ข่าวข่าวในประเทศ 5 ธันวาคม 2558 เวลา 12:08

คลุกวงในหัวใจ"พ่อสงวน"ถึง"ปอ ทฤษฎี" ถ้าขอได้ขอให้ลูกหายกลับมาอยู่กับเรา

วินาทีนี้เชื่อเหลือเกินว่าชาวไทยทั้งประเทศคงรู้จักและซาบซึ้งผู้ชายคนนี้ ที่ดูอบอุ่น สุขุม นุ่มลึก รักครอบครัวรักลูกอย่าง "ผศ.สงวน" สหวงษ์ คุณพ่อของพระเอกชื่อดังหนุ่ม "ปอ"ทฤษฎี พ่อผู้ที่ได้รับการยกย่องและชื่นชมว่าเป็นแบบอย่างที่น่านับถือ กับภาพซึ้งสุดประทับใจที่สื่อให้เห็นถึงหัวอก "พ่อมานั่งรอปอฟื้นที่หน้าห้อง CCU ทุกวัน" ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี พ่อที่อยู่เคียงข้างปอตลอดเวลาทั้งในยามสุขและทุกข์ ความรักและความผูกพันธ์สายใยรักพ่อลูกที่ไม่มีวันสิ้นสุด

    ซึ่งล่าสุดคุณพ่อสงวนได้ถ่ายทอดความรักพ่อที่มีต่อพระเอกชื่อดังผ่านทางสยามดาราเว็บไซต์ที่อ่านแล้วซาบซึ้งสุดหัวใจในหลายแง่มุมที่หลายคนไม่เคยรู้ 

    ย้อนกลับไปในช่วงที่ปอยังเด็กคุณพ่อเล่าว่าปอเป็นเด็กที่แข็งแรง ในเรื่องของนิสัยก็ตามประสาวัยรุ่น แต่จะให้สุดโต่งแหกคอก ไม่มีหรอก ส่วนนิสัยใจคอแม้ปอจะเป็นคนที่ลุยๆแต่ปอเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน และมีน้ำใจพอสมควรกับทุกคน เป็นคนไม่เรื่องมาก จะอยู่จะกินก็ง่ายๆ จนบางครั้งตนต้องสะกิดพระเอกนะลูก ต้องรักษาลุคส์บ้าง ปอเป็นคนง่ายๆ 

 

    หลังจากที่ปอเข้าวงการบันเทิง ได้เป็นพระเอกคุณพ่อยิ้มอย่างภูมิใจพร้อมกับบอกว่าตนรู้สึกทึ่ง รู้สึกว่ามีลูกเป็นพระเอกแล้วเหรอ เพราะตนไม่คิด 

    "สิ่งหนึ่งก็คือเราได้สังคมมากขึ้น คนรู้จักเรามากขึ้น ตอนแรกที่เราดูละคร เราก็เป็นห่วง แต่เราให้ข้อเสนอแนะไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็เชื่อว่าทางช่อง น่าจะฝึกฝนให้เขาได้เรียนรู้และมีคุณอาน้ำอ้อย เป็นผู้จัดการดูแล ก็เบาใจได้เราเชื่อมันในตัวเขา และหลังๆมาเขาก็พัฒนาตัวเองมาในระดับที่ได้รับคำชมเชย ได้รับการไว้วางใจจากผู้จัด เราก็ผ่อนคลายความเป็นห่วงว่า ปกติปอเขาไม่มีพื้นฐานการแสดงมาเลย อยู่โรงเรียนไม่เคยแสดงอะไรเลย แถมยังเป็นคนขี้อายด้วย ตอนเด็ก ก็คิดว่าเป็นไปได้ยัง แต่ในที่สุเดเขาก็ทำได้ และเรียนรู้ โชคดีจริงที่เขาได้รับความไว้วางใจ ให้โอกาสได้แสดง ทำงานที่น่าภาคภูมิใจ(ยิ้ม)

    ฟังคุณพ่อพูดแล้ว จึงไม่แปลกอะไรที่คุณพ่อจะยอมรับว่าตนสนับสนุนให้ลูกปอเดินบนถนนบันเทิงอย่างเต็มใจที่สุด ขณะเดียวกันก็จะแอบห่วงบ้างไรบ้าง 

    "โอกาสอย่างนี้คงไม่มีพ่อคนใดปฏิเสธหรอกเพราะไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไร พอลูกได้มีโอกาสนี้แล้ว พ่อก็บอกว่าลูกได้มีสังคมกว้างออกไป มีคนรู้จักมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นห่วงว่า เมื่อเรามีโอกาสแบบนี้แล้ว การที่เราจะต้องรักษาโอกาสนี้ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับตัวปอ เพราะปอเป็นคนของประชาชน เป็นคนสาธารณะแล้ว สิ่งที่ร้องระวังมากที่สุด คือต้องรักประชาชน รักทุกคน รักแฟนคลับ และต้องทำตัวให้เขารักเราได้ด้วย แต่โชคดีที่ปอเป็นคนลุยๆง่ายๆ"

