ข่าวข่าวต่างประเทศ 5 กรกฎาคม 2561 เวลา 06:12

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : Sicario: Day Of The Soldado เข้มข้นทวีคูณ

เมื่อปี 2015 Sicario ภาพยนตร์แนวแอ็กชั่น-ทริลเลอร์ ที่สร้างความตื่นเต้นและเสียงวิจารณ์ในเชิงบวก และประสบความสำเร็จอย่างมาก ผ่านไป 3 ปีหนังเรื่องนี้กลับมาอีกครั้งในชื่อ Sicario: Day Of The Soldado ที่ได้ สเตฟาโน่ โซลลิม่า นั่งเก้าอี้ผู้กำกับ และเรื่องนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ

          สำหรับภาคต่อเรื่องนี้ยังได้ เทย์เลอร์ เชอริแดน ทำหน้าที่เขียนสคริปต์ อย่างไรก็ตาม Sicario มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก็คือไม่มี เอมิลี่ บลันท์ ร่วมแสดงด้วยซึ่งว่ากันว่าเธอเป็นเหมือนศูนย์กลางของเรื่องศีลธรรมในหนังภาคแรก

          อย่างไรก็ตาม Sicario: Day Of The Soldado ยังคงมี เบนิซิโอ เดล โทโร่ กับ จอช โบรลิน ทำหน้าที่เดินเรื่อง โดยทั้งสองคนจัดเต็มกับบทบาทการแสดงที่เข้มข้นยิ่งขึ้น และแน่นอนว่า โซลลิม่า ดึงความเก่งฉกาจของทั้งคู่ในหนังเรื่องนี้ และแน่นอนว่าแม้จะดูเหมือนเป็นภาคต่อ แต่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของรายละเอียด

Q : คุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของภาคแรกเรื่องนี้ใช่ไหม ? ทำไมคุณถึงอยากทำหนังเรื่องนี้ ? 

สเตฟาโน่ โซลลิม่า :ผมอ่านสคริปต์เยอะมาก แต่ผมพยายามที่จะค้นหาโปรเจกต์ที่ที่ผมมั่นใจว่าผมจะไม่สูญเสียสไตล์ของผม จากนั้นก็ลองอ่านสคริปต์ที่น่าเหลือเชื่อของ เทย์เลอร์ (เชอริแดน) ผมคลิกทันที ผมแบบว่า โอ้วว นี่ล่ะตัวผมเลย มันทำให้ผมรู้สึกได้ว่านี่เป็นโปรเจกต์ที่เพอร์เฟกต์ที่จะได้เริ่มงานนี้

Q :  คุณบอกว่ามันไม่ได้สูญเสียสไตล์ของคุณ เพราะภาคแรกของเรื่อง Sicario และสไตล์ของ เดนิส (วิลเลเนิร์ฟ ผู้กำกับภาคแรก) ทำให้หนังออกมามีความเฉพาะ คุณกังวลไหมว่าคุณต้องพยายามทำให้หนังมันลงตัวทั้งหมด ? 

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : ผมรักหนังเรื่องนี้ และผมก็ประทับใจ เดนิส เป็นการส่วนตัว ผมมองว่าเขาเป็นผู้กำกับที่โคตรเต็มไปด้วยพรสวรรคื แต่ผมรู้ว่าผู้กำกับแต่ละคนมีความแตกต่างกับคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง มันก็เหมือนกับลายนิ้วมือของเรา จริงไหม ? พวกเขาได้พบกับผู้กำกับที่สามารถพรรณาโลกในแบบเดียวกันซึ่งใช้ความพิเศษในตัวของเขา ไม่ได้พยายามเลียนแบบคนอื่น แต่การทำบางสิ่งแบบนี้ในเวลาเดียวกันกับของต้นฉบับ มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยความเคารพด้วยอารณ์, บรรยากาศ แน่นอนว่าสไตล์ของผมมันแตกต่างสุดขั้วจริงๆ 

Q :  ยังไงครับ....

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : ผมคิดว่านี่เป็นไอเดียวที่ฉลาด และเท่มากๆ จากทีมโปรดิวเซอร์ เพื่อทำให้เกิดความแตกต่างกัน รู้ไหมสิ่งแรกที่ผมคิดในใจคืออะไร ? แน่นอนว่ามันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ก็เหมือนกันหนังเรื่อง  

Q :  เห็นด้วยครับ Aliens เป็นอะไรไรที่แตกต่าง Alien....

สเตฟาโน่ โซลลิม่า :  ครับ พวกมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การสร้างที่แตกต่างกัน, ผู้กำกับที่เก่งมากๆ หนึ่งในพวกเขามีสไตล์ที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถัน แต่พวกเขาทุกคนมีความเก่งฉกาจมากๆ

Q :  แต่เมื่อนำไปเปรีบบเทียบกับหนัง Alien มันก็เหมือนกับว่าคุณกำลังทำหนังเรื่อง Aliens แต่คุณไม่มี ริบลี่ย์ (ตัวละครนำ) เพราะ เอมิลี่ บลันท์ ไม่ได้แสดงหนังเรื่องนี้ 

สเตฟาโน่ โซลลิม่า :  ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่ง ผมชอบเธอในฐานะนักแสดง และผมคิดว่าเธอแสดงภาพยนตร์ได้เก่งมากๆ แต่ผมพูดคุยเรื่องแคแรกเตอร์กับเธอ แคแรกเตอร์ของเธอเป็นเรื่องที่คิดถึงอันดับแรก ตามความเห็นแบบตรงไปตรงมา ทุกอย่างในเรื่องนี้เป็นโลกใหม่ และมี 2 แคแรกเตอร์ของ แม็ตต์ (จอช โบรลิน) กับ อเลฮานโดร(เบนิซิโอ เดล โทโร่) ได้รับคำแนะนำจากเธอ  ผมคิดว่ามันน่าสนใจมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ คุณได้พบกับ 2 แคแรกเตอร์ที่เต็มไปด้วยความดิบสุดขั้ว พวกเขาทำในสิ่งที่คุณคาดไม่ถึงจริงๆ 

