หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 25 สิงหาคม 2561 เวลา 16:13

"นกน้อย อุไรพร" แถลงสู้! ยันไม่เคยยืมโฉนดไปจำนอง ย้ำไม่ยุบวง "เสียงอิสาน" แน่นอน

วันที่ 25 ส.ค.61 ที่บ้านเลขที่ 555 หมู่ 17 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี นกน้อย อุไรพร อายุ 61 ปี นักร้องหมอลำชื่อดัง เจ้าของวงดนตรีหมอลำ "เสียงอิสาน" พร้อมด้วย "นายห้างทวีชัย" ดร.ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ผู้บริหารค่ายท็อปไลน์มิวสิค ต้นสังกัด นายคณิศร ขุริรัง ทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ภายหลังนางสุดารัตน์ ภูผามี อายุ 46 ปี นักธุรกิจในสหรัฐอเมริกาขึ้นโรงพักเมืองอุดรธานี แจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าที่ตำรวจ ให้ดำเนินคดีกับ นกน้อย อุไรพร ในข้อหาฉ้อโกง โดยอ้างว่า นักร้องชื่อดังขอยืมเงิน 3.8 ล้านบาท โดยใช้วิธีให้นางสุดารัตน์นำโฉนดที่ดิน 33 ไร่ ในตัวเมืองอุดรธานี มูลค่า 49 ล้านบาท ไปจำนองกับนายทุนเงินกู้แล้วนำเงินไปให้นกน้อย อุไรพร แต่ภายหลังได้เงินแล้วนกน้อย อุไรพร ไม่ยอมคืนเงินเพื่อนำไปไถ่ถอนโฉนดคืนตามสัญญา

     นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า วันนี้ที่มีการเชิญสื่อมวลชนมาแถลงข่าวที่บ้านตองห้า เพื่อขอบคุณสื่อทุกสาขาที่ให้ความสนใจกับข่าวนี้ กับแม่นกน้อย อุไรพร และทีมงานเสียงอิสาน สิ่งที่อยากแถลงวันนี้ก็คือกับกระแสข่าวนี้มันแรงมากสำหรับแม่นกน้อย อุไรพร ที่มีข่าวจะยุบวงเสียงอิสาน นกน้อย อุไรพร เจ้าแม่หมอลำ ราชินีหมอลำ ล้มไม่เป็นท่าและยุบวงเสียงอิสาน ทำให้นกน้อย อุไรพรไม่มีที่ยืนในสังคมเลย แม่จึงขอแถลงข่าวกับสื่อ และขอสื่อว่าให้โอกาสแม่นกน้อย อุไรพร ได้มีโอกาสพูด และโอกาสยืนในสังคมกับลูกหลานบ้านตองห้า ยืนยันกับเจ้าภาพกับสปอนเซอร์ กับแฟนหมอลำ และคนที่เสพข่าวดูข่าวทั่วโลกก็ว่าได้ เพราะเป็นโลกของดิจิตอลออนไลน์ว่า เสียงอิสาน นกน้อย อุไรพร ยังดำเนินวงดนตรีหมอลำสืบวัฒนธรรมของคนอีสานสืบไปไม่มีล้มอย่างแน่นอน เพื่อเติมความมั่นใจให้กับเจ้าภาพที่ศรัทธา พระ ครูบาอาจารย์ ซึ่งติดต่อว่าจ้างเสียงอิสานไว้ใน พ.ศ. 2562 2563 2564 มีทำสัญญามัดจำกันไว้ ซึ่งตอนนี้เสถียรภาพวงของเรา กับความสั่นคลอน ประเมินความเสียหายไม่ได้กับข่าวนี้ จึงขอย้ำว่า นกน้อย อุไรพร เสียงอิสาน ยังไม่ล้มวง เสียงอิสานยังอยู่ สืบวัฒนธรรมคู่กับพี่น้องคนไทย ชาวอีสาน แฟนหมอลำตลอดไป และก็จะยิ่งใหญ่ปรับเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์หมอลำด้วย

