ข่าวข่าวต่างประเทศ 13 กันยายน 2561 เวลา 07:00

โคริน ฮาร์ดี้ : The Nun ทุกๆเรื่องราวเต็มไปด้วยความสยอง

เรื่องราวของ "เดอะ นัน" (The Nun) หรือ ผีแม่ชี ได้รับความสนใจมากเมื่อได้ไปโผล่ออกมาให้เห็นจนผู้ชมขนหัวลุกมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring 2 และครั้งนี้ โคริน ฮาร์ดี้ ได้นำมาสร้างเพื่อตีแผ่ความลับอันน่าสยดสยองของ แม่ชีปีศาจ และนำไปสู่เหตุการณ์ขนหัวลุกมากมาย

          สำหรับจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยองเกิดขึ้นจากแม่ชีคนหนึ่งในศาสนจักรแห่งโรมาเนียได้ปลิดชีวิตตนเองลง ทำให้นักบวชซึ่งเป็นผู้รับรู้อดีตสุดสยองขวัญและคำสัตย์สาบานสุดท้ายของเธอ ถูกส่งไปยังวาติกัน เพื่อสืบหาสาเหตุทั้งหมด ที่นั่นพวกเขาได้ค้นพบกับคำสั่งอันดำมืด ที่เกี่ยวพันกันไม่ใช่แค่โชคชะตาของพวกเขา แต่เป็นโชคชะตาของวิญญาณทุกดวง ที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงอาฆาตสุดร้ายแรง จากปีศาจแม่ชี และนี่จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิระหว่างผู้มีชีวิตและวิญญาณร้าย 

          ฮาร์ดี้ ได้นำ เดอะ นัน ออกมาขยายความเพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของปีศาจสยองในร่างแม่ชี และเหตุที่มาที่ไปถึงคำสัตย์สาบานของเธอ ที่สำคัญ ฮาร์ดี้ ได้พยายามสร้างหนังเรื่องนี้ให้มีความสมจริงที่สุด ด้วยการถ่ายทำในสถานที่น่ากลัวจริงๆ ในประเทศโรมาเนีย รวมไปถึงการเลือกนักแสดงที่เหมาะสมที่พร้อมลุยงานหนักกับหนังเรื่องนี้ และที่สำคัญการที่ต้องพบเรื่องราวขนหัวลุกกับตัวเองในช่วงระหว่างถ่ายทำ !!!

ผีแม่ชีกับปริศนาที่ถูกเปิดเผย

Q : คุณว่ามันยากลำบากแค่ไหนกับการต้องทำภาพยนตร์แฟรนไชส์สยองขวัญอย่าง เดอะ นัน คุณช่วยอธิบายเกี่ยวกับตัวหนังหน่อยได้ไหม ?

โคริน ฮาร์ดี้ : อืมม นี่เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นในการทำหนังที่เกี่ยวกับจักรวานของ เดอะ คอนเจอริ่ง รู้ไหม ในฐานะแฟนหนังสยองขวัญ และ เจมส์ วาน รวมทั้งสิ่งที่เขาได้สร้างขึ้นมา มันเป็นความรับผิดชอบอย่างสูง แต่นี่เป็นโอกาสดีมากๆ ในการที่จะได้ดำดิ่งไปสู่โลกของ เดอะ คอนเจอริ่ง และกับ เดอะ นัน อืมม เรามาถูกทางแล้ว มันก็เหมือนกับการเริ่มต้นเรื่องราวของ วาลัค และเดอะ นัน ที่นำเรากลับไปสู่ปี 1952 ในประเทศโรมาเนีย และมีการผจญภัยเยอะมากในหนังสยองขวัญสุดประหลาดเรื่องนี้ นี่จะเป็นการติดตามเรื่องราวของบาทหลวงที่แสดงโดย เดเมี่ยน บิเชอร์  และ ไทส์ซ่า ฟาร์มิกา รับบทแม่ชีในช่วงเริ่มต้น เพราะพวกเขาถูกส่งมาให้สืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโบสถ์ที่อยู่ในหุบเขาประเทศโรมาเนีย 

Q : คุณได้รับการชี้นำแนวทางจาก เจมส์ วาน ที่คอยกำหนดทิศทางในหนังให้คุณ หรือคุณมีอิสระในการสร้างสรรค์งานเพื่อที่จะทำในสิ่งที่คุณอยากทำ ?

