ข่าวข่าวต่างประเทศ 18 มกราคม 2561 เวลา 06:33

"เมอรีล สตรีพ-ทอม แฮงค์" การโคจรพบกันครั้งแรกใน "The Post"

"The Post" เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกที่เมอรีล สตรีพ, ทอม แฮงค์ และสตีเว่น สปีลเบิร์กได้โคจรมาพบกัน โดยหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักหนังสือพิมพ์หญิงคนแรกของประเทศ แคทเธอรีน เกรแฮม กับ เบน แบรดลี บรรณาธิการผู้มุ่งมั่นแห่งหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ได้ร่วมมือกันในการต่อสู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างนักหนังสือพิมพ์และรัฐบาล

     สำหรับเรื่องราวสุดอื้อฉาวที่ วอชิงตัน โพสต์ พยายาม เปิดโปงและรายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีเอกสารลับเพนตากอน (ทอม แฮงค์e Pentagon Papers) ซึ่งเอกสารเพนตากอน เป็นบันทึกการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการทหารของสหรัฐฯ ในเวียดนามระหว่างปี ค.ศ.1945-1967

     มีจัดทำโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และได้ระบุถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการทำสงครามเวียดนาม ที่ไม่ใช่เพื่อเป็นมิตรกับประเทศเวียดนาม แต่เป็นความพยายามในการควบคุมประเทศจีนมากกว่า เป็นเหตุให้เกิดความสั่นคลอนในประเทศไปจนถึงการต่อต้านการเข้าร่วมสงครามเวียดนามจากประชาชนในสมัยนั้น

     "เอนเตอร์เทน วิคลี่" (Entertain Weekly) มีโอกาสได้สัมภาษณ์แบบกับสองนักแสดงระดับออสการ์ได้แก่ เมอรีล สตรีพ และ ทอม แฮงค์ เกี่ยวกับเรื่องราวที่เป็นตำนานในเรื่องเสรีภาพของสื่อภายใต้การโดนโจมตีจากรัฐบาล และรวมถึงการที่พวกเขาเกือบได้ทำงานด้วยกันก่อนหน้านี้ (แต่ แฮงค์ ดันร้องเพลงไม่เป็น)

สามประสานระดับตำนาน

     Entertain Weekly : พวกคุณรู้จักกันมาก่อนที่จะร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ใช่ไหม ?
     เมอรีล สตรีพ : เรารู้จักกันผ่านทาง นอร่า (เอฟรอน) ใช่ไหม ทอม ?
     ทอม แฮงค์ : ใช่ นอร่า กับ ไมค์ (นิโคลส์) ไมค์มักจะพูดถึงคุณบ่อยๆ และสุดท้ายเราก็เป็นเพื่อนกันผ่านทางเพื่อนกลุ่มใหญ่ของเรา ในเวสต์โคสต์/อีสต์โคสต์ อะไรประมาณนั้น (หัวเราะ)

     Entertain Weekly : พวกคุณเคยเกือบได้ทำงานร่วมกันมาก่อนใช่ไหม ?
     ทอม แฮงค์ : ผมเป็นคนร้อนเพลงไม่เก่งตอนที่ได้รับการติดต่อให้แสดงเรื่อง Mamma Mia! ผมร้องเพลงไม่ได้ ก็เลยไม่ได้แสดง
     เมอรีล สตรีพ : เขาอายุน้อยกว่าฉัน
     ทอม แฮงค์ :  ก็ใช่ แต่ผมมีผมหงอกแล้วนะ

     Entertain Weekly : ผมยอมรับว่าการได้ทำงานร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง ทอม แฮงค์e Post น่าสนใจมากขึ้น จริงไหม ?
     เมอรีล สตรีพ : ใช่ค่ะ ฉันรู้ว่าฉันสนุกมากๆ แต่ฉันไม่รู้ว่างานนี้ฉันจะต้องเจอเรื่องยากมากแค่ไหน
     ทอม แฮงค์ : ใช่เลย
     เมอรีล สตรีพ : เขาเป็นคนรูปหล่อ และเท่มากๆ
     ทอม แฮงค์ : (ทำเสียงคราง)
     เมอรีล สตรีพ : คุณเป็นแบบนั้นจริงๆ ! คุณมีธรรมชาติในการเป็นผู้นำของหนังเรื่องนี้ คุณเป็นแบบนั้นจริงๆ
     ทอม แฮงค์ : ครับ ผมต้องทำตัวให้เป็น เบน แบรดลี จริงๆ
     เมอรีล สตรีพ : นั่นเป็นเรื่องสำคัญมากๆ การเป็น แบรดลี แต่คุณทำได้ คุณเก่งมากๆ 