     ด้าน นายคณิศร ขุริรัง ทนายความได้กล่าวถึงเรื่องคดีว่า หลังจากมาคุยขอเท็จจริงกับแม่นกน้อยแล้ว ที่คุณสุดารัตน์ไปแจ้งความร้องทุกข์ว่าแม่นกน้อยฉ้อโกงเขา เป็นเงินประมาณ 3 ล้านบาทเศษ ต้องขอนำเรียนว่า ในเรื่องที่ว่าไปทำสัญญาขายฝาก สัญญาจำนองจำนำต่างๆ ก็ดี แม่นกน้อยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น คู่สัญญาในเรื่องขายฝากเป็นระหว่างคุณสุดารัตน์ผู้ขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก แม่นกน้อยไม่ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจหรือลงลายมือชื่อในนิติกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งการจดทะเบียนขายฝากต้องไปทำที่สำนักงานที่ดิน ณ วันนี้สัญญาขายฝากก็ยังไม่สิ้นสุด ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากแต่ว่าสามารถไถ่ถอนได้ แต่ที่เขาไปแจ้งความว่าคุณแม่นกน้อยฉ้อโกงทำให้คุณแม่นกน้อยเสียหายนะครับ ในฐานะทนายความก็พิจารณาดูแล้วว่า หากไม่เป็นความจริงอาจจะใช้สิทธิในการฟ้องแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ต้องรับโทษในทางอาญา แต่ทั้งนี้วันจันทร์อาจเดินทางเข้าไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อพูดคุยกับพนักงานสอบสวนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร การรวมลงทุนได้คุยกับคุณแม่นกน้อยแล้ว เป็นการร่วมลงทุนด้วยกัน เมื่อร่วมลงทุนด้วยกัน ยังไม่ได้ตัดทอนบัญชีเท่านั้น คุณแม่นกน้อยพร้อมที่จะตัดทอนบัญชี แต่ว่าเมื่อได้รับแจ้งจากเขา คุณแม่นกน้อยเดินทางไปแสดงที่ประเทศไต้หวัน ในระหว่างที่อยู่ไต้หวันก็มีข่าวตามสื่อว่ามีคนไปแจ้งความดำเนินคดี นั้นคือคุณสุดารัตน์ ทางทีมทนายก็จะสงวนสิทธิตรงนี้ไว้ แต่ก็พร้อมที่จะพูดคุยกัน

     ต่อคำถามว่า ตามที่นางสุดารัตน์ได้ไปแจ้งความอ้างว่าผ่านมา 4 ปี ที่มีการนำที่ดินไปจำนอง โดยมีการยืมผ่านพระภิกษุสงฆ์ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร นายคณิศร กล่าวว่า ในเรื่องข้อเท็จจริงตรงนี้มีการทำสัญญาขายฝากจริง แต่เป็นเรื่องสัญญาขายฝากที่คุณสุดารัตน์ทำกับผู้รับซื้อฝาก ทั้งนี้ทั้งนั้นในการทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ ก็ดี พนักงานที่ดินต้องสอบถามว่า คุณพร้อมที่จะทำขายฝากไหม ได้เงินเท่านี้นะ ตรงนี้มีการสอบสวนอยู่แล้ว ในการที่จะทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ เพราะฉนั้นจะบอกว่าไม่รู้เรื่องคุณแม่เอาที่ดินไปขายฝากโดยหลอกลวง ผมว่ามันไม่ใช่ เป็นการที่จะทำให้คุณแม่เสียหายมากกว่า เป็นการทำลายล้างกัน ซึ่งมันไม่ใช่ความจริงเลย วันนี้คุณแม่ก็เลยต้องขอมาแถลงกับผู้สื่อข่าว ช่วยเป็นสื่อให้วงเสียงอิสาน ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติมานานพอสมควร มาเสียกับข่าวเล็กๆ ที่เป็นข่าวใหญ่ เรื่องที่ไม่ใช่ความจริงด้วย

