ข่าวข่าวต่างประเทศ 27 มกราคม 2561 เวลา 07:34

เซอร์เอลตัน จอห์น : The Farewell, Yellow Brick Road ปิดตำนานทัวร์คอนเสิร์ต

เมื่อชีวิตถึงจุดที่เรียกว่าเกือบหมดลมหายใจ แน่นอนว่ามันถึงเวลาที่ต้องคิดเกี่ยวกับสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต เฉกเช่น เซอร์เอลตัน จอห์น ศิลปินระดับตำนาน ที่ประกาศเรื่องสุดช็อกว่าจะออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกเพียงทัวร์เดียวเป็นครั้งสุดท้าย และการที่ชีวิตเกือบสิ้นตอนที่ติดเชื้อแบคทีเรีย ทั้งหมดทั้งมวลทำให้ "ป้าแอ๋ว" คิดได้ว่าสิ่งสิ่งคัญในชีวิตคือครอบครัว

    สำหรับทัวร์คอนเสิร์ตหนสุดท้ายของ จอห์น นั้น มีชื่อว่า The Farewell, Yellow Brick Road คล้ายกับชื่อสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 7 ของเจ้าตัวที่ชื่อ Goodbye Yellow Brick Road โดยจะเริ่มต้นที่เมืองอัลเลนทาวน์ รัฐเพนน์ซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 8 กันยายนนี้ และไปจบในปี 2021 ซึ่งจะเป็นตอนที่เขามีอายุ 73 ปี

    "มันจะเป็นทัวร์ที่มีโปรดัคชั่นเจ๋งที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา ผมไม่ใช่พวกที่หลงใหลรางวัลแกรมมี่หรือของคล้ายๆ กันแบบหัวปักหัวปำ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญก็คือแผ่นเพลงที่ผู้คนต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อให้ได้มันมาครอง นี่ถือเป็นการขอบคุณในแบบของผม ผมอยากอำลาเวทีในแบบที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ในแบบที่ต้องมานั่งโอดครวญ ผมอยากให้คนได้พูดกันแบบเต็มปากเต็มคำว่า -ฉันได้ดูทัวร์คอนเสิร์ตสุดท้ายของเขา และมันก็เจ๋งสุดๆ" ศิลปินชาวอังกฤษ ระบุ

ออกทัวร์ตั้งแต่หนุ่มจนแก่

    "ป้าแอ๋ว" เปิดเผยว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้บอกลาการทัวร์คอนเสิร์ตเป็นเพราะตนอยากให้ความสำคัญกับครอบครัวบ้าง "เป้าหมายหลักของผมมันเปลี่ยนไปแล้ว เรามีลูกให้ดูและ และมันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของเรา ในปี 2015 เดวิด (เฟอร์นิช คนรักของเขา) กับผมมานั่งคุยกันพร้อมดูตารางเรียนของลูก และผมก็รู้สึกว่าผมไม่อยากพลาดมัน"

    ศิลปินคนดังเสริมด้วยว่าตนยังแข็งแรงดี ไม่ใช่ว่าเลิกทัวร์คอนเสิร์ตเพราะปัญหาด้านสุขภาพตามที่มีสื่อรายงานเมื่อก่อนหน้านี้ "สื่อของอังกฤษบอกว่าผมจะเลิกเพราะป่วยหนัก แต่สุขภาพของผมยังโอเคอยู่ ผมเคยคิดอยู่เสมอว่าผมจะเป็นเหมือน เรย์ ชาร์ลส์ และ บีบี คิง ที่จะออกทัวร์ตอนเสิร์ตไปตลอดชีวิต"

    นอกจากนี้ จอห์น เสริมว่าถึงแม้จะเตรียมเลิกทัวร์คอนเสิร์ต แต่ตนก็จะยังทำงานด้านเพลงต่อไปเรื่อยๆ แน่นอน "ที่ผมบอกว่าผมจะออกทัวร์คอนเสิร์ตเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ มันไม่ได้หมายความว่าผมจะเลิกทำงานเพลงไปด้วยนะ ผมจะยังเขียนเพลงต่อไป แต่หลักๆ แล้วผมจะให้ความสำคัญกับการพาลูกๆ ไปเข้าโรงเรียนฟุตบอล ผมอยากให้แฟนๆ มีความสุขและสนุกหลังได้ดูคอนเสิร์ตของผม นั่นคือความสำคัญของดนตรี"