     Entertain Weekly : พวกคุณตอบรับเล่นหนังเรื่องนี้ทันทีเลย ใช่ไหม ?
     เมอรีล สตรีพ : ใช่ค่ะ ฉันคิดว่าฉันเป็นคนแรกที่ได้อ่านสคริปต์ช่วงราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ เป็นสคริปต์แรกของ ลิซ แฮนนาห์ จากนั้น สตีเว่น (สปีลเบิร์ก) กับ ทอม ที่ได้รับบท ตามด้วย จอช ซิงเกอร์ (นักเขียนร่วม) พวกเขากลับมาทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงบทใหม่จากนั้นไตร่ตรองจากคำถามที่ สตีเว่น ได้นำเสนอ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับนิยามที่ชัดเจนในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเอกสารลับเพนตากอน สำหรับผู้ชมที่อาจจะเป็นวัยรุ่น และไม่รู้เรื่องนี้ นี่เป็นเรื่องใหม่ (ฉากในเวียดนาม) ในการแสดงให้เห็นถึงการสูญเสียของญาติพี่น้อง ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องของกระดาษ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์
     ทอม แฮงค์ : ผมได้อื่นบทในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน และทันทีที่ผมอ่านจบผมบอกกับตัวเองว่า "ให้ตายเหอะ ผมอยากเล่นเรื่องนี้ !" นั่นหมายความว่า สตีเว่น จำเป็นต้องเริ่มเตรียมการถ่ายทำในเดือนมีนาคม และเมษายน เพราะวันแรกของการถ่ายทำเป็นวันแรกของเดือนพฤษภาคม

     Entertain Weekly : ดูเหมือนหนังเรื่องนี้จะมาถูกจังหวะ เพราะสถานการณ์ของทำเนียบขาวในปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นศัตรูกับสื่อ ?
     ทอม แฮงค์ : จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเสมอ และเฉลี่ยวแล้วมีการวิจารณ์เรื่องการเมืองแทบทุกวัน นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าทั้งหมดนี้อยู่ในสื่อ แต่สิ่งสำคัญก็คือการนำเสนอความจริงในปัจจุบัน เราพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญ การพยายามที่จะหยุดการนำเสนอของหนังสือพิมพ์ทุกประเภท รู้ไหม นี่เป็นเหมือนกับบทบัญญัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก
     เมอรีล สตรีพ : มีการต่อสู้กับเรื่องนี้มาตลอด ลินคล์นติดคุก ฉันัคิดว่าเขาได้พบกับกลุ่มบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หลายคนในคุกที่บรู๊คลิน ดังนั้นนี่เป็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 

     Entertain Weekly : ผมคาดหวังว่าหนังเรื่องนี้จะแสดงให้เราได้เห็นถึงความเป็นแคทเธอรีน เกรแฮม ในฐานะผู้นำสำนักพิมพ์ที่ทรงอิทธิพล แต่มันอาจทำให้เราได้เห็นอีกด้านของผู้หญิงนักบุกเบิก แคทเธอรีน เกรแฮม ทำให้คุณเซอร์ไพรส์ไหม เมอรีล ?
     เมอรีล สตรีพ : ใช่ค่ะ อัตชีวประวัติของเธอเป็นเรื่องที่แสนเจ็บปวดที่มาพร้อมกับการฝั่งรากลึกถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับคุณค่าที่อยู่ในตำแหน่งของเธอซึ่งเธอได้พบกับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง บางส่วนมันทำให้เธอถึงยังที่หมายได้ยังไง โดยที่สภาพแวดล้อมทั้งหมดในเดอะ โพสต์ อยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ พ่อสามีของเธอเป็นเจ้าของที่นี่ และมอบมันให้สามีของเธอซึ่งฆ่าตัวตาย ดังนั้นเธอได้รับตำแหน่งนี้ และมันเป็นอะไรที่น่าวิตกมาก แต่เธอไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้นเลย

