ข่าวข่าวต่างประเทศ 17 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:43

"วาเลนไทน์เลือด" 6 เหตุการณ์ฆาตกรรมช่วงเวลาวาเลนไทน์

สำหรับผู้คนมากมายวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองกับคนพิเศษในชีวิตของพวกเขา แต่ขณะเดียวกันวันที่ 14 กุมภาพันธ์ก็มีด้านมืดที่สุดสยองเช่นกัน เมื่อเกิดการฆาตกรรมโหดในวันที่น่าจะได้ชื่อว่าเป็นวันแสนสุข !!

    เรื่องนี้อาจจะบอกได้ว่าเป็นแบล็ค วาเลนไทน์ เพราะมันไม่ใช่การพูดกันเล่น เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนจนผู้ก่อเหตุต้องนอนอยู่ในซังเตจนทุกวันนี้ ที่สำคัญฆาตกรเป็นคนหลายประเภท ทั้งนักกีฬาระดับชาติ, แพทย์ หรือแม้แต่คนโรคจิต แต่พวกเขาทุกคนมีเจตนาในการฆ่าที่แสนเลือดเย็น

    เรื่องนี้อาจทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า ทำไมฆาตกรเหล่านี้ถึงเปลี่ยนดอกไม้และการ์ดแห่งความรัก เป็นการยื่นความตายให้กับคู่รักของพวกเขาแทน....

 

    1. ฆาตกรรมในวันแห่งความรัก  

    เช้าวันวาเลนไทน์ในปี 2005 พอล ดายสัน วัย 30 ปี บอกว่าเขาแลกเปลี่ยนการ์ดแห่งความรักกับ โจแอนน์ เนลสัน คู่หมั้นสาวพนักงานจ็อบเซนเตอร์ ดูเหมือนว่านี่คือวันที่แสนเพอร์เฟกต์ จนกระทั้ง ดายสัน หนุ่มจาก ฮัลล์ อ้างว่าแฟนสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ

    เขาให้การกับตำรวจว่าช่วงเย็นของวันวาเลนไทน์หวานใจวัย 22 ปีของเขาเลิกงานแล้วไม่ได้กลับบ้าน จากนั้นสื่อหลายสำนักได้ช่วยกันออกข่าวตามหา โจแอนน์ ขณะที่ ดายสัน น้ำตาไหลพรากตอนที่ปรากฎตัวหน้ากล้องทีวี พร้อมกับร้องขอให้แจ้งข่าว และภาวนาให้เธอกลับมาอย่างปลอดภัย
    อย่างไรก็ตาม อดีตพนักงานเฝ้าหน้าไนท์คลับ สารภาพกับเพื่อนของเขาว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการตบตา เขาบีบคอแฟนสาวจนตายคาทีในบ้านของพวกเขา หลังจากที่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องงานบ้าน

    หลังจากนั้นก็นำร่างไร้วิญญาณของเธอไปฝังเอาไว้ที่มัลตัน ในนอร์ธ ยอร์คเชียร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศพของ โจแอนน์ ถูกขุดพบเพียง 1 เดือนหลังจากที่มีรายงานว่าเธอหายตัวไป สุดท้ายเพื่อนของดายสัน เป็นคนเปิดโปงเรื่องที่เขาสารภาพ ก่อนที่ผู้คนใกล้ชิดของเขาหลายคนจะได้รู้ความจริง

    สุดท้ายแม่ของ ดายสัน ได้เป็นคนนำเขาไปมอบตัว และในเดือนพฤศิกายน 2005 เขาถูกพิพากษาตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตจากการฆาตกรรมแฟนสาว

 

    2. เบลด รันเนอร์ ผู้กระหน่ำกระสุนไม่ยั้ง

    หนึ่งในการฆาตกรรมในวันวาเลนไทน์ที่โด่งดังมากๆ ก็คือเหตุการณ์ที่ ออสการ์ พิสโตเรียส  นักกรีฑาขาเทียมทีมชาติแอฟริกาใต้ ที่โด่งดังจากการเป็นนักกีฬาพิการทั้งสองขาคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ในศึก "ลอนดอนเกมส์" เมื่อปี 2012 ยิง รีว่า สตีนแคมป์ แฟนสาวนางแบบที่หน้าประตูห้องน้ำในวันแห่งความรักเมื่อปี 2013

    ยอดนักกีฬาขาเหล็ก เจ้าของฉายา เบลดรันเนอร์ ปฏิเสธข้อหาฆาตกรรมโดยอ้างว่าเขากับแฟนสาวรักกันมาก แต่ที่เกิดเหตุสลดดังกล่าวเพราะเจ้าตัวคิดว่า สตีนแคมป์ เป็นโจรเข้ามาปล้นบ้านของพวกเขาที่กรุงพริทอเรีย