ภาพแบบนี้บนเวทีจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว

    แน่นอนว่าการคิดถึงครอบครัวอาจจะมาจากเหตุการณ์ที่ จอห์น เกือบเอาชีวิตไม่รอดตอนที่ติดเชื่อแบคทีเรียกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เขาต้องยกเลิกการออกทัวร์ที่เหลืออยู่ โดยตอนนั้นเขาต้องต่อสู้อย่างหนักอยู่ในห้องไอซียู และพออาการดีขึ้นทำให้เขาอยากใช้เวลาอยู่กับ อีไลจาห์ วัย 5 ขวบ และแซ็คคารี่ วัย 7 ขวบ

    "ผมเดินทางไปอเมริกาใต้ มันเป็นทัวร์ที่สุดวิเศษร่วมกับ เจมส์ เทย์เลอร์ แล้วกลับจากชิลี ซึ่งผมรู้สึกไม่ค่อยดีตอนที่อยู่บนเครื่องบิน พอกลับไปถึงบ้านในคืนวันอังคาร ผมต้องถูกนำตัวเข้าห้องไอซียู ในวันพฤหัสบดี และอยู่ที่นั่น 2 วัน ผมเกือบตายแล้ว"

    ท่านเซอร์ต้องพักฟื้นร่างกายนานถึง 7 สัปดาห์กว่าร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ และทำให้เขาตัดสินใจปรับเปลี่ยนชีวิตใหม่ "คุณคิดเกี่ยวกับเรื่องความตาย และคิดว่า -พระเจ้า ผมอยากใช้เวลาเยอะๆ กับลูกชายของผม"

     นักเปียโน เจ้าของเพลงฮิต "Rocket Man" ซึ่งเริ่มออกทัวร์ตั้งแต่ปี 1970 และใช้ชีวิตอยู่ที่ซีซาร์ พาเลซ ในลาสเวกัส ยอมรับว่าเขาอาจจะตายได้ง่ายๆ หลังจากประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง ถ้าหากเขาไม่เข้ารับการผ่าตัดเนื่องจากป่วยหนัก "ผมรู้ว่าผมป่วยแต่ผมไม่รู้ว่าภายในมันอันตรายมากแค่ไหน จนกระทั่งผมเข้ารับการสแกนซึ่งหลังจากผ่านไป 9 โชว์, 24 เที่ยวบิน และงานบอลล์ในตอนซัมเมอร์"

     เมื่อปีที่ผ่านมา จอห์น ประกาศการแสดงคอนเสิร์ต 27 ทัวร์ในเวกัสชื่อว่า The Million Dollar Piano โดยจัดที่ เดอะ โคโลเซียม ในซีซาร์ พาเลซ ช่วงระหว่างวันที่ 11 ต.ค. 2017-วันที่ 2 มี.ค. 2018 ก่อนที่จะโดนอาการป่วยเล่นงาน

ครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด

      จอห์น เพิ่งจะกลับมาปรองดองกับ  ชีล่า แฟร์บราเธอร์ส  แม่บังเกิดเกล้าก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคม ในวัย 92 ปี โดยก่อนหน้านี้ยอดนักดนตรีชื่อดังกับคุณแม่ชีล่า มีปัญหากันอย่างหนัก และไม่ได้เจอกันเลยนาน 9 ปี

    อย่างไรก็ตามกาลเวลาค่อยๆ ทำให้ทั้งสองคนเข้าใจกันอีกครั้ง และแม่ลูกกลับมาคืนดีกันในวันเกิดอายุครบ 90 ปีของแม่ แต่เพียงไม่นาน เซอร์เอลตัน ก็ต้องพบกับความเจ็บป่วยเมื่อรู้ว่าผู้ให้กำเนิดจากโลกนี้ไป "เราเพิ่งจะคืนดีกันเมื่อปี 2016 และเป็นการคืนดีที่งดงามมากๆ ผมได้พบกันท่าน 1 สัปดาห์ก่อนที่ท่านเสียชีวิต"

    "ผมคิดว่า -พระเจ้า ท่านยังดูกระฉับกระเฉ่งอยู่เลย ท่านยังแข็งแรงเมื่อ 2-3 เดือนก่อน- และอีกสัปดาห์หลังจากนั้นท่านก็เสียชีวิตมันเป็นเรื่องช็อกสำหรับผมมาก เราจัดการพิธีไวอาลัยที่แสนงดงามเพื่อท่านในโบสถ์ที่วู้ดไซด์ซึ่งเป็นสถานที่ที่แม่ของท่าน ยายของผม ฝังอยู่ที่นั่น และอัฐิของยายผมก็ถูกโปรยเอาไว้ที่นั่นด้วย"

