ข่าวข่าวต่างประเทศ 31 มีนาคม 2561 เวลา 14:09

ไมลี่ย์ ไซรัส : นางฟ้าสีเทา

หากไม่นับเรื่องฉาวหรือพฤติกรรมในด้านลบ ต้องบอกว่า ไมลี่ย์ ไซรัส คือศิลปินหญิงที่มากความสามารถตัวจริง เธอมีศักยภาพในการแต่งเพลง และยังเล่นดนตรีได้หลายชนิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้แสดงออกมาให้เห็นจากผลงานในแต่ละซิงเกิลที่ผ่านมา

     "สาวไมลี่ย์" ได้รับมรดกด้านดนตรีมาจาก บิลลี่ เรย์ ไซรัส คุณพ่อบังเกิดเกล้าที่เป็นตำนานดนตรีคันทรี และเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้ ไมลี่ย์ ก้าวเข้ามาสู่วงการดนตรี ซึ่งแน่นอนว่าคุณพ่อคิดถูกเพราะลูกสาวคนนี้เก่งและมีความสามารถหลากหลาย

     ความสำเร็จจากซีรี่ส์ Hannah Montana ต่อยอดให้ ไมลี่ย์ เข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัวทั้งในฐานะนักแสดงดาวรุ่ง และป็อบสตาร์ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ไมลี่ย์ ถือเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนคนในรุ่นราวคราวเดียวกันยังทัดเทียมไม่ได้

     แม้ช่วงที่ผ่านมา ไมลี่ย์ จะมีข่าวฉาวมากเกินไปก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยพลาดก็คือการเป็นกระบอกเสียงเพื่อสังคม และครั้งนี้เธอกับ อาเรียน่า กรานเด้ นักร้องสาวดาวรุ่ง และศิลปินมากมายเพิ่งร่วมมือกับบรรดาผู้ประท้วงที่เป็นนักเรียนนักศึกษาในงานคอนเสิร์ต March for Our Lives ที่นครวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันเสาร์ที่ผ่าน

     สำหรับงานนี้มีเหล่าปัญญาชนได้มารวมตัวกันหลายร้อยหลายพันคน และยังมีบรรดาผู้ที่ให้การสนับสนุนเรื่องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมอาวุธปืนมากมายมหาศาล หลังเพิ่งจะเกิดเหตุสลดฆาตกรวัยรุ่นให้อาวุธปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยม "มาจอริตี้ สโตนแมน ดั๊กลาส" ในรัฐฟลอริดา เมื่อกลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา 

     งานนี้ผู้รอดชีวิตจากโรงเรียนมาจอริตี้ ได้รวมตัวกับป็อบสตาร์ และบรรดาเซเลบริตี้มารวมร้องเพลง และเดินขบวนเคียงข้างผู้ประท้วงจำนวนมาก ขณะเดียวกันในช่วงที่มีการจัดคอนเสิร์ตพิเศษ ไมลี่ย์ ได้นำบทเพลงบัลลาด The Climb มารวมร้อง ซึ่งเธอยังถือป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนข้อความว่า "อย่าให้เกิดขึ้นอีก" บนเวทีด้วย

     หลังจบเพลง ไมลี่ย์ ยอมรับว่าเธอร้องเพลงนี้ด้วยความรู้สึกที่พิเศษมากกว่าครั้งก่อนๆ "ขอบคุณมากๆ สำหรับทุกๆ คน ขอบคุณที่มาอยู่รวมกันที่นี่ ! ฉันรักพวกคุณมากๆ อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย พวกคุณน่าเหลือเชื่อมากๆ ฉันคิดว่าตัวเองโชคดีที่สุดที่ได้มาปรากฎตัวรวมกับทุกๆ คนที่สุดแสนวิเศษ สู้ต่อไปเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง"

     มีความสว่างก็ต้องมีด้านมือเป็นธรรมดา แต่ด้านมืดที่ได้เกิดขึ้นแล้วมันย่อมไม่สามารถแก้ไขได้ และต้องอยู่กับสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดลงไปตลอดลมหายใจสุดท้าย แน่นอนว่า ไมลี่ย์ ก็เช่นกัน เธอก็คือคนธรรมดาทั่วๆ ไปที่โชคดีมีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นทำให้ประสบความสำเร็จ และในขณะเดียวกันความลืมตัวก็ครอบงำความคิดของเธอด้วย

     สิ่งเหล่านี้ถ่ายทอดออกมาจากพฤติกรรมบ้าระห่ำเกินจะบรรยายทั้งกับชีวิตปกติ และตอนที่ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต แต่ที่ทำให้ ไมลี่ย์ ต้องเสียใจและแทบไม่อยากจดจำก็ถือการที่เธอถ่ายทำมิวสิควีดิโอ Wrecking Ball บทเพลงยอดฮิต ซึ่งสร้างกระแสอย่างมากจากการที่เธอแก้ผ้าล่อนจ้อนในมิวสิคเพลงนี้

     ไมลี่ย์ ได้เลือก 3 เพลงที่ "ชอบมาก", "อยากลืม" และ "อยากลบทิ้ง" ไป โดยเธอเปิดใจว่า "สำหรับเพลงที่ชอบมากก็น่าจะเป็นเพลง The Climb  เพราะมันยังส่งข้อความโดนใจฉันอยู่เสมอ ส่วนที่อยากลืมก็คงเป็นเพลง 7 Things และที่อยากลบทิ้งก็คือเพลง Wrecking Ball"