    พิสโตเรียส ปัจจุบันอายุ 31 ปี ต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีที่มีชื่อเสียงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ โดยในปี 2014 มีการพิสูจน์แล้วว่าเขามีความผิดจริงเกี่ยวกับการฆาตกรรมที่น่าตำหน ซึ่งคล้ายๆ กับข้อหาการฆาตกรรมโดยไม่เจตนา

    อย่างไรก็ตาม พิสโตเรียส ถูกศาลตัดสินชั้นต้นสั่งจำคุก 5 ปี แต่สุดท้ายผลแห่งกรรมที่ทำไว้ไม่จบแค่นั้น เมื่อศาลอุทธรณ์สูงสุดประเทศแอฟริกาใต้ได้มีการพิพากษาเพิ่มโทษจำคุกเป็น 13 ปี 5 เดือนเมื่อปีที่ผ่านมา

 

    3. คุณหมอแห่งความตาย

    ดร.จอห์น แฮมิลตัน  สูติแพทย์นรีแพทย์ชั้นยอดในโอกาโฮม่า ซิตี้ โดยเพื่อนๆ ของเขาคิดมาตลอดว่าตกหลุมรัก ซูซาน ภรรยาของเขาตั้งแต่อายุ 14 ปี  โดยเขามักจะมอบของขวัญเลิศหรูอลังการให้กับเธอเสมอในช่วงวันสำคัญๆ โดยเฉพาะในวันแห่งความรัก

    อย่างไรก็ตามวันวาเลนไทน์ ปี 2001 ท่าทีแห่งความรักที่ แฮมิลตัน มีให้ภรรยาอันเป็นที่รักยิ่ง ไม่ใช่หนึ่งในพฤติกรรมแห่งรักที่เขามีให้เธออีกต่อไป มันกลายเป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและสุดแสนโหดร้าย

    คุณหมอวัย 53 ปี กระทำการเยี่ยงสัตว์นรกด้วยการบีบคอ และใช้ตะบองทุบตีภรรยาของเขาจนเสียชีวิต จากนั้นก็พยายามอำพรางคดีด้วยการนำเลือดของเธอทิ้งเอาไว้ที่พื้นห้องน้ำ ขณะที่เขาโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับแสร้งทำเป็นร้องไห้ปากสั่นว่าเขาพบภรรยาเสียชีวิต

    อย่างไรก็ตามการ์ดวันแห่งความรักของดร.แฮมิลตัน ได้เผยความลับทุกอย่าง เมื่อภรรยาวัย 55 ปีของเขาได้เขียนข้อความ ว่า "ฉันซื้อการ์ดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ฉันคิดว่ามันอาจจะดูไม่ค่อยเหมาะสม แต่ฉันรักคุณ นี่เป็นวันดี จากซูซาน"

    ข้อความดังกล่าวบอกเป็นนัยๆ ว่าชีวิตสมรสของพวกเขาไม่มีความสุข และมันปรากฎขึ้นจากการที่ แฮมิลตัน กำลังนอกใจเธอ นั่นทำให้ ซูซาน คิดเรื่องที่จะหย่า

    หลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการฆาตกรรมครั้งนี้มีแค่นิดเดียว นั่นก็คือเลือดของ ซูซาน เปรอะที่พวงมาลัยรถ และบริเวณข้อมือเสื้อ เขาโดนศาลตัดสินในข้อหาฆาตกรรม และมีความผิดจริง แม้ว่าคุณหมอสุดโหดจะยืนกรานว่าบริสุทธิ์ และพยายามต่อสู้คดี แต่ก็ไม่เป็นผล

 

    4. แมงมุมแม่ม่ายจอมสังหาร

    ดีน่า ธอมป์สัน ได้รับฉายาว่า แมงมุมแม่ม่ายจอมสังหาร (Black Widow Killer) เพราะหนึ่งในวิธีการที่หลอกล่อเหยื่อ และเล่นงานสามีทั้ง 3 คนของเธอ โดยหนึ่งในนั้นต้องเสียชีวิตด้วยวิธีการฆ่าที่สุดโหดของเธอก็คือการวางยาพิษ !!!

