ข่าวข่าวต่างประเทศ 19 กรกฎาคม 2561 เวลา 06:34

เดอะ ร็อก : Skyscraper ความระห่ำที่สุดท้าทาย

หากใครได้เห็น ดเวย์น "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน แสดงภาพยนตร์เรื่องไหน แน่นอนว่าต้องเป็นหนังสไตล์แอกชั่นบู๊ล้างผลาญ ล่าสุดก็เรื่อง สกายแครปเปอร์ (Skyscraper) หรือในชื่อไทย "ระห่ำตึกเสียดฟ้า" เดอะ ร็อก มาด้วยบทดารานำ และร่วมเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย

     เป็นที่รู้กันว่าภาพลักษณ์ของ เดอะ ร็อก หลายคนคงรู้ว่าเขาเป็นพวกกล้ามโตลุยแหลก แต่สำหรับบท วิลล์ ซอว์เยอร์ อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ประสบเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่จนขาพิการ ได้ออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับบริษัทรักษาความปลอดภัย และต้องพบกับเรื่องราวมากมายที่ตึกสูงเสียดฟ้า "เดอะ เพิร์ล" ในเกาะฮ่องกง

มาดเท่หล่อสุดขีด

     อดีตนักมวยปล้ำชื่อก้องโลก ต้องเจอกับฉากที่สุดตื่นเต้น แถมยังได้ท้าทายกับบทการเล่นเป็นคนที่พิการที่ขา ซึ่งต้องเรียนรู้วิธีการวิ่ง และการเคลื่อนไหวที่เหมือนกับคนเหล่านั้น รวมไปถึงการที่ต้องมีเป้าหมายในการปกป้องครอบครัวของเขาที่อยู่ในตึกที่เกิดเหตุมากมาย 

     สำหรับหนังเรื่องนี้ เดอะ ร็อก บรรยายได้โดนใจว่ามันเป็นการผสมผสานระหว่างหนังระห่ำอย่าง Die Hard กับ The Towering Inferno และ The Fugitive รวมทั้งเหตุผลที่เขาหลงใหลบทบาทของตัวเอง และความคาดหวังจากหนังเรื่องนี้ 

     Q : ทำไมคุณถึงถูกเลือกให้มาร่วมทีมสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ?
     ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน : หนังเรื่องนี้มันมีความง่ายมากๆ เป็นบทบาที่เล่นการใช้ร่างกายซึ่งผมเล่นเป็นประจำอยู่แล้ว เป้าหมายอันดับแรกสำหรับผู้ชมทั่วโลกก็คือการเน้นเรื่องครอบครัว หากพิจารณาในเรื่องเชื้อชาติหรือวัฒนธรรมหรือชนชั้นหรือศาสนา อุดมการณ์ของครอบครัวคือเรื่องเดียวที่ทุกคนผูกสัมพันธ์ เมื่อมีบางสิ่งที่อยู่ภายในชีวิตครอบครัวต้องแยกขาดไป พ่อแม่จะทำทุกอย่างที่พวกเขาจะทำได้เพื่อปกป้องลูกๆ ของพวกเขา นั่นเป็นเรื่องที่ยึดเหนี่ยวที่พิเศษเสมอสำหรับเราในเรื่องสกายแครปเปอร์ และสำหรับเราการเสาะหาเพื่อสำรวจเกี่ยวกับการสร้างหนังเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ

วางจัดกินแหลกเพื่อให้ร่างกายพร้อม

     Q : คุณบอกเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแคแรกเตอร์ของคุณในฐานะ วิลล์ และ ซาราห์ ภรรยาของเขา ?
     ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน :  ความผูกพันของ วิลล์ กับ ซาราห์ มีความเหนียวแน่นมากๆ พวกเขามีความสัมพันธ์ที่มาจากเหตุการณ์ที่รุนแรงสุดขั้วซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นหนัง พวกเขาแต่งงานกัน มีลูกและมีความสุขมากๆ ก็เหมือนกับชีวิตคู่ทั่วๆ ไปที่ต้องผ่านชีวิตแบบลุ่มๆ ดอนๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ แต่มันเป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ อืมม สิ่งสำคัญก็คือการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เธอเป็นภรรยาที่สุดวิเศษที่ วิลล์ สามารถพึ่งพาได้ 

