หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 10 มิถุนายน 2561 เวลา 17:59

"อาจารย์สวัสดิ์" ชี้นักร้องขอแยกค่ายเหมือนพ่อลูกทะเลาะกัน ควรคิดถึงวันเริ่มต้นจากศูนย์

ท่ามกลางกระแสร้อนของวงการลูกทุ่ง นักร้องขอแยกทางกับค่าย โดยมีเรื่องผลประโยชน์ที่ควรได้รับเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ บานปลายเดินสายเปิดแผล จนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย

    เกี่ยวกับเรื่องนี้ “สวัสดิ์ สารคาม” อาจารย์นักดนตรี ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จชั้นนำของเมืองไทยมานับไม่ถ้วย อาทิ จินตหรา พูนลาภ, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, หญิงลี ศรีจุมพล ฯลฯ ได้แสดงทัศนะว่า 

   "เท่าที่ผมมองแบบส่วนตัวจริงๆ ก็คือว่า ถ้าต่างคนต่างแรงมันก็ยิ่งเสียทั้งสองฝ่าย บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นเลย ถึงแม้ว่าใครจะถูกใครจะผิด ใครจะไม่ถูกใครจะไม่ผิดก็แล้วแต่ เปรียบเสมือนพ่อกับลูก ในครอบครัวเดียวกัน พ่อกับลูกทะเลาะกัน พ่อด่าลูกอยากให้ลูกได้ดี ลูกดันไม่เชื่อ ไปเชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ทั้งๆ ที่คนอื่นไม่ได้เลี้ยงมานะ แต่พ่อห้ามแล้วห้ามอีกกลางค่ำกลางคืนอย่าไปนั่นไปนี่นะ แต่พ่อห้ามเด็กดันไม่เข้าใจ คิดว่าพ่อแม่ห้ามคือพ่อแม่รังแกฉัน สุดท้ายทำให้ลูกกับพ่อแตกกัน"

    "เมื่อแตกกันแล้วต่างคนต่างหนีใช่มั้ย พ่อก็ไม่สนใจลูก ลูกก็ไม่สนใจพ่อใช่มั้ย ลูกก็ไม่เคารพพ่อใช่มั้ย สุดท้ายจะเป็นยังไง ไม่มีใครเขามาสนใจหรอกนะ มีเพียงแค่พ่อกับลูกเขาแตกกัน เสียทั้งสองคน แล้วคนอื่นเขาเสียด้วยมั้ยล่ะ ไม่ได้เสียนะ ที่พูดมาอยากยกให้เห็นว่าพ่อกับลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาด ถึงแม้ว่าเจ้าของค่ายกับนักร้องไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตาม แต่ถามว่าถ้าไม่มีพ่อจะไปมีลูกได้อย่างไร แล้วมันจะเกิดมาจากไหน ไม่มีเจ้าของค่ายจะมีนักร้องในค่ายได้อย่างไร นี่ตามหลักความเป็นจริงนะ ทีนี้ถ้าไม่มีเจ้าของค่าย ไม่มีนักร้อง แล้วเพลงจะเกิดมาจากไหน 3 สิ่งนี้แหล่ะ ที่เรียกว่า 3 บวก 1 มันถึงจะเกิดเป็นประวัติศาสตร์เพลงดังขึ้นมาได้ วันแรกที่ทุกคนมารวมกันยังไม่เกิดประวัติศาสตร์ แต่พอทุกคนมารวมกันเกิดเพลