ข่าวข่าวต่างประเทศ 14 เมษายน 2561 เวลา 14:48

มารายห์ แครี่ย์ : ลูกคือกำลังใจในการเอาชนะไบโพลาร์

ไม่มีอะไรต้องอาย ! มารายห์ แครี่ย์ นักร้องระดับดีว่า ตัดสินใจทำในสิ่งที่ซูเปอร์สตาร์บางคนไม่กล้าทำก็คือการออกมาเปิดเผยเรื่องที่เธอเข้ารับการบำบัดโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว ซึ่งเธอเป็นมานานหลายปี และกัดกร่อนสภาพจิตใจจนย่ำแย่

     โรคความผิดปกติทางอารมณ์ ผู้ป่วยอาจมีลักษณะซึมเศร้าสลับกับปกติแบบเป็นช่วงๆ แบบควบคุมไม่ได้ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยโรคนี้ส่งผลต่อ แครี่ย์ อย่างมากนับตั้งแต่ที่เธอได้รับการวินิจฉัยเมื่อปี 2001 จากนั้นก็ทู่ซี้อดทนอยู่กับมันมานานจนถึงปัจจุบัน จึงตัดสินใจเข้ารับการบำบัด เพราะหวั่นใจว่าอาจจะส่งผลร้ายไปยังลูกๆ ของเธอ

     นักร้องระดับดาวค้างฟ้า เจ้าของบทเพลงฮิตตลอดกาล "Hero" ยอมรับว่าเธอต้องอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานกับโรคนี้ทั้งสภาพจิตใจและอารมณ์ ที่สำคัญยังหวาดกลัวว่าจะโดนคนอื่นแฉจนทำให้ชีวิตพัง " ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลย ฉันคิดว่ามันเป็นช่วงเวลา 2 ปีที่สุดแสนยากลำบากของฉัน (ในการเข้ารับการบำบัด)"

     "จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ฉันใช้ชีวิตอยู่กับการปฏิเสธ และแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฉันมีอาการหวาดกลัวว่าจะมีบางคนที่นำเรื่องของฉันออกไปโพนทะนา มันเป็นเรื่องที่แสนยากลำบากในการแบกรับเรื่องนี้เอาไว้ ฉันไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว ฉันจึงตัดสินใจเข้ารับการบำบัด"

     "ฉันมีผู้คนที่อยู่รอบกายที่มีความคิดด้านบวก และฉันได้กลับมาทำในสิ่งที่รัก นั่นก็คือการเขียนเพลง และทำดนตรี แน่นอนว่าการที่ฉันกินยาอย่างต่อเนื่องทำให้อาการค่อยๆ ดีขึ้น มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าหรือซึมเศร้าหรือมีอะไรแบบนั้นอีกแล้ว การได้พบกับสมดุลที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ" 

     ดีว่าสาวใหญ่วัย 48 กะรัต ยอมรับว่าเธอทราบอาการผิดปกติของตัวเองมานานแล้ว แต่เชื่อว่าเป็นเพียงอาการนอนไม่หลับ แต่เมื่อเดินทางไปพบแพทย์กลับพบว่า อาการนอนไม่หลับนั้นเป็นผลพวงมากจากอาการป่วยเป็นโรคอารมณ์สองขั้วซึ่งเป็นอาการคลุ้มคลั่งสลับซึมเศร้า (เธอเป็นประเภทที่สอง ซึ่งรุนแรงน้อยกว่าประเภทแรก)

     "มันนานมากๆ ที่ฉันคิดว่าฉันมีปัญหาเรื่องการนอน แต่มันไม่ปกติเกี่ยวกับเรื่องอาการนอนไม่หลับ และฉันไม่สามารถนอนได้เลย ฉันทำแต่งาน, งาน และก็งาน ฉันมีอาการโมโหง่าย และหวาดกลัวตลอดเวลา ฉันเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับอาการคลุ้มคลั่งด้วย"

     "ในที่สุดฉันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันคิดว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งทำให้ฉันหมดพลัง ฉันรู้สึกถึงความโดดเดี่ยว และผิดหวัง ฉันไม่สามารถทำในสิ่งที่ฉันอยากทำเพื่ออาชีพของฉันได้" นักร้องสาวเจ้าของเสียงระดับ อ็อคเทฟ หรือการเปล่งเสียงร้องได้กว้างสมบูรณ์ครบระดับ 5 เสียง กล่าว

     หนึ่งในนักร้องที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล โดยมีเพลงฮิตมากมาย และสามารถขาดอัลบั้มได้มากกว่า 200 ล้านก็อปปี้ เปิดใจว่าหนึ่งในเหตุผลที่เข้ารับการบำบัดก็คือเธอไม่ต้องการให้ มอนโร และโมร็อคกัน ลูกฝาแฝดวัย 6 ขวบที่เกิดกับ นิค แคนน่อน อดีตสามี พบว่าแม่ของพวกเขามีอาการอารมณ์แปรปรวน  

     "พวกเขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน พวกเขาไม่เคยเห็นฉันนั่งและร้องไห้คร่ำครวญ และมีสภาพอารมณ์เลวร้ายต่อหน้าพวกเขา เรื่องแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้น" แครี่ย์ กล่าว โดยเธอยอมรับว่าการได้ใช้เวลาอยู่กับลูกๆ ในช่วงที่เข้ารับการบำบัด ทำให้เธอกลับมามีอาการเป็นปกติ

