือต้องการจะบอกใคร คงต้องการจะบอกให้ทุกคนช่วยวิเคราะห์ข่าวก่อน ทุกคนจะไม่เห็นข้อความในไอจีผมโพสต์แบบนั้นเลย เพราะผมอยากให้เราเข้าใจทั้งสองฝ่าย ไอจียังฟอลโล่ครับ ผมไม่เคยอันฟอลโล่ใคร ไม่มีเหตุผลต้องมาอันฟอลโล่"

    เสริมข้อซักถามถึงแฟนคลับก็ให้กำลังใจยังไงบ้าง เจ้าตัวบอกว่าเกิดแฮชแท็กเยอะมาก บอกอยากให้เข้าใจ ลั่นปัญหาจริงๆ เกิดจากเรื่องเวลาที่ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อย
    ''มีนะครับ เกิดอย่างที่พวกพี่เห็น อยู่ดีๆ ก็เกิดแฮชแท็กทีมขึ้นมา ซึ่งผมอยากบอกว่าการทำอย่างนั้นไม่ได้ทำให้เรื่องมันดีขึ้นครับ เรายังต้องทำงานร่วมกัน พอละครออกมาคุณก็ต้องดูเราอยู่ดี เราต้องอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน อยากให้ทุกคนเข้าใจ ไม่มีการแบ่งทีม แต่ปัญหาเรื่องนี้ค่อนข้างจะเบาลงไป เหมือนน้องให้ข่าวในรายการแล้วว่าเป็นเรื่องของเวลาไม่ได้เจอ ปัญหาจริงๆ มันเกิดจากเรื่องเวลาที่ไม่ได้เจอกันบ่อย ไม่ได้แฮงก์เอาต์กัน ต่างคนต่างทำงานมากกว่าเลยห่างๆ กัน''

    มาต่อกับเรื่องราวดีๆ บ้าง เห็นว่าเพิ่งให้แต๊ะเอียหลานไปเกือบ 6 หลักเลย หนุ่มฌอห์ณยิ้มก่อนจะตอบปัดว่าไม่ถึง แค่เกือบๆ รวมถึงของเล่นด้วย
    ''ใช่ครับ เสียเงินไปเยอะเหมือนกัน เป็นความตั้งใจตั้งแต่ปลายปีว่า เราทำงานเยอะ พอนั่งจัดสรรเงินก็รู้สึกว่ามันมากพอที่จะให้เป็นเงินขวัญถุงกับคนร่วมงานหรือคนที่เราสนิทนะครับ พอต้นปีก็เริ่มจัดซอง เลยถามคุณแม่ว่าผมมีเท่าไหร่ จะให้ได้เท่าไหร่ เราอยากให้หลานเยอะๆ ถึงแม้หลานจะไม่เข้าใจหรอกว่าปริมาณเท่าไหร่ แต่คุณแม่กับปู่ย่าเขาเข้าใจดี ก็ให้เกือบทุกคนเลยครับ ทั้งสองบ้าน ก็หลานน่ารักอ่ะ แค่ให้มาหอมแก้มทีเราก็เสียไปละ 3-4 พัน คือผมพูดเล่น บอกไปหอมละห้าร้อย กลายเป็นว่าแม่เขาไปสกิดให้หอมสักสิบที ผมเสียไปแล้วหลายพัน แล้ววันนั้นเราอยู่กันห้าชั่วโมง พี่ก็คูณไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึง 6 หลักครับ แต่ก็เกือบนะ แต่ซื้อของด้วย ให้หลายคนครับ'' พระเอกหนุ่มกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