โคริน ฮาร์ดี้ : เจมส์ วาน ให้การสนับสนุนเต็มที่ และผมรู้ว่ามีการชี้นำแนวทางจริงๆ เพราะในฐานะแฟนหนังสยองขวัญ และผมได้ดูหนัง เดอะ คอนเจอริ่ง ทุกภาค รวมทั้ง แอนนาเบลล์ และหนังที่เจมส์สร้าง ดังนั้นเขาเป็นแรงกระตุ้นในการทำหนัง และมีสคริปต์ที่ชัดเจนในการที่จะทำให้หนังดูใหม่, มีทิศทางที่แตกต่าง เพราะไม่มีการสร้างฉากเกี่ยวกับครอบครัว หรือว่าเขาจะมาที่โรมาเนียเพื่อคอยเช็คพวกปราสาท นี่คือหนังสยองขวัญแบบโกธิคแท้ๆ ผมรู้สึกว่าผมได้นำตัวเองใส่เข้าไปในหนัง นี่คือโลกที่ทำให้ผมรู้สึกปลดปล่อย และมีกระบวนการในการร่วมมือกัน ไม่มีพวกกฎต่างๆ ให้ต้องยึดติดมากนัก อย่างที่ผมรู้ตอนที่ทำหนังคอนเจอริ่งในภาคต่อไป ผมอยากทำให้มันเหมาะสมที่สุด 

Q : นี่เป็นการย้อนอดีตของเดอะ คอนเจอริ่ง เป็นที่มาที่ไปของ เดอะ คอนเจอริ่ง แต่แรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังในการสร้าง เดอะ นัน ของคุณ คือหนังเรื่องนี้ใช่ไหม ?

โคริน ฮาร์ดี้ : มีหนังหลายเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเสมอ หากจะพูดถึงแรงบันดาลใจ และสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่อยู่ในใจพวกเขาก็คือการสร้างหนังอย่าง เดอะ นัน ผมคิดว่าควรจะใช้คำว่าคลาสสิก และคำว่าโกธิค มันไม่ค่อยมีหนังแบบนี้มากนัก ผมไม่คิดว่าจะมีการสร้างหนังแบบนี้ในช่วงเวลานี้ ซึ่งโลกอยากได้หนังในสไตล์เก่าๆ แบบว่ามีแสงจากโคมไฟ และแสงเทียน รวมทั้งแสงจันทร์ยามค่ำคืน มันเป็นหนังแบบย้อนยุค  

Q : คุณได้แรงบันดาลใจในการทำหนัง เดอะ นัน มาจากไหน ....

โคริน ฮาร์ดี้ : โอเค อืมม ผมคิดว่าน่าจะมาจากพวกหนังคลาสสิค คือผมเติบโตมาจากการดูหนังพวกนั้น เจมส์ ก็เติบโตมากกับการดูหนังสยองขวัญของ แกรี่ ดาวเบอร์แมน หรือหนังเรื่องแดร็กคิวล่า, เอ็กซอร์ซิสต์, เอ็กซอร์ซิสต์ 3 จริงๆ แล้วผมก็รักหนังพวกนี้เช่นกัน มันมาจากเรื่องราวสุดแปลกประหลาด อย่าง เนม ออฟ เดอะ โรส (Name of the Rose) ผมยังย้อนกลับไปดูเรื่อง แบล็ค นาร์ซิสซัส ที่ให้แรงบันดาลใจเยอะมาก ทั้งเรื่องสีสัน และการจัดวางองค์ประกอบ....หนังของคอปโปล่า อย่าง  บราม สโตเกอร์ แดร็กคูล่า (Bram Stoker's Dracula) มันน่าตื่นเต้นจริงๆ ที่สามารถนำหนังเหล่านี้มารวมเข้าด้วยกัน บางทีอาจจะมีส่วนของหนังเรื่อง เทมเพิ่ล ออฟ ดูม (Temple of Doom) อยู่นิดหน่อยด้วย 