    นอกจากภูมิใจที่ลูกชายคนโตได้เป็นดาวแล้ว อีกสิ่งที่พ่อสงวนภูมิใจที่สุดในโลกนั่นก็คือการที่"ปอ ทฤษฎี" ถูกยกให้เป็นดาราตัวอย่างเรื่องการใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  จุดนี้คุณพ่อระบายยิ้มบนใบหน้าแล้วย้อนวันวานอย่างมีความสุขว่า   หลังจากที่ตนทำไร่สร้างสิ่งแวดล้อมขึ้นมา จนเต็มไร่ 50 กว่าไร่ ในส่วนที่ทำที่บุรีรัมย์ ก็มีคนไปทำรายการ ออกทีวีหลายอย่าง

    " ปอชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่พ่อคิดและวางแผนกับพ่อ และสร้างสิ่งแวดล้อมเป็นสีเขียว จากที่โล่งๆที่คือสิ่งที่ปอรักพ่อ หางานให้ในสิ่งที่พ่อชอบ นอกจากนั้นก็ยังได้ทำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ" 

    ขณะเดียวกันความห่างไกลของสองพ่อลูกนั้น คุณพ่อสงวนเน้นย้ำเลยว่า"ห่างไกลแต่ไม่เคยห่างกัน" คุณพ่อคนดังเปิดใจว่า  แม้ตนจะอยู่บุรีรัมย์ ปออยู่กรุงเทพแต่สายใยรักพ่อลูกนั้นยังสื่อถึงกันตลอด 

    "แม้ว่าเราจะห่างกัน เขาอยู่กรุงเทพฯ พ่ออยู่บุรีรัมย์ ความผูกพันธ์เราก็มีตลอด  หลังจากที่เขาเป็นคนที่มีคนรู้จักมากขึ้น พ่อก็สอนเข้าว่า  สังคมปอกว้างขึ้นนะ ต้องดีกับทุกคน ต้องให้คุณค่ากับทุกคน โดยเฉพาะแฟนคลับ เราอยู่ได้เพราะเขารักเรา และผู้ใหญ่ทุกคนที่เขารักและเมตตาเรา"  

 

    วันนี้ที่ลูกชายสู้ไข้เลือดออกขั้นวิกฤติกว่า20วัน ในโรงพยาบาลรามาธิบดี แต่เมื่อใดก็ถามที่ถามถึงความภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้คุณพ่อจะยิ้มกว้างดวงตาทอดประกายแห่งความรักความปลื้มใจ พร้อมเล่าเป็นฉากๆว่า ตนภูมิใจในตัวลูกชายที่สุด ภูมิใจที่ปอเป็นลูกกตัญญู ห่วงพ่อแม่ ตามใจพ่อ  ตามใจแม่ ในวันที่ตนเกษียณ และในความที่ตนเป็นคนรักธรรมชาติ รักป่าไม้ รักต้นไม้  

    "ปอก็ให้พ่อไปทำสวนทำไร่ หาที่ให้พ่อ แต่เขาบอกพ่ออยู่อย่างเดียวว่าพ่ออย่าไปทำเชิงพาณิชย์นะ ต้องทำเพื่อหาความสุขให้ตัวเอง ต้องทำเพื่อเป็นแบบอย่าง แนวทางนำร่องให้ประชนในท้องถิ่นและสำคัญที่สุด ปอมักจะบอกว่าพ่อต้องทำตามแนวพระราชดำริของในหลวง ยกตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุด เขาบอกให้พ่อปลูกยางพารา  พ่อก็อธิบายว่าบ้านเราไม่เหมาะที่จะปลูกยางพารานะลูกจะได้ผลหรือลูก ปอบอกอันนั้นไม่ต้องห่วงหรอกพ่อ ถ้าเราทำอย่างที่มีคุณภาพ เราก็ได้ป่า สร้างสิ่งแวดล้อมตามพระราชดำรัสของในหลวง พ่อปลูกไปเถอะ(ยิ้ม) 

    ส่วนที่หลายคนฝากถามว่าปอเคยบอกจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านมั้ยนั้น คุณพ่อคนดังนิ่งอึดใจแล้วเอ่ยว่า ปอไม่เคยบอก 

    "ก็อยู่นี่ ก็ทำไปเท่าที่จะทำได้  ถึงไม่ได้เป็นพระเอก แต่ก็คงมีอย่างอื่นให้ได้ทำมั้ง เขาพูดอย่งงั้น  พ่อก็บอกว่าเขาคิดอย่างนั้นเนอะ ก็แล้วแต่ลูก ยังไงก็ตาม เราก็มีหลายอย่างในครอบครัวเราที่จะรองรับเขาได้ ถ้าหากเขาจะกลับไปหรือไม่กลับไป"