     Q :  เนฟ แคมป์เบลล์ รับบทซาราห์ เราไม่เคยเห็นเธอแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มากนัก เธอมักจะเล่นพวกซีรี่ส์ทางโทรทัศน์
     ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน : ผมคิดว่า เนฟ เพอร์เฟกต์มากๆ กับบทนี้ มันเป็นเกียรติที่ เนฟ ได้กลับมาเล่นหนังฟอร์มยักษ์ และสำหรับ สกายแครปเปอร์ เธอกลับมาสร้างชื่อในวงการฮอลลีวู้ดอีกครั้ง 

     Q :  มีบางคนที่คุณไปปรึกษาซึ่งเป็นคนพิการไม่มีขา คุณอยากให้แคแรกเตอร์มันออกมาถูกต้องที่สุดใช่ไหม ?
     ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน : ใช่ครับ เจฟฟ์ กลาสเบรนเนอร์ นักพาราลิมปิก ซึ่งเสียขาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือของ เจฟฟ์ และศึกษาตัวเขา เขาเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเหลือเชื่อ มันน่าภูมิใจ เป็นเรื่องที่เป็นเกียรติสำหรับเราที่ได้มี เจฟฟ์ ร่วมฉากในตอนแรก ผมรู้สึกว่าเรามีโอกาสได้อยู่ที่นี่เพื่อสร้างแคแรกเตอร์ที่ผู้คนทั่วโลกที่สามารถเชื่อมสัมพันธ์

     Q :  เขาแนะนำคุณว่าคนที่ใส่อุปกรณ์ขาเทียมต้องเดิน และเคลื่อนไหวยังไง ?
     ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน : ผมคอยสังเกต เจฟฟ์ หลังจากนั้น และถามเขาถึงสิ่งที่เขาคิด ขอบคุณมากๆ เขาจัดเต็มไม่มียั้ง เขาแนะนำโน้นนี่นั้นตลอดเวลา แบบว่าผมต้องวิ่งยังไง มันเป็นวันที่พิเศษมากๆ และเป็นช่วงเวลาที่เจ๋งที่สุด ผมหวังว่าจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามที่เจฟฟ์ แนะนำ และเหมาะสมกับแคแรกเตอร์

ความระห่ำครั้งใหม่ที่มากับความท้าทายใหม่

     Q :  แล้วมีรายละเอียดที่ยากลำบากมากแค่ไหน ? 
     ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน : อืมม มีอะไรมากมายที่ผมจดจำกับการเล่นบทคนพิการที่ขา การคิดตลอดทุกวินาทีในทุกๆ เฟรมในทุกๆการกระทำ และทุกๆ ช่วงเวลา นั่นเป็นอะไรที่ดูเหมือนการใช้จิตวิทยา ความรู้สึกแบบว่าการเดินไปเรื่อยๆ ทุกๆ ก้าวของผมมันค่อนข้างยาก รวมทั้งท่าเดินเวลาที่เดินผ่านคนอื่นๆ 

      Q :  คุณต้องสู้กับ ปาโบล ชไรเบอร์ ซึ่งเล่นบทตัวร้าย เขาเป็นเพื่อนซี้ของคุณด้วย
      ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน : ผมสนุกมากๆ ที่ได้สู้กับ ปาโบล ซึ่งเป็นนักแสดงที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ผมได้พบกับเขาครั้งแรก และเขาก็เจ๋งมากๆ ! ผมไม่บ่อยนักที่ต้องปรับปรุงตัวให้เข้ากับคนอื่นๆ แต่ผมเข้ากันได้ดีกับ ปาโบล และทันทีที่ทราบว่าต้องสู้กันมันเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ  

     Q :  คุณช่วยบรรยายหนังสกายแครปเปอร์ ให้ผู้ชมได้ฟังหน่อย ?
     ดเวย์ "เดอะ ร็อก" จอห์นสัน :สุดท้ายแล้วเราต้องสร้างหนังให้กับทุกๆ คน ทุกๆ บทบาทในหนังเรื่องนี้ การที่ต้องอยู่รอด แต่ทุกๆ คำพูดที่ทำให้รู้สึกเข้มแข็ง, จิตวิญญาณของเขา, ดีเอ็นเอของเขา ซึ่งไม่เคยยอมแพ้ ไม่เคยหยุดเขาได้ เขาพยายามที่จะสู้ต่อไป

หนังแอ็กชั่นที่แผลงไปด้วยความรักครอบครัว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