     Entertain Weekly : ไม่มีเลยเหรอ ?
     เมอรีล สตรีพ : มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมตอนที่เราได้รู้จักเธอในช่วงยุค 60 จากเรื่องวอเตอร์เกท (เหตุอื้อฉาวทางการเมืองในสหรัฐอเมริกายุคประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน) เมื่อเธอต้องพบกับความยากลำบากในเรื่องนี้ เธอยังอาจมีอาการหวาดหวั่นบ้าง ฉันไม่คิดว่าเธอจะหวาดวิตก แต่หลังจากนั้นมีสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ เธอกลายเป็นผู้นำของเดอะ โพสต์ (วอชิงตัน โพสต์)

     Entertain Weekly : มีฉากที่เธอต้องโทรศัพท์ด้วยอาการกังวลและโต้เถียงกับชายคนหนึ่งซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกมากมายที่อยู่ในตัวเธอก่อนที่เธอจะเข้มแข็ง
     เมอรีล สตรีพ : ใช่ค่ะ เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในกระแสน้ำวน เหมือนคุณอยู่ในสถานการณ์ที่วนไปวนมา ทุกๆ เสียงประดังมาจากทุกๆ สายโทรศัพท์ในบ้านของเธอ มันเหมือนกับมีเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธในสมองของเธอ ช่วงเวลานั้นมันเหมือนเสียงกริ่งที่ดังสนั่น แน่นอนว่ามีผู้หญิงมากมายที่เคยใช้ชีวิตผ่านช่วงเวลาแบบนั้น
      ทอม แฮงค์ : ผมคิดว่านี่เป็นฉากที่น่าเหลือเชื่อมาก มีบางคนบอกว่า "คุณต้องไม่ทำแบบนี้ นี่มันหายนะชัดๆ" ส่วนอีกคนก็พูดว่า "ผมไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ๆ ผมโหวตว่าไม่ควรทำ" ขณะที่อีกคนก็พูดว่า "ไม่ได้คุณต้องเดินหน้า ถ้าคุณไม่ทำคุณก็ไม่ควรทำหนังสือพิมพ์อีกต่อไป และทุกๆ คนก็ลาออกไปซะ !" ตอนนี้ทุกๆ คนต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาแนนั้นไหม ? และนั่นคือความจริงที่เกิดขึ้น

     Entertain Weekly : มันเป็เรื่องที่ต้องช่วยเหลือกัน แม้ว่าบางครั้งพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกัน, แบรดลี กับ เกรแฮม ต่างมีพื้นที่ที่ประทับใจและเชื่อมั่นในกันและกัน
     ทอม แฮงค์ : ฉากต่างๆ ที่มีแค่ เบน กับ แคทเธอรีน พวกเขามักจะพูดคุยกันเกี่ยวกับองค์ความรู้ที่อยู่ภายในของกันและกันในทุกๆ สภาพแวดล้อมและความเสี่ยงเสมอ ทั้งหมดนี้มาจากความไว้วางใจ และความศรัทธา รวมทั้งความหวังที่มีอยู่ในพวกเขา
     เมอรีล สตรีพ : เรื่องที่น่าคิดก็คือพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่มีเรื่องของธุรกิจ และพวกเขารักการทำงาน รักงานที่ทำ พวกเขารักกันและกันในแนวทางที่ไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องชู้สาวหรือความโรแมนติก คุณไม่ได้เห็นความสัมพันธ์ที่หวานแหววในหนังเรื่องนี้ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องความโรแมนติก ความสัมพันธ์ของพวกเขาและการเคารพต่อมันสุดวิเศษและควรเอาเป็นแบบอย่าง

     Entertain Weekly : แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป และเราได้เห็นกันไปบ้างแล้ว เบนตะคอกใส่เธอตอนที่เธอยื่นข้อเสนอให้เป็นที่ปรึกษาบรรณาธิการ ?
     ทอม แฮงค์ : ซัลลี่ ควินน์ (ภรรยาม่ายของแบรดลี) อธิบายเหตุการณ์ตอนนั้นว่า เขาพูดว่าเขาโกรธจัดมาก
     เมอรีล สตรีพ : อืมม มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดสำหรับเธอ เธอเป็นเจ้านายของเขา และนี่เป็นเศษเสี้ยวที่เขาไม่เคยลืม ในเวลานนั้นมันเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้หญิง ที่นั่นไม่เคยมีผู้หญิงเป็นเจ้านาย และผู้ชายไม่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ พวกเขาเคยพูดคุยหยอกล้อกันบ้าง แต่เธอต้องมีกลยุทธ์ว่าจะจัดการกับอีโก้เหล่านี้ได้ยังไง ผู้หญิงจะได้เห็นและจดจำวิธีการที่คุณต้องนำไปใช้ในการจัดการกับเรื่องต่างๆ แบบนี้