    "นี่เป็นเรื่องครอบครัว และหลังจากนั้นก็มีการจัดงานศพในวันต่อมา และผมอยากจัดพิธีแบบเป็นส่วนตัว นี่เป็นพิธีทางศาสนาที่งดงาม และผมได้ร้องเพลง รวมทั้งได้กล่าวคำสรรเสริญ และกล่าวคำอำลาที่ดีที่สุด เรากลับมาคืนดีกันเพราะชีวิตคนเรามันสั้นนัก"

     ย้อนกลับไปถึงเหตุผลที่ นักเปียโน วัย 70 ปีตัดสินใจเกี่ยวกับการเลิกออกทัวร์ ว่าเขาต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญ "ผมทำงานเป็นนักดนตรีตั้งแต่ตอนอายุ 17 ปี ผมได้พบกับเรื่องน่าอัศจรรย์มากมาย มันเป็นอาชีพที่โชคดีสุดๆ ผมสนุกกับทุกๆ นาทีที่ได้เล่นสด"

    "ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในอาชีพนี้บางสถานที่ผมก็ต้องเจอกับเรื่องแย่ๆ แต่ทั้งหมดนี้มันได้สร้างอะไรมากมายให้กับผม และตอนนี้ชีวิตของผมก็เต็มไปด้วยความสุข รู้ไหมเมื่อ 10 ปีก่อน ผมไม่ได้พูดแบบนี้นะ แต่ตอนนี้การที่มีลูกแล้ว ผมอยากมีความสุข เบิกบานใจ รู้สึกตื่นเต้น และผมอยากอ่อนน้อมสุขภาพซึ่งเป็นแนวทางที่ดีเยี่ยมมากๆ" ท่านเซอร์นักเปียโน กล่าว พร้อมยืนยันว่าไม่คิดเปลี่ยนใจแน่นอน

การคืนดีกับแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุด

    การทัวร์ครั้งใหญ่กว่า 300 วันเริ่มที่สหรัฐฯ ในปลายปีนี้ และปี 2019 จะมาที่อังกฤษ และยุโรป เดือนเมษายน กับ เอเชีย เดือนพฤศจิกายน ตามด้วยออสเตรเลีย เดือนธันวาคมไปจนถึงต้นปี 2020  จากนั้นบุกไปอเมริกาใต้ ในเดือนมีนาคม ก่อนจะกลับมาที่ยุโรป และอังกฤษ ในช่วงปลายปี 2020 และจบทัวร์ที่อเมริกาเหนือในปี 2021

    "การแสดงสดมันเป็นแรงกระตุ้นสำหรับผม และผมทั้งดีใจและปลาบปลื้มที่จะได้เล่นต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก ผมมีแผนที่จะดึงแรงปรารถนา และการสร้างสรรค์สำหรับเอนเตอร์เทนแฟนเพลงของผมตลอด 10 ปีเพื่อการทัวร์ครั้งสุดท้ายของผม หลังจากจบทัวร์ ผมตั้งตาคอยที่จะได้เปลี่ยนบทบาทชีวิตใหม่ พร้อมกล่าวอำลาชีวิตการเดินทาง ผมอยากทุ่มเทเวลาทั้งหมดในการดูแลลูก ถึงเวลาปิดฉากการเดินทางแล้ว ผมให้ความสำคัญมากๆ กับบทบาทใหม่ในชีวิตของผม"

    ทั้งนี้ ท่านเซอร์เอลตัน จอห์น ใช้ชีวิตอยู่กับการแสดงคอนเสิร์ตมากกว่า 4,000 ครั้งจากการเล่นมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกนับตั้งแต่ที่ออกทัวร์ครั้งแรกในปี 1970 และมีเพลงฮิตระดับอมตะตลอดกาลมากมาย รวมทั้งเพลง Can You Feel The Love Tonight?, Your Song, Candle In The Wind, Something About The Way You Look Tonight, Tiny Dancer, Crocodile Rock เป็นต้น และเคยคว้ารางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Can You Feel the Love Tonight จากเรื่อง The Lion King ในปี 1995 กับ รางวัลศิลปินชายขับร้องสดยอดเยี่ยมสาขาเพลงป็อบ ในเพลง Candle in the Wind เมื่อปี 1997 เป็นต้น

 

เครดิตภาพ : Getty, AP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