หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 21 สิงหาคม 2561 เวลา 09:33

ศาลนัดไต่สวนคดีอดีต ผจก.ฟ้องลำไย ไหทองคำกับประจักษ์ชัย ผจก.ปัจจุบัน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ส.ค.ที่ บัลลังก์ 8 ชั้น 6 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง อาคารเอ. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีดำ อ.710/2560 ที่นายณรงค์วัฒน์ ยันตะพันธ์ หรือบ่าวเอก เมืองสกล อายุ 38 ปี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.สุพรรณษา เวชกามาหรือลำไย ไหทองคำ จำเลยที่ 1 นายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้จัดการและผู้บริหารค่ายไหทองคำเป็นจำเลยที่ 2 ในเรื่องความผิดต่อ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

     โดยนายณรงค์วัฒน์ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องลำไยและประจักษ์ชัยเมื่อ มิ.ย.2560 ก่อนจะมีการขอเจรจาจากฝ่ายจำเลยทั้งสองในช่วงเดือน ก.พ.-มิ.ย.61 ที่ผ่านมา  แต่การเจรจาไกล่เกลี่ยสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากจำเลยปฏิเสธค่าเสียหายจำนวน 3 ล้านบาท อ้างว่าแพงเกินไป ศูนย์ไกล่เกลี่ยจึงส่งคดีกลับเข้าสู่การพิจารณาคดีในวันนี้เป็นการนัดไต่สวนพยานปากแรกคือตัวนายณรงค์วัฒน์เอง โดยใช้เวลาในการซักถามประมาณ 2 ช.ม. ซึ่งทนายจำเลยได้สอบถามกรณีสัญญาที่ทำกันสองฝ่ายมีระยะเวลา  12 ส.ค.2557 ถึง 12 ส.ค.2562 มีกำหนดสัญญา 5 ปี 

    วันนี้ศาลได้หยุดพักการไต่สวน และนัดสอบพยานปากที่สองคือนายชายชมภู ไชยคำ อายุ 48 ปี พยานโจทก์ ซึ่งอดีตลำไย เคยนับถือเป็นพ่อบุญธรรม ในวันที่ 10 ก.ย.เวลา 13.00 น.  จากนั้นศาลจะพิเคราะห์ว่าคดีมีมูลหรือไม่ก่อนประทับรับฟ้องและนัดให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมารับฟังคำสั่งศาลอีกครั้ง ถ้าศาลประทับรับฟ้องความทั้งสองฝ่ายจะต้องมารับฟังคำสั่งศาลต่อไป

    นายธนดล ธรณ์ธนากุล หรือทนายโจ ทนายฝ่ายโจทก์ กล่าวว่าศาลได้นัดคู้ความมาเจรจาไกล่เกลี่ย 3-4 นัดแล้ว แต่ทางฝ่ายจำเลยที่ 1 คือลำไยและประจักษ์ขัย จำเลยที่2 ไม่เคยมาด้วยตัวเองเลยสักครั้งเดียวหลบเลี่ยงมาโดยตลอด จนศาลนัดไต่สวนในวันนี้ซึงไต่สวนได้ 1 ปากคือตัวโจทก์เองที่ให้ปากคำยาวพอสมควร ก่อนจะนัดไต่สวนพยานอีก1ปากในวันที่ 10 ก.ย. ถ้าคดีนี้มีมูลหลังไต่สวน2ปากแล้วศาลก็จะประทับรับฟ้อง  จากนั้นจะออกหมายเรียกตัวจำเลยทั้งสองคนมารับฟังคำสั่งศาล ซึ่งครั้งนั้นจะเลี่ยงไม่มาเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้วจะต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าศาล