      ต่อคำถามว่าส่วนตัวรู้จักกับนางสุดารัตน์หรือไม่ นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า รู้จักคุณสุดารัตน์ เพราะตอนที่แต่งงานคุณสุดารัตน์ได้มาจ้างวงเสียงอิสาน ก็เริ่มรู้จักกัน จึงได้มีการพูดคุยกันเรื่องร่วมลงทุน และก่อนที่คุณแม่จะไปไต้หวัน ก็คุยกับคุณสุดารัตน์แล้วว่าเราจะคุยกัน แต่คุณแม่มีคอนเสิร์ตที่ไต้หวันให้กลับมาก่อน หลังจากที่เดินทางไปมีความเคลื่อนไหวตามสื่อ นกน้อย อุไรพร ขยายความคำว่าร่วมกันลงทุนด้วยว่า ร่วมกันลงทุนคือ การจัดตั้งบริษัทขึ้นมาของคุณสุดารัตน์ รับงานอีเว้นท์รับงานทั่วไป รับงานของวงเสียงอิสานด้วย จ้างเสียงอิสานด้วย 

     ต่อคำถามว่า นำไปสู่การเป็นประเด็นเรื่องที่ดินนี้ได้อย่างไร นกน้อย อุไรพร กล่าวต่อว่า ที่ดินนี้คุณสุดารัตน์นำไปกู้ยืมนำเงินมาลงทุนเปิดบริษัท แต่ยังไม่พูดคุยกันจบว่าใครเคลียร์ใคร ใครทอนใคร ยืนยันว่าไม่ได้ไปขอยืมโฉนด

    ต่อคำถามว่าร่วมกนเปิดบริษัทชื่อบริษัทอะไร นายคณิศร กล่าวว่า การเปิดบริษัทเขาเปิดมา เราไม่ได้เป็นคนเปิด แต่เขาทำรับงานออกาไนซ์ รับงานการแสดงต่างๆ โดยมีเสียงอิสานด้วย ในขณะที่นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า เขาจ้างเสียงอิสานด้วย หรือมีศิลปินอื่นๆ ทางบริษัทของเขาก็รับแบบนี้ 

     ส่วนประเด็นที่มีพระเข้ามาเกี่ยวข้อง นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า พระไปงานวันแต่งงาน ที่คุณสุดารัตน์รู้จักมาก่อน ก็แนะนำว่าถ้าอยากจ้างหมอลำก็รู้จักเสียงอิสาน คือคุณแม่รู้จักพระมากมายที่จ้างคุณแม่ 
 ต่อคำถามว่า มีพระพาไปรู้จักกับนางสุดารัตน์ นายคณิศร กล่าวว่า พระไม่ได้อยู่ที่นี่ ต้องขออนุญาต คือบุคคลที่สาม พระไม่ได้อยู่ตรงนี้ เดี๋ยวเรากล่าวอะไรอะไรไปจะเป็นการพาดพิง ทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหายกันไปใหญ่ ในขณะที่นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า คุณแม่ว่าไม่เกี่ยวกับพระ

     ต่อคำถามว่าหลังจากมีข่าวออกไปแล้ว ได้มีการติดต่อกับนางสุดารัตน์หรือไม่อย่างไร นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการติดต่อ

     ต่อคำถามว่า จะมีการไกล่เกลี่ยกันหรือไม่ นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า เรื่องนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของทนาย 

     ต่อคำถามว่า ในสัญญากู้ยืมเงินเอาโฉนดไปมีชื่ออยู่ในสัญญาด้วยหรือไม่ นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า ไม่มี ก่อนที่นายคณิศรได้กลาวเพิ่มเติมว่า ผู้ทำนิติกรรม สัญญา ที่ดูคร่าวๆ จากที่มีคนส่งมาให้ดู เป็นระหว่างคุณสุดารัตน์เป็นผู้ขายฝาก แล้วมีชื่อผู้ซื้อฝาก คุณแม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น 