ย้อนรอยความสยองต้นเหตุแห่งคำสาป

Q : เวลาที่ต้องทำงานในหนังสยองขวัญ อย่างการร่วมงานกับนักแสดง ตอนที่คุณต้องกำกับพวกเขา แบบว่ามันยากแค่ไหน แล้วในฉากมีความน่ากลัวจริงๆ ไหม ?

โคริน ฮาร์ดี้ : ผมคิดว่านี่เป็นอะไรที่สนุกมากๆ รู้ไหม คุณไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์ไร้สาระเพราะคุณพยายามที่จะสร้างบรรยากาศที่่น่ากลัว และมันต้องใช้การแสดงที่มีสมาธิมากๆ แต่คุณยังได้พบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่แปลกประหลาด เราพยายาม อืมม ผมพยายามทำให้แน่ใจว่าทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย และสนุกกับทุกๆ ขั้นตอนในการถ่ายทำหนังแบบนี้ มันมีความตึงเครียดมากๆ รู้ไหมว่ามีการถ่ายทำในช่วงดึกๆ เยอะมาก และยังต้องออกมาถ่ายทำในสุสานโรมาเนียช่วงดึกด้วย ทั้งถ่ายในหลุมฝังศพ หรือใต้น้ำ หรือในอุโมงค์ที่มืดมิด รู้ไหมว่านักแสดงผ่านอะไรเยอะมาก แต่หลังจากที่ผมคิดถึงภารกิจของผมในการเริ่มต้นหานักแสดงซึ่งต้องดีที่สุด แต่ใครจะมาเล่นหนังแบบนี้ ผมคิดว่าหนังสยองขวัญมันเต็มไปด้วยความสนุก ในการถ่ายทำ แต่คุณต้องพบกับคนที่พร้อมเจอกับเรื่องท้าทาย และเดเมี่ยน บิเชอร์ ต้องการที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง 

Q : ความรู้สึกในฉากของหนัง คุณจะพูดเกี่ยวกับว่าหนังในโรมาเนีย ก็ต้องเป็นฉากในโรมาเนีย 

โคริน ฮาร์ดี้ : ถูกต้อง มันควรจะเป็นแบบนั้น 

Q : คุณทำให้นักแสดงรู้สึกผ่อนคลาย....

โคริน ฮาร์ดี้ : ใช่ครับ นี่เป็นทำเลในการถ่ายทำในสถานที่จริง ในทรานซิลเวเนีย อยู่ทางตอนเหนือของโรมาเนีย ดังนั้นมันจะมีปราสาท และ สำนักแม่ชีเยอะมาก รวมทั้งบ้านน้ำแข็งซึ่งเป็นหมู่บ้านชนบทด้วย

Q : การถ่ายทำในสถานที่จริง พวกคุณได้พบเรื่องหลอนๆ ไหม ? แบบว่า มีอะไรที่น่ากลัวเกิดขึ้นตอนถ่ายทำไหม ? 

