ข่าวข่าวต่างประเทศ 9 สิงหาคม 2561 เวลา 07:17

คูนิส-แม็คคินน่อน สองสาวคู่ซี้พลิกบทบาทสายลับสุดป่วน The Spy Who Dumped Me

เมื่อ มิล่า คูนิส ควง เคท แม็คคินน่อน สองสาวสุดแสบจอมทะเล้นรวมตัวกันเพื่อเล่นภาพยนตร์แอ็คชั่นคอมเมดี้เรื่อง "The Spy Who Dumped Me" ความมัน สนุก และฮา บอกเลยว่าจัดเต็มไม่มีกั๊ก ไม่มีห่วงสวย รวมไปถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนที่สนิทกันจนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักทั้งในและนอกจอ

    "The Spy Who Dumped Me" หรือชื่อไทย "2 สปายสวมรอยข้ามโลก" เป็นเรื่องราวของ "ออเดรย์" (มิล่า คูนิส) และ "มอร์แกน" (เคท แม็คคินน่อน) ที่ชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อ "ดรูว์" (จัสติน เทอโรซ์) แฟนเก่าของเธอโผล่มาที่อพาร์ตเมนต์พร้อมกับทีมนักฆ่าที่ไล่หลังมาเป็นพรวน ทั้งสองงัดเทคนิคการต่อสู้และหนีเอาตัวรอดจนพวกเธอเองยังต้องแปลกใจ แถมพวกเธอยังได้ไปขโมยแฟลชไดร์ฟที่เก็บความลับสุดยอดจากศพของมือสังหาร ก่อนที่จะสวมรอยเป็นสายลับ จนนำไปสู่ความมันฮากับภารกิจกอบกู้โลกที่ท้องคับท้องแข็งสุดๆ  

    ความสนุกและความฉลาดที่เก็บงำเอาไว้ของทั้งสองคนได้ถูกนำมาเพื่อช่วยในการปรับแต่งเขียนบทใหม่ในสไตล์ของผู้หญิงของวงการฮอลลีวู้ด พร้อมกับเคมีที่เข้ากันในฐานะเพื่อนซี้ย้ำปึ้กในชีวิตจริงของพวกเธอ

ลีลาฮาๆ ของคู่ซี้สุดป่วน

    เสียงหัวเราะระรัวนอกกล้องของสองสาวนักแสดงนำหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าถึงความใจกล้าผสมกับความเป็นผู้หญิ๊งผู้หญิงและความร่าเริงของพวกเธอ โดยที่ไม่ต้องอาศัยอารมณ์ขันของบรรดาตัวพ่อจอมฮาแม้แต่คนเดียว นี่ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับจอเงินในหนังสไตล์คอมเมดี้

    "มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ" คูนิส กล่าวติดตลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเธอ ขณะที่ทั้งคู่นั่งลงให้สัมภาษณ์เป็นกันเองในโรงแรมแลงแฮม ที่แมนฮัตตัน "มีการแอ็คติ้งเยอะมาก จากเธอซะเป็นส่วนใหญ่ ฉันเก่งอยู่ในบทแบบนี้ ส่วนเธอก็แบบว่า -อี๊ อะไรเนี่ยะ-"

    หลังจากที่อำเล่นแล้ว คูนิส ได้กล่าวชื่นชมความสามารถของ แม็คคินน่อน ว่า "เคท ทำให้ฉันหัวเราะได้ตลอดเวลา เราเพิ่งจะสนุกกันอย่างเต็มที่เมื่อวานเพราะฉันเอาแต่หัวเราะไม่หยุด คุณเพิ่งโวยวายเรื่องหนูเทอริยากิที่ฉันทำ คุณลืมไปว่าฉันต้องหัวเราะนานแค่ไหน"

    "เธอยังเขียนบทย่อหน้านิดหน่อย สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้ทำให้เธอได้เล่นกับคำที่มาจากอาหารญี่ปุ่น และฉันไม่รู้ว่าทำไม โอ้วว เพราะคุณเขียนบทพวกนี้ในช่วงนาทีสุดท้าย มันไม่ได้อยู่ในสคริปต์ มันเหมือนกับมุกสดที่ใส่เข้ามาเพิ่ม ฉันหัวเราะหนักมากจริงๆ" นางเอกดังวัย 34 ปี กล่าว

ท่าจับปืนยังเท่

     แม็คคินน่อน ที่ปัจจุบันอายุ 34 ปีเท่านั้น อาจจะมีชื่อเสียงในวงการน้อยกว่า คูนิส แต่เธอก็เป็นดาวจรัสแสงที่เปล่งประกายความสว่างได้อย่างรวดเร็วกับการเล่นบทคอมเมดี้ร่วมกับ คูนิส "บอกเลยว่าเราสนุกมากๆ มีการเล่นคำที่สนุกมากๆ"

     "ไม่ต้องมีอบรมเรื่องอารมณ์ขัน !" คูนิส กล่าวเสริม "คุณกับฉันเห็นหลายๆ สิ่งที่เหมือกัน นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น คุณกับฉันเห็นทุกอย่างเหมือนกัน และจากนั้นเราก็เริ่มหัวเราะกันตลอด มันเป็นอะไรที่มันสุดๆ ไปเลย"    

     หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเพื่อนรักวัย 30 กะรัต ที่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายระดับชาติหลังจากที่แฟนหนุ่มที่เลิกกับ ออเดรย์ ไปแล้ว ส่งข้อความมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์เธอ ซึ่งเขาเป็นสายลับซีไอเอ ทั้งสองสาวต้องเดินทางไปยุโรปตะวันออกเพื่อทำภารกิจลับสุดยอดที่ต้องเจอกับเรื่องประหลาดลี้ลับซับซ้อนมากมายโดยที่รอดตายมาได้ตลอด