     Entertain Weekly : เมอรีล คุณรู้สึกยังไงที่ต้องรับบท แคทเธอรีน ในหนังเรื่องนี้ ? ทอม กับ สตีเว่น เคยทำงานร่วมกันมาแล้วจากหนังหลายๆ เรื่องก่อนหน้านี้ แล้วส่วนใหญ่ก็มีแต่ตัวแสดงเป็นผู้ชาย รวมทั้งทีมงานก็เคยทำงานร่วมกันมาก่อน
     เมอรีล สตรีพ : มันดีมากๆ ค่ะ เรื่องนี้ช่วยฉันได้มาก ความรู้สึกมันแบบว่าไม่มั่นใจ รู้ไหม ? ฉันใช้มันในการทำงานของฉัน พวกเขาไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกตึงเครียดเลย แต่มันเป็นความรู้สึกกลัวๆ ตอนที่คุณเดินเข้าไปในกองบรรณาธิการที่มีแต่ผู้ชายทั้งหมด (หัวเราะ) ฉันเคยแสดงบทบาทที่แตกต่างมาแล้วมากมาย อย่างบท มาร์กาเรต แธตเชอร์ (นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอังกฤษ) ที่ต้องเจอกับปัญหาแบบเดียวกัน

     Entertain Weekly : ผมคิดว่า สตีเว่น คงรู้สึกกลัวๆ ที่ต้องทำงานร่วมกับคนเก่งอย่าง เมอรีล สตรีพ เหมือนกัน
     เมอรีล สตรีพ : โอ้วว ไม่เลย เขาบอกกับฉันว่าเขาอยากทำงานร่วมกับฉันมานานแล้ว และนั่นทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ เพราะฉันอยากทำงานร่วมกับเขามาตลอด ฉันไม่เคยรู้ว่ามันจะอิสระแค่ไหนที่เขาทำหน้าที่ผู้กำกับ มันเหมือนกับการอิมโพรไวเซชั่นในดนตรีแจ๊สชั้นยอด
     ทอม แฮงค์ : เห็นด้วยครับ
     เมอรีล สตรีพ : มันเป็นเรื่องสัญชาตญาณ
     ทอม แฮงค์ :  ทุกอย่างรวดเร็วมาก มันมีการพัฒนาตลอดเวลา นี่เป็นเรื่องที่ดีเยี่ยม คุณได้ทำหลายๆ สิ่ง ทุกๆ คนเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด นี่เป็นเหตุผลที่เขาเป็นคนที่ทำหน้าที่ผสมผสานวงนี้ขึ้นมา

     Entertain Weekly : มันน่าตื่นเต้นที่เราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของแคทเธอรีน อาการหวาดหวั่น...สตีเว่นบอกกับผมว่าก่อนหน้านี้เขามีค่อนข้างหวาดวิตกเมื่อเขาเริ่มต้นโปรเจ็กต์นี้ ดังนั้นความประหม่า และความไม่แน่นอนบางครั้งก็เป็นเรื่องดี จริงไหม ?
     เมอรีล สตรีพ : ใช่ค่ะ คุณรู้สึกแบบนั้นไหม ทอม ? คุณไม่ได้ดูเหมือนรู้สึกแบบนั้นเลยนิ
     ทอม แฮงค์ : โอ้วว ทั้งหมดมันน่าตกตะลึงมาก ความวิตกแสดงให้เห็นจนกระทั่งคุณถ่ายทำไปสามวัน จากนั้นคุณจะพูดว่า "โอเค ผมรู้สึกว่าเราทุกคนกำลังสร้างหนัง" อะไรก็ตามที่เราทำมันจะคงอยู่ในชีวิตที่เหลืออยู่ของเรา ดังนั้นถ้าคุณเริ่มกังวล พระเจ้า คุณจะไม่มีทางทำอะไรได้เลย คุณไม่สามารถกลับมาทำงานในตอนเช้าได้อีก
     เมอรีล สตรีพ : ใช่ค่ะ แต่นี่เป็นความตื่นเต้นที่ได้มาทำงานนี้ ฉันประทับใจสตีเว่นมากตอนที่เขาพูดว่า "ผมตื่นเต้นมากๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับคุณ"

เมอรีล สตรีพ สุดยอดดาราหญิง

 

เครดิตภาพ : Twentieth Century Fox, Getty

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