    สิ่งที่โจทก์ต้องการคือให้คู่ความมาเจรจา แต่กลับไม่มาก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ทางฝ่ายโจทก์มีพยานหลักฐานพร้อมมูลในการฟ้องร้องเพื่อขอความยุติธรรมมีหลักฐานตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่สมัยเขายังไม่ดังเป็นเด็กในวงเขามาเรื่อยๆ จนเขาดังขึ้นมา เหมือนเป็นการเซ็นสัญญาซ้อน ฝ่ายโจทก์เขาต้องการความยุติธรรมจึงต้องมาพึ่งอำนาจศาลฟ้องร้องเขาคดีนี้ก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมที่มีเอกสารเป็นสัญญา เอกสารใครมาก่อนมาหลัง การที่น้องลำไยไปเซ็นอะไรกับใครมันก็ชัดเจน ดูกันที่เอกสารเป็นหลัก สำหรับระยะเวลาคดีนี้จะยาวนานแค่ไหน ยังบอกไม่ได้ ในชั้นศาลสามารถไกล่เกลี่ยได้ทุกนัด ถ้าทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยสามารถตกลงกันได้ อยู่ที่ความจริงใจทั้งสองฝ่ายถ้ามีความจริงใจต่อกันก็สามารถตกลงกันได้ ถอยคนละก้าว  ถ้าทั้งคู่ต่างยอมถอยก็แฮปปี้ทั้งคู่

     นายณรงค์วัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ศาลไต่สวนเบื้องต้นรู้สึกสบายๆ ตนเองตอบออกมาจากความจริงทั้งสิ้น  ที่ผ่านมาทุกครั้งตนก็มาศาลตามนัดตลอด ให้ทนายขอไกล่เกลี่ยตนก็ยอมเจรจาไกล่เกลี่ยด้วย แต่ฝ่ายนั้นกลับไม่มาเลยสักครั้งเดียวส่งแค่ตัวแทนมาเจรจา ทำให้ตกลงกันไม่ได้เพราะไม่ได้เจอกันทั้งสองฝ่าย

     ขณะนี้คดีกลับเข้าสู่กระบวนการของศาลแล้ว เริ่มไต่สวนมูลฟ้อง แต่เดิมในชั้นไกล่เกลี่ยตนเคยพูดเอาไว้ว่าถ้าเขามาขอโทษ มาพูดคุยกันก็อาจจะจบเรื่องกันได้ แต่เมื่อคู่ความเขาไม่มาก็ไม่ต้องมาเจรจาอะไรอีกแล้วแต่ศาลจะพิจารณา

    ถึงเวลานี้ตนไม่มีอะไรจะพูดแล้ว แต่อยากแนะนำน้องลำไยว่า บางทีแค่ยอมรับความเป็นจริงจะเป็นทางออกที่ดี อย่าพยายามบิดเบียนหรือพยายามดิ้น ความจริงก็คือความจริง เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้วมันไกลเกินกว่าที่จะมาพูดคุยกัน  ปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางออกภายหน้าก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสองฝ่ายตกลงกันอย่างไร ตนก็อยากเห็นความถูกต้อง ใครๆ ก็รู้ว่าตนเป็นเจ้าของสิทธิ ตัวเขาก็รู้ว่าตนเป็นเจ้าของสิทธิ เพียงแต่ว่าเขามาโต้แย้งเรื่องเอกสารเท่านั้นเองถึงวันนี้ตนไม่เสียใจอะไรแล้ว เหลือแค่ความผิดหวังเพราะการที่เราจะสร้างใครคนหนึ่งเราก็ต้องหวังให้ดัง มีชื่อเสียง พอผ่านไปได้ระดับหนึ่งมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ตนก็ต้องผิดหวังแต่คำว่าเสียใจไม่มากเพราะตนยังมีเด็กในสังกัดที่จะปั่นอีกเยอะแยะเขาพร้อมที่จะก้าวไปกับตนบุญคุณสำหรับตนไม่ต้องคำนึงถึงก็ได้ เพราะเราถือว่าเป็นการทำธุรกิจร่วมกัน เราได้ เราได้ ถ้าน้องได้ดูอยู่อยากบอกว่าตนดีใจจากใจที่น้องไปถึงเส้นชัย ที่ไปไกลมากแต่ความเก่งถ้าใช้ควรคู่ไปกับคุณธรรมและจิตสำนึกจริยธรรมที่ดีน้องจะไปได้ไกลมากกว่านี้

 

 

 

อ่านเรื่องอื่นๆ