    ธอมป์สัน เชื่อมั่นในเสน่ห์เย้ายวนของเธอที่จะทำให้ผู้ชายตกหลุมรัก จากนั้นก็พยายามโกยเงินจากพวกเขา และสังหารเหยื่อที่ติดกับดักใยแมงมุมสยองของเธอ

    อิสตรีจอมโหด ต้องติดคุกจากการฉ้อโกง ลี วัตต์ สามีคนแรก และ ริชาร์ด ธอมป์สัน สามีคนที่สามซึ่งรายนี้เธอพยายามฆ่าด้วยการใช้ไม้เบสบอลกับมีด แม้เธอจะอ้างว่าเพื่อเป็นการปกป้องชีวิตตัวเองในช่วงระหว่างที่ต้องตกเป็นเครื่องบำเรอกาม

    อย่างไรก็ตาม จูเลียน เว็บบ์ สามีคนที่สอง ไม่ได้โชคดีเหมือนกับสองคนนั้น เพราะเขาต้องเสียชีวิตซึ่งนั่นเป็นการยืนยันชัดเจนว่า ธอมป์สัน อยู่ในสถานะนักฆ่าเลือดเย็นที่มีการเตรียมการเอาไว้ก่อน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อ เดอะ แบล็ค วิโดว์ คิลเลอร์ วางยาพิษ เว็บบ์ ในวันเกิดอายุครบ 31 ปีของเขาเมื่อปี 1994 ด้วยการเทยาพิษลงไปในแกงเผ็ดซึ่งเป็นอาหารที่เขาชื่นชอบมาก และฆาตกรรมครั้งนี้ทำให้เธอติดคุกตลอดชีวิต

    ในเวลานั้นยังไม่สามารถจับมือใครดมได้ แต่แม่ของเว็บบ์ สงสัยว่า ธอมป์สัน เกี่ยวพันกับการตายของลูกชายเธอ ซึ่งตอนแรกใครๆ ก็คิดว่าเขาฆ่าตัวตาย เมื่อเธอไปที่ทำงานของเขาซึ่งเป็นออฟฟิสหนังสือพิมพ์ และร้องขอผลประโยชน์ของเขาจำนวน 36,000 ปอนด์ (ราว 1.62 ล้านบาท)

    แม้ว่า ธอมป์สัน จะไม่ได้ลงมือในวันที่ 14 ก.พ. แต่ความโรแมนติกก็มีอิทธิพลต่อผู้ชายที่เธอผูกสัมพันธ์ด้วย โดย  มาร์ติน อันเดอร์ฮิลล์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สืบสวน กล่าวตอนที่อยู่นอกศาลว่าการที่ผู้หญิงคนนี้ถูกจับเข้าคุกทำให้ผู้ชายอังกฤษนอนตาหลับ "ผู้หญิงคนนี้ทำให้ผู้ชายทุกคนต้องพบกับฝันร้าย ชายชาวอังกฤษคงนอนหลับอย่างปลอดภัยเมื่อรู้ว่าเธอจะไม่ออกมาเดินตามท้องถนนอีกแล้ว"

 

    5. ฆาตกรรมหมู่ในวันวาเลนไทน์

    มันไม่ใช่อาชญากรรมที่น่าจดจำ แต่การสังหารหมู่ในวันเซนต์ วาเลนไทน์ ก็ยังคงเป็นหนึ่งในการนองเลือดที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวันวาเลยไทน์อยู่ดี

    ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 1929 สมาชิก 7 คนของแก๊งมาเฟียทางตอนเหนือของ ชิคาโก้ โดนฆ่าอย่างโหดเหี้ยมโดยกลุ่มมาเฟียชาวอิตาเลียนทางตอนใต้ของเมืองเดียวกันที่นำโดย อัล คาโปน ซึ่งเป็นคู่อริตัวฉกาจของพวกเขา

    ในวันนั้น มือปืนสองคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แต่งตัวมาเต็มยศ ส่วนอีก 2 คนโผล่มาในมาดใส่สูท ซึ่งการปลอมตัวแบบนี้ทำให้คนที่แต่งตัวมาเป็นตำรวจสามารถนำเพื่อนร่วมแก๊งหลบไปจากที่เกิดเหตุได้โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองตกเป็นที่ต้องสงสัยมากนัก

 

    6. ฆาตกรวัยรุ่นสุดโหด

    ชาวอเมริกันต้องพบกับเรื่องที่ช็อกในวันที่น่าจะมีความสุขที่สุด เพราะมีรายงานว่าเกิดการกราดยิงอย่างบ้าคลั่งที่โรงเรียนมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ไฮสคูลเขตบรอเวิร์ด เมืองพาร์กแลนด์ ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ช่วงบ่ายของวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งตรงกันวันวาเลนไทน์

    เหตุการณ์สยองครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย ในจำนวนนี้ถูกยิงด้านหน้าก่อน 3 ศพ อีก 12 ศพถูกยิงภายในอาคาร และ 2 รายไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

    สุดท้ายแล้วมีการรายงานว่าได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นชายผิวขาว สวมเสื้อสีแดงเข้มไว้ได้ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนวัย 19 ปี ของโรงเรียนแห่งนี้ชื่อนิโคลัส ครูซ  โดยเขายอมมอบตัวกับตำรวจ และตอนนี้ถูกนำตัวไปดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