     ต่อคำถามว่า ที่เขาอ้างว่าคุณแม่ฉ้อโกงเขาไปแจ้งความที่โรงพัก เขาบอกว่าทำนิติกรรมเสร็จแล้วเขาเอาเงิน 3.8 ล้านมาให้คุณแม่ นายคณิศร กล่าวว่า อันนั้นคือถ้าถามว่าคุณแม่ได้ฉ้อโกง อันนั้นคือต้องหลอกลวงผู้อื่นให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ถามว่าคุณแม่มีธุรกิจจริงเปิดวงดนตรีจริงไม่ได้ไปหลอกลวง ซึ่งผมกำลังจะใช้สิทธิว่าที่เขาไปแจ้งความถือว่าเป็นการแจ้งความเท็จหรือไม่

     ต่อคำถามว่า สรุปแล้วได้รับเงินจากนางสุดารัตน์หรือไม่ นกน้อย อุไรพร ยอมรับว่า ได้รับ แต่เงินนี้ต้องมาคุยกัน เพราะคุณแม่ไม่ได้ยืมโฉนด จึงต้องคุยกันว่าระหว่างจ้างเสียงอิสานงานนี้ขาดทุน งานนี้ได้ อันนี้คุณแม่โอนให้คุณสุดารัตน์เท่าไหร่ อันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เป็นการหักทอนบัญชี ในขณะที่นายคณิศร กล่าวว่า ก็ยังงงอยู่ไปแจ้งความเลย เป็นความผิดทางอาญา ทำให้แม่นกน้อยเป็นข่าวและเสียหาย ถ้าจะเรียกร้องกันในเรื่องการเป็นหุ้นส่วน หรือว่าการร่วมลงทุนก็ควรไปร้องทางแพ่ง ไปใช้สิทธิทางแพ่งเอา แต่นี่ไปแจ้งความอาญาเลยก็คือมันเปรียบเสมือนจะแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษไหม ก็ขอนำเรียนผ่านสื่อเบื้องต้นแต่เพียงเท่านี้ 

     ต่อคำถามว่า สภาพวงเสียงอิสานในเวลานี้เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากมีข่าวออกมาลูกวงขาดกำลังใจไหม แฟนๆ มีการแสดงความคิดเห็นอย่างไรบ้าง นกน้อย อุไรพร เผยว่า กำลังใจจากแฟนเพลงมีเยอะมาก ลูกๆ ในทีมงานครอบครัวเสียงอิสาน หลังจากที่มีข่าวนี้เกิดขึ้นคุณแม่ก็ได้เรียกประชุมลูกๆ เพื่อเรียกขวัญกำลังใจคืนมา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเรายังดำเนินธุรกิจ กิจการ ของเราเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แฟนๆ ให้กำลังใจมากกว่าจะมาคอมเม้นท์เสียหาย อยากบอกไปถึงแฟนเพลงแฟนหมอลำว่าขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณสื่อมวลชนทุกสาขาทุกแขนง ที่ให้ความสำคัญกับข่าวนี้ของคุณแม่ อยากบอกว่าเสียงอิสานยังไม่ยุบวงยังไม่ล้มวงอย่ากแน่นอน การดำเนินชีวิตการดำเนินธุรกิจของเรายังมีความมั่นคง และจะยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ ข่าวนี้เกิดขึ้นก็เหมือนเช็คเรตติ้งของคุณแม่ คุณแม่ก็ตกใจนะตอนแรกจะไม่ออกมาแถลงข่าว คิดว่าเดี๋ยวข่าวก็คงเงียบไป แต่ไม่ได้แล้วข่าวนี้มันดังมาก คุณแม่งงมากเลยเราดังขนาดนั้นเลยหหรอ ขอบพระคุณทุกกำลังใจ