     "ลูกๆ ของฉันเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ที่สุด  ฉันคิดว่าฉันอยากใช้เวลาเข้ารับการบำบัดมากกว่าใช้เวลาอยู่กับลูกๆ และได้หัวเราะรวมทั้งได้จับจ้องวัยเด็กที่แสนสุขของพวกเขาไหม ? สิ่งสำคัญที่สุดของฉันก็คือฉันสามารถทำทุกอย่างเพื่อลูกๆ ของฉันโดยให้ในสิ่งที่ฉันไม่เคยมี นั่นก็คือโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และได้อยู่บ้านที่สงบโดยที่มีผู้คนที่รักและสนับสนุนพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข"

     แครี่ย์ ก้าวเข้าสู่วงการเพลงตั้งแต่วัยรุ่นช่วงราวๆ ปลายทศวรรษที่ 80 เมื่อเธอได้รับการปลุกปั้นจากทอมมี่ มอตโตล่า ประธานบริหารค่ายเพลงโซนี่ในเวลานั้น (ก่อนจะกลายเป็นสามีของเธอและหย่ากัน) จนทำให้กลายเป็นป็อบสตาร์ โดยความดังอย่างรวดเร็วเป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้เธอต้องพบกับแรงกดดัน

     เธอต้องใช้เวลาในการบันทึกสตูดิโอเปิดตัว "Mariah Carey" นานหลายชั่วโมง แต่ก็คุ้มค่าเพราะอัลบั้มนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 4 สาขาในปี 1991 โดยเธอคว้ามาได้ 2 รางวัลในปีนั้น รวมถึงรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จากนั้นในอัลบั้มที่ 3 "Music Box" ปี 1993 แครี่ย์ ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้านการค้า และในปี 2000 บิลบอร์ดได้มอบรางวัลศิลปินแห่งทศวรรษให้เธอด้วย

     ปัจจุบัน แครี่ย์ มีการจัดระเบียบตัวเองใหม่หมดทั้งเรื่องการใช้ชีวิต และการนอน โดยเธอทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง ที่สำคัญเธออยากให้ทุกๆ คนได้รู้ว่าพวกเขาไม่ต้องรับมือกับโรคไบโพลาร์ ด้วยการหนีไปอยู่โดดเดี่ยวคนเดียว 

     "ฉันหวังว่าเราจะสามารถไปที่ไหนก็ได้โดยที่ไม่รู้สึกหวาดกลัว ฉันคิดว่าโรคไบโพลาร์นี้ไม่ควรต้องเป็นสิ่งที่กลายเป็นตัวตนของใคร และก็ตัดสินใจว่าจะไม่ให้โรคนี้มาควบคุม หรือกลายเป็นตัวตนของฉัน" แครี่ย์ กล่าว 

     ช่วงเวลานี้ชีวิตของ แครี่ย์ กลับมาสู่ปกติอีกครั้ง และเธอปรากฎตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ยอมรับเรื่องป่วยเป็นไบโพลาร์ โดย "เจ๊มรายห์" ควง ไบรอัน ทานาก้า แฟนหนุ่มไปฉลองวันเกิดอายุครบ 35 ปีของเขาด้วยการดินเนอร์สุดหรูที่มาสโทร สเต๊ก เฮ้าส์ ในเบเวอร์ลี่ย์ ฮิลล์ส ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมกับจับมือ ทานาก้า ชนิดที่กลัวฝ่ายชายจะหายไปไหน

     แครี่ย์ เตรียมที่จะทำให้แฟนเพลงได้มีความสุขอีกครั้งเมื่อเธอกำลังบันทึกสตูดิโออัลบั้มใหม่ ซึ่งเป็นลำดับที่ 15 หลังจากอัลบั้มล่าสุด "Me. I Am Mariah... The Elusive Chanteuse" เมื่อปี 2014 ที่สำคัญอัลบั้มนี้เป็นการเปิดตัวแรกของค่าย Butterfly MC Records ที่เธอเป็นพาร์ทเนอร์กับค่าย Epic Records ภายใต้สังกัด โซนี่ 

     "ฉันคิดถึงบ้านหลังที่สองแห่งนี้จริงๆ ฉันรู้สึกดีมากๆ ที่ได้กลับมา #ช่วงเวลาเข้าสู่สตูดิโอ#ได้เวลาเริ่มแล้ว ฉันมีหัวใจและจิตวิญญาณที่อยากทำดนตรีมากๆ ฉันตื่นเต้นกับบทบาทต่อไป และได้ทำงานเพื่อทุกๆ คนที่ฉันรัก" แครี่ย์ ระบุ

     ความสำเร็จมาพร้อมกับแรงกดดันเสมอ ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกหลายคนต้องเจอกับปัญหาสุขภาพและอาการป่วยทางจิตมากมาย บางคนตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย แต่การที่ แครี่ย์ ออกมายอมรับความจริง และเข้ารับการบำบัด ถือเป็นตัวอย่างสำคัญให้กับคนทั่วๆ ไปและดาราดังๆ เลือกที่จะแก้ปัญหาให้ถูกวิธี เพราะทุกปัญหามีทางแก้เสมอ

 

เครดิตภาพ : Getty, Twitter