    ด้วยความที่พระเอกปอ เป็นพระเอกพอเพียงและเป็นอีกหนึ่งพระเอกที่นิสัยดี จุดนี้คุณพ่อกล่าวคำสอนของตนก็คือการให้อิสระ  ตนคิดว่าปอก็คงจะทำอย่างนี้กับลูกเค้าเหมือนที่ตนเลี้ยงปอมา ตนพ่อไม่เคยดุลูกเลย ซึ่งทุกอย่างก็ราบรื่นดีมาก  

    มาถึงประเด็นที่ในปีนี้หลายคนก็ยกให้คุณพ่อเป็นคุณพ่อที่เข้มแข็ง ทางคุณพ่อคนดังออกตัวเบาๆว่า ในสิ่งที่ตัวเองทำมันเป็นความจำเป็นที่จะต้องเข้มแข็ง

    "แม่ก็อาจอ่อนแรงมากกว่าพ่อ ถ้าพ่ออ่อนไปอีกคน แล้วใครจะมานั่งคุยกับพวกคุณ ใครจะต้อนรับพี่น้องเพื่อนฝูงทุกคนที่เค้ามาด้วยความหวังดี พ่อก็พยายามดูแลตัวเอง พยายามนอนให้ได้ ทานให้ได้ พยายามทำให้ตัวเองสบายใจ ในบางครั้งบางสิ่งเราก็ต้องทำ

ใจยอมรับ บางครั้งเราจะต้องเผชิญกับสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ เราก็ต้องทำใจยอมเค้า หาความสุขไปกับเค้า ดีกว่าไปนั่งตีโพยตีพาย"

    และในวันนี้ วันที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนอนป่วย แต่น้ำใจจากหลายๆฝ่ายไหลหลั่งมาท่วมท้น คุณพ่อก็บอกว่าสิ่งที่ตนได้รับจากการบอกเล่า การพูดคุยกันระหว่างนี้ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันโดยบอกว่าปอเป็นคนดี เสมอต้นเสมอปลายยังไงก็อย่างงั้น อยู่ง่ายๆพวกกองถ่ายด้วยกัน  ผู้ใหญ่ตั้งแต่ระดับที่ปอทำงาน องค์กรที่ลูกชายทำงานด้วยจนกระทั่งผู้ใหญ่สูงสุดที่ร่วมละคร ต่างพูดเป็นเสียงกันว่า ปอง่ายๆ มีความผิดชอบพอสมควร นี่คือสิ่งที่ปรากฏจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

 

    อย่างไรก็ตาม ผศ.สงวนก็ได้ฝากถึงคนที่รักและเป็นห่วงมาว่าตนขอบพระคุณอย่างมาก ขอบคุณแฟนคลับ ขอบคุณประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทุกฝ่ายของทางโรงพยาบาลรามาธิบดี และที่สุดก็คือทีมคุณหมอที่รักษาพยาบาล และทุกคนที่มีส่วนร่วมในการรักษาปอในช่วงวิกฤติ

    "เราต้องขอบคุณท่านอย่างมาก ได้หมอที่เชี่ยวชาญที่สุดที่จะดูแลปอ สิ่งที่สำคัญที่สุดอันหนึ่ง เหนืออื่นสิ่งใดก็ความเมตตากรุณาของคุณหมอที่มีต่อปอ ผมก็พูดว่าอันนี้สำคัญมากที่ดูแลปอตลอด ยังนึกตามประสาพ่อแม่ ด้วยแรงแรงกำลังใจจากทุกทิศ ทุกฝ่าย ทุกองค์การ ประชาชน รวมทั้งพระสงฆ์องค์เจ้า ที่ท่านภาวนา ความปรารถนาดี ส่งสิ่งดีๆมาให้ปอ อาจจะเป็นพลังหนึ่งที่ช่วยคุณหมอรักษาปอได้จนถึงทุกวันนี้"

    มาถึงประเด็นสุดซึ้งที่สยามดาราถามคุณพ่อเบาๆว่า หากลูกชายกลับมารับฟังและเข้าใจคุณพ่ออยากจะบอกอะไรกับปอเป็นประโยคแรก? คุณพ่อทอดสายตาไปข้างหน้าแล้วหันกลับมาส่งคำตอบให้ฟังพร้อมดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความเมตตาว่าถ้าลูกกลับมาเหมือนเดิมพ่อจะบอกว่า"ประโยคแรกที่พ่ออยากจะพูด พ่ออยากบอกว่า...ในช่วงที่ปอไม่สบาย ปอรู้มั้ยว่าคนทั้งประเทศรักปอมากนะ ส่วนของขวัญวันพ่อปีนี้ ถ้าขอได้พ่ออยากขอให้เค้าหาย ให้กลับมาอยู่กับพวกเราครับ"

    ฟังแล้วซึมซับและซาบซึ้งไปกับรักของพ่อที่มีต่อลูกไม่เสื่อมคลาย และโอกาสนี้สยามดาราเว็บไซต์ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจส่งให้กับคุณพ่อใจสู้และครอบครัว"สหวงษ์"นะคะ 

 

"หมวยอินเตอร์"

 

  

 

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]