    ด้าน ดร.ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ผู้บริหารค่ายท็อปไลน์ กล่าวว่า ในฐานะผู้บริหารค่ายฯ ที่ดูแลเสียงอิสาน และคุณนกน้อย อุไรพร มาตลอด ขอยืนยันว่า เสียงอิสานยังเปิดรับงานแสดงอยู่ และตลอดไป ไม่มีการล้มวงอย่างแน่นอน ถึงแม้จะมีข่าวออกมาที่ติดลบพอสมควร เพราะว่าเสพสื่อฝ่ายเดียว โดยยังไม่ทันได้ถามแม่นกว่า มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นตามความเป็นจริง อันนี้ก็ทำให้ผู้เสพข่าวไขว่เขวพอสมควร ในนามของบริษัทท็อปไลนฯ ขอยืนยันว่า เสียงอิสานยังคงอยู่ตลอดไป

     ต่อคำถามว่า นางสุดารัตน์ อ้างว่าหลังจากนำโฉนดไปจำ 3.8 ล้าน คุณแม่เป็นคนที่รับจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 9 หมื่นบาทจริงหรือไม่ นายคณิศร กล่าวว่า ได้คุยกับคุณแม่นกน้อยเรื่องบัญชีแล้ว ดูเอกสารทั้งหมดแล้ว ยังไม่มีการสรุปเรื่องบัญชีเรื่องหักทอนบัญชีกัน คุณแม่ก็มีรายการโอนถึงเขาด้วยนะ แต่ยังไม่ได้หักบัญชีแล้วคุณสุดารัตน์ไปแจ้งความเป็นเรื่องเลยทีนี้ ซึ่งผมว่าแจ้งความนี้เขาก็หมิ่นเหม่เหมือนกัน

     ต่อคำถามว่าเงิน 3.8 ล้าน นำมาร่วมลงทุนใช้ด้วยกันทั้งคู่ คุณแม่ไม่ได้ใช้คนเดียว นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า ใช่

    ต่อคำถามว่า ตอนนี้ทางตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อหาคุณแม่ นายคณิศร กล่าวว่า ยัง ยังไม่มีอะไรมาถึงเรา วันจันทร์ผมจะเข้าไปโรงพัก

     ต่อคำถามว่า อนาคตยังจะร่วมธุรกิจกับนางสุดารัตน์อีกหรือไม่ นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า ยังไม่รู้ ยังตอบไม่ได้ ในขณะที่ นายคณิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีจะนำมาเรียนเพิ่มเติม เบื้องต้นจะไปเคลียร์ให้จบในฐานะพี่น้องคนอุดรฯ ด้วยกันทั้งหมด ให้แม่เขาได้เดินต่อ 

     อย่างไรก็ตาม นกน้อย อุไรพร ได้กล่าวตอนท้ายว่า ทุกคนมีเส้นทางชีวิตที่จะต้องออกเดินไป เพื่อดำเนินชีวิตของตนเอง ที่ออกมาแถลงข่าวครั้งนี้คุณแม่ไม่ได้ต้องการว่า ต้องชนะนะ แพ้ไม่ได้นะ กองเชียร์มีมากมาย แต่ไม่ได้ออกมาเพราะกองเชียร์ คุณแม่ก็มีเส้นทางชีวิตที่ต้องดำเนิน ทางคุณสุดารัตน์ก็ต้องมีเส้นทางชีวิตที่ต้องดำเนินไปเช่นกัน และขอเชิญชวนแฟนๆ มาชมคอนเสิร์ตเปิดวงเสียงอิสาน ต้อนรับฤดูกาลใหม่ พ.ศ.2561-2562 ในวันที่ 5-6 ตุลาคมนี้ ที่ ลานบ้านพักเสียงอิสาน จ.อุดรธานี เพื่อเป็นการการันตีว่า เสียงอิสานยังคงเดินหน้าสืบสานตำนานความยิ่งใหญ่ตลอดไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