Q :  แคแรกเตอร์ของ เบนิซิโอ เดล โทโร่ คุณมองว่าเขามีสไตล์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในหนังเรื่องนี้ 

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : มันเหมือนกับคุณเปลี่ยนแปลงการแสดงในเรื่องนี้ ตอนที่ผมได้อ่านสคริปต์ครั้งแรก นี่เป็นส่วนที่น่าสนใจมากๆ มันเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย เพราะจากมุมมองตรงนี้นี่คือหนังใหม่พร้อมกับ 2 แคแรกเตอร์ที่คุณไม่สามารถคาดเดาได้เลย 

Q : แคแรกเตอร์ของ เอมิลี่ บลันท์ ในภาคแรกยอดเยี่ยมมากๆ แล้วมันจะเป็นยังไงเมื่อไม่มีเธอ

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : เพราะจากมุมมองในบทบาทการแสดงของเธอมันบอกเป็นนัยๆ ถึงเรื่องความยุติธรรม  ผมพยายามไม่สนใจเรื่องพวกนี้กับสิ่งที่ผมทำ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ผู้ชมอยากค้นหา จิตวิญญาณที่แท้จริงของหนังหรือศลีธรรมที่แท้จริง ก็คือเราต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับหนัง มันยิ่งดีถ้าผู้ชมได้ค้นพบว่าตัวของพวกเขาไม่ได้โดนชักนำเหมือนเด็ก เข้าใจความหมายของผมใช่ไหม ? กับแนวทางนี้ มันเป็นอะไรที่สมจริงสุดๆ คุณไม่มีคำว่าขาว, ดำ, ดี และชั่ว ทุกๆ อย่างเป็นสีเทา ทุกๆ คนมีความซับซ้อนในตัวเอง มีความแตกต่าง นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมมันจึงเป็นความสวยงามที่จะบอกเล่าเรื่องราวแบบนี้ ซึ่งมันสมจริงที่สุด

Q : คุณคิดว่าจะมีภาคต่อไปอีกไหม ?

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : ผมคิดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ยอดเยียม มันมีอะไรที่เต็มไปด้วยความสุข, ดีเยี่ยม แตกต่างจากหนังหลายๆ เรื่องในโลกนี้ เพราะโดยปกติแล้วเรามักจะแสดงความมั่นใจว่าผู้ชมจะต้องสนุกกับหนัง และจะมีภาคต่อไป หรือมีแฟรนไชส์เพิ่มซึ่งมันน่าสนใจมากๆ เพราะโดยส่วนลึกแล้วมนุษย์ยังต้องการการแตกต่าง และเราใช้ชีวิตอยู่ในโลกจริงๆ 

Q :  คุณพูดถึงเรื่องแฟรนไชส์ มันไม่มีการทำแฟรนไชส์ในแนวททางที่หลายๆ คนทำซึ่งมันเหมือนกับรีเฟรชงานใหม่อีกครั้ง

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : มันแตกต่างกันเพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในบ็อกซ์ออฟฟิศ เข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม ? มันเป็นหนังที่ดีมากๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักวิจารณ์และประชาชน ดังนั้นผมคิดว่ามันอะไรที่สุดยอดมากกว่าพวกหนังภาคต่อทั่วๆ ไปที่คุณเคยเห็นว่ามันประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ จากนั้นคุณก็รู้กว่าคุณต้องประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นกว่านี้อีก ในกรณีนี้ พวกเขาเริ่มด้วยไอเดียที่อยากสร้างบทบากอีกแบบที่สุดยอดก่อนที่หนังจะออกฉาย ก่อนที่จะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่านี่เป็นไอเดียที่กล้า และเท่มากๆ จากโปรดิวเซอร์

Q : ทริลเลอร์ของหนังน่าสนใจมากๆ เพราะมันดูแปลกๆ กับสไตล์การยิงปืนของ เบนิซิโอ มันเกิดขึ้นได้ยังไง ?

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : นี่เป็นไอเดียของ เบน เขาเดินเข้ามาในฉากและก็บอกว่า "เฮ้ย ผมจะยิงปืนแบบนี้ คุณรู้สึกว่ามันเป็นยังไง ?" ผมก็ตอบไปว่า "ผมคิดว่ามันเจ๋งดีนะ เราจะเอาตอนนี้ไปปล่อยเป็นทริลเลอร์ !" เขาหัวเราะใหญ่เลย แต่นั่นเป็นเรื่องจริง

Q : เหตุผลที่เขาทำแบบนั้นคืออะไร ? 

สเตฟาโน่ โซลลิม่า : เขาบอกกับผมว่า "ผมไม่เคยเห็นใครยิงปืนแบบนี้ในหนังเลย ลองดูกันไหม" ผมก็ตอบไป่า "เอาซิ มันเจ๋งดีนะ ผมคิดว่ามันโคตรเท่เลย และเป็นไอเดียที่สุดยอดจริงๆ"

เบนิซิโอ เดล โทโร่ กับ จอช โบรลิน สองคมสองคน

สเตฟาโน่ โซลลิม่า ดึงความดิบในจิตใจมนุษย์ออกมาเต็มที่

ทีมงานคุณภาพกับงานคุณภาพ

เบนิซิโอ เดล โทโร่ ใส่ทีเด็ดเพียบในหนังเรื่องนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