    การโดนไล่ล่าจนรถคว่ำ, โดนไล่กระหน่ำยิง และยังมีซีนที่ แม็คคินน่อน ต้องโชว์ออฟการห้อยโหนโจนทะยาน ทั้งสองคนต้องเจอกับเรื่องที่แสนยากลำบากเกี่ยวกับความกลัวส่วนตัว ในกรณีบทของ "ออเดรย์" ไม่รู้จักตัวเองจนกระทั่งอายุ 30 ส่วนบท "มอร์แกน" เป็นสาวที่มีความกลัวไปหมดทุกเรื่อง

    กรณีนี้  แม็คคินน่อน ให้ความเห็นว่า "เราทั้งสองคนมีเพื่อนสาวๆ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเรา สำหรับคุณอาจจะค้นพบตัวเองตั้งแต่ 7 ขวบ สำหรับฉันๆ ได้รู้จักตัวเองตอนอายุ 10 ขวบ ฉันคิดเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับเพื่อนสนิทตลอดเวลาตอนที่แสดงหนัง และพยายามทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ"

งานนี้ขอบอกฮาแน่นอน

     เทอโรซ์ กับ แซม ฮิวแฮน สามารถเล่นกันได้อย่างเข้าขากับ คูนิส และ แม็คคินน่อน สำหรับสิ่งที่น่าสนใจสำหรับบทบาทของสองสาวก็เหมือนกับกรณีของหนังเรื่อง Ocean’s 8 ที่นักแสดงนำเป็นผู้หญิงทั้งหมด โดยเมื่อปีที่ผ่านมาแนวคิดที่ใช้ดาราหญิงแสดงนำในหนังแนวคอมเมดี้อย่างเรื่อง "Girls Trip" และ "Rough Night" ประสบความสำเร็จด้วยดี

    สำหรับ "The Spy Who Dumped Me" ทำให้ คูนิส กับ แม็คคินน่อน แสดงความสามารถได้ครบรสทั้โดยไม่ต้องพึ่งพวกนักแสดงชายจอมฮาแม้แต่คนเดียว "ฉันชอบอะไรที่ไม่ได้อยู่ในกระแส ฉันชอบที่ได้นำสิ่งนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตซึ่งคุณคงได้เห็น ละไม่เคยคิดว่าจะมีแบบี้ มันเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ" แม็คคินน่อน ซึ่งกำลังเปิดโอกาสให้กับนักแสดงหญิงได้เล่นในหลายๆ บทบาท กล่าว

     ไม่ใช่แค่เรื่องที่หนังที่ดูเหมือนว่าสายลับจะต้องเป็นนักแสดงชายเป็นผู้นำเรื่องเท่านั้น มีอยู่ฉากนึงที่บทบาทของ "มอร์แกน" และ "ออเดรย์" ต้องย้อมสีผม โดย แม็คคินน่อน เอาเค้กมาละเลงที่ศีรษะตัวเอง ส่วน คูนิส ใช้วิปครีม

    เรื่องนี้ ซูซานนา โฟเกล ผู้กำกับหญิงมากความสามารถ ได้เปิดเผยว่า "มิล่า มักพาลูกๆ มาที่กองถ่าย และพวกเขาก็ต้องเจอกับเรื่องที่ต้องอึ้งมากๆ กับวิธีที่แม่ของพวกเขาทำ ซึ่งพวกเขาเริ่มเกิดอาการหวาดวิตก มีหลายๆ อย่างที่ดูไร้สาระมากๆ ที่เราได้ทำในหนังเรื่องนี้"

สี่นักแสดงนำสร้างความมันเกินห้ามใจ

    "ฉันก็ไม่รู้นะว่าคุณจะได้เห็นฉากแบบนี้ในหนัง Bond หรือเรื่อง Bourne หรือเปล่า มันมีหลายอย่างที่ได้ทำโดยที่ไม่มีการวางแผนเอาไว้ก่อน บางทีมันคงไม่มีทางเกิดขึ้นกับ แดเนี่ยล เคร็ก (เจ้าของบท เจมส์ บอนด์ คนปัจจุบัน) แน่นอน" โฟเกล กล่าว
     สำหรับตอนนี้ดูเหมือนว่าโลกพร้อมที่จะโอบอุ้มความสามารถในด้านการแสดงหนังแนวคอมเมดี้ของ แม็คคินน่อน กับ คูนิส ในภาพยนตร์เรื่องนี้ และพวกเธออาจจะไปได้สวยกับการทำภารกิจลับสุดยอดแบบนี้     

    "ตอนนี้เราสามารถเป็นสายลับได้แล้ว" คูนิส กล่าวติดตลก "ไม่มีใครรู้หรอก เคท ! ไม่มีใครเคยเห็นแบบนี้แน่นอน พวกเขาคงแบบว่า -สาวๆ พวกนี้ไม่ใช่สายลับหรอก-"  

    ขณะที่ แม็คคินน่อน กล่าวเสริมว่า "เราได้รับสิ่งที่ฉันเรียกว่า แคช-คอร์ส (crash-course ประมาณว่าหลักสูตรเร่งรัด)ในช่วงระหว่างที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ คุณภาพของสายลับที่สำคัญมากๆ ก็คือความสามารถในการลงพื้นและหมุนตัว เหมือนท่อนไม้ แล้วรอดประตูออกไป ฉันรู้ว่าฉันสามารถทำแบบนั้นได้ ถ้าหากมันมีแค่นั้น ฉันก็เป็นสายลับอันดับ 1 แน่นอน"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