โคริน ฮาร์ดี้ : เจอจริงๆ แบบว่ามีอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้น ผม เออ เรา ....ผมเข้าไปในสร้างบางสิ่ง ดังนั้นผมไม่มีเจตนาจริงๆ ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรน่ากลัวเกิดขึ้น เรากับทางทีมงานนิว ไลน์ ได้นำบาทหลวง และมีการสวดอธิษฐานในแต่ละฉาก มันก็เหมือนเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อนเพราะหนังหลายๆ เรื่องก็ทำกัน ดังนั้นเราก็เลยเชิญบาทหลวงชาวโรมาเนียนจริงๆ มาที่กองถ่าย และก็ทำทุกอย่างตามหลักศาสนา จากนั้นท่านก็นำน้ำศักดิ์สิทธิ์สาดไปทั่วสถานที่ รวมทั้งใบหน้าของผมด้วย แต่หลังจากนั้นเวลาผ่านไปได้สักพักเราก็แบบว่าเกิดอาการตึงเครียดมากๆ ทุกคนมีอาการเหนื่อยล้า เราถ่ายหนังในช่วงดึก เราต้องเข้าไปอยู่ด้านล่างบังเกอร์ มันคล้ายๆ ป้อมปราการ มีชื่อว่า โมกาชเวย์ มันเป็นป้อมปราการจริงๆของชาวโรมาเนีย ซึ่งใช้ในการเก็บอาวุธในช่วงสงคาม และผมถ่ายหนังแบบต่อเนื่องตรงทางเดินยาวประมาณ 200 ฟุต มันมืดและชื้นมากๆ  ไทส์ซ่า ก็อยู่ตรงนั้น และกล้องก็ไหลยาวไปตามทาง เรากำลังสร้างการเคลื่อนไหวในแบบซับซ้อน และสถานที่เดียวที่ผมจะนั่งเพื่อดูสิ่งที่อยู่ในกล้อง โดยผมมองไปที่หนึ่งในจอมอนิเตอร์จะเห็นห้องเล็กๆ ตามทางเดินยาว ดังนั้นถ้าคุณนึกภาพทางเดินยาว 200 ฟุตที่แสนมืดมิดพร้อมกับห้องเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้าง ผมต้องเข้าไปข้างใน แล้วก็มีแค่ประตูเข้าออกทางเดียวเท่านั้น ผมเดินเข้าไปในความมืด ผมเห็นชายสองคนั่งอยู่ในห้องซึ่งผมคิดเอาว่าน่าจะเป็นหนึ่งในทีมงานด้านซาวนด์ที่มานั่งดูอยู่ ผมก็พูดทักทาย จากนั้นผมก็หันกลับมาเพื่อดูจอมอนิเตอร์ และพวกเขาก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น ผมมีสมาธิอยู่กับการถ่ายหนัง และการตะโกนเพื่อประสานงานกับกองถ่าย เวลาผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมง ผมถ่ายเสร็จ ผมก็แบบว่า สุดยอด ใช่เลย เราทำได้ ผมหันไปหาชายที่ผมพูดทักตอนนั้น มันไม่มีใครอยู่ในห้อง ไม่มีใครเลยซักคน พวกเขาอยู่ตรงนั้น และมีแค่ทางเข้าออกทางเดียว ซึ่งประตูนี้ก็อยู่ตรงหน้าผมภายในทางเดินยาวของอุโมงค์ ดังนั้นผมรู้สึกว่าผมคงโดนผีชาวโรมาเนีย 2 ตนหลอกเข้าแล้ว บางทีอาจจะเป็นทหารที่ตายในตึกนี้ก็ได้

Q : มันฟังดูเหมือนว่าคุณต้องการให้หนังมีการถ่ายทำในโลเกชั่นที่ซับซ้อน มันส่งผลต่อการสร้างสรรค์งานของคุณ และหนังด้วยใช่ไหม ? คุณต้องการให้ทุกอย่างออกมาสมจริงที่สุดใช่ไหม ? 

โคริน ฮาร์ดี้ : สำหรับผมมันเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการพยายามทำทุกอย่างให้สมจริงที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ รู้ไหม โลเกชั่น และเอฟเฟกต์ต่างๆ มันเป็นส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีของหนังสยองขวัญ มันให้ความรู้สึกที่น่ากลัว นี่ไม่ใช่แค่หนังที่เน้นการใช้ซีจี รู้ไหม นี่คือการถ่ายทำในโลเกชั่นจริงๆ มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ แม้ว่ามันจะยากลำบาก แต่นั่นก็คือส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่ามันจะทำให้หนังมีความสำคัญ ถ้าคุณต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย ผมสนุกกับความท้าทายในสิ่งที่ยากลำบาก ผมไม่ค่อยนิยมถ่ายหนังโดยใช้พวกกรีน สกรีน จริงๆ

ทีมนักแสดงจัดเต็มทุกฉาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