     "นั่นเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้ ภาพที่แกว่งไปมาพร้อมทั้งแก้ผ้าอยู่บนลูกตุ้ม มันยังคงอยู่ตลอดไป ทันทีที่คุณทำเรื่องใหญ่แบบที่ฉันทำ มันจะคงอยู่ตลอดไป ฉันยังคงรู้สึกอับอาย ฉันจะเป็นเด็กสาวแก้ผ้าที่แกว่งอยู่บนลูกตุ้มตลอดไป ฉันเป็นแค่เด็กสาวที่แก้ผ้าอยู่บนลูกตุ้มเสมอ....ฉันน่าจะคิดอะไรให้ถ้วนถี่กว่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะตามหลอกหลอนฉันตลอดไป"

     จากมิวสิควีดิโอดังกล่าวทำให้ ไมลี่ย์ เริ่มคิดมากขึ้นว่าจะทำอะไรอย่าเอาแค่สะใจเท่านั้น เพราะสิ่งนี้จะติดต่อไปตลอดชีวิต "ฉันน่าจะคิดให้มากกว่านี้เวลาที่จะทำอะไรก็ตาม นั่นเป็นฝันร้ายที่สุดของฉัน ซึ่งมันจะอยู่กับฉันไปจนวันตาย"

     สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของ ไมลี่ย์ ก็คือเธอเปลี่ยนไปเยอะมาก ไม่ทำอะไรหวือหวาหรือสร้างปัญหาให้กับตัวเองและครอบครัว ส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอไม่เหมือนเดิมก็คือความรัก เพราะตอนนี้เธอกับ เลียม เฮมส์เวิร์ธ แฟนหนุ่มระดับพระเอก กำลังไปได้สวย  "#B**chIsBack เป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรม, ความรู้สึกมั่นใจ และการคิดด้านบวกในชีวิตของฉัน ฉันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ฉันก็รู้สึกเกี่ยวกับตัวเองมากกว่าแต่ก่อน"

     อย่างที่บอกเอาไว้ว่าการกลับมาคบกับ "หนุ่มเลียม" อีกครั้ง ทำให้เธอพยายามที่จะลดละภาพลักษณ์แบดเกิร์ล แต่กระนั้นเมื่อเร็วๆ แม่คุณก็เพิ่งจะโชว์ด้านเซ็กซี่อีกครั้ง รวมไปถึงการถ่ายแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโชว์เกิร์ล แต่ภาพที่ออกมาก็ถือว่าไม่แรงหากเทียบกับเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา

     นอกจากนี้ ป็อบสตาร์วัย 25 ปี เพิ่งจะปล่อยอัลบั้ม 6 Younger Now เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2017 อย่างไรก็ตามในส่วนของงานแสดง ดูเหมือนว่าอดีตสตาร์ดีสนี่ย์ เผยว่าเธอมีความสุขกับที่ที่เธออยู่ในตอนนี้ ทำให้ไม่อยากไปสนใจคนอื่นอีกแล้ว

     "ฉันไม่สนใจที่จะใช้เวลากับไอเดียที่ฉันไม่รัก และงาน 1 โปรเจ็กต์ที่ใช้เวลาหลายเดือน โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการแสดง และการที่ไม่ได้เป็นตัวตนของฉันเอง ฉันมักจะครุ่นคิดอย่างหนักกับบทบาทที่ฉันต้องเล่น ก็เหมือนกับเรื่องดนตรี ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะเกี่ยวพันกับครอบครัวและเพื่อนๆ ของฉัน  ฉันเคยต้องครุ่นคิดเรื่องบทบาทเหล่านี้ แต่ตอนนี้ฉันพอใจกับสิ่งที่ฉันเป็น ซึ่งบางคนฟังแล้วอาจจะไม่สนุกไปกับฉันก็ได้"

     ขณะเดียวกัน ไมลี่ย์ เผยต่อไปว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองตลอดไปรวมทั้งการแสดงบนเวทีก็จะไม่หวือหวาชนิดที่ใครเห็นแล้วถึงกับช็อกตาตั้งอีกต่อไป "ไม่ใช่แค่เรื่องวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแแปลงไป แต่ชีวิตของฉันและอาชีพก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย แรงบันดาบใจที่ฉันนำมาใช้ขึ้นเวทีคอนเสิร์เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ"

     "ถ้าโลกนี้โฟกัสมาที่ฉัน และสิ่งที่ฉันทำ แน่นอนว่าสิ่งที่ฉันทำต้องส่งผลกระทบอย่างมาก และต้องเป็นอะไรที่สุดยอด มันเป็นแรงกระตุ้นสำหรับฉัน ซึ่งนำฉันให้เริ่มมีระบบกับตัวเอง ฉันพร้อมอุทิศตัวเองเพื่อการต่อสู้กับเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเพื่อกลุ่มคนที่อ่อน"

     เมื่อวันเวลาผ่านไปชีวิตคนเราก็เติบโตขึ้น ไมลี่ย์ ก็เช่นกันเพราะตอนนี้เธอไม่ได้โฟกัสไปที่เรื่องความสำเร็จในวงการบันเทิงหรืองานด้านดนตรีเท่านั้น "ฉันตั้งตาคอยที่จะทำโปรเจกต์ที่แตกต่างในปีนี้ และไม่ใช่แค่งานดนตรีเท่านั้น งานด้านดีไซน์เป็นสิ่งที่ฉันฝันมาตลอดนับตั้งแต่ที่ฉันได้มีโอกาสนำเสนอสไตล์ของฉันเอง"

     นับจากนี้ไป ไมลี่ย์ จะไม่ใช่แค่ป็อบสตาร์ห่ามๆ เกรียนๆ เหมือนในอดีตอีกแล้ว เธอจะมาพร้อมกับคุณภาพที่เธอมีอย่างแท้จริง รวมทั้งศักยภาพที่หลากหลายที่ทุกๆ คนยังไม่เคยได้เห็น...

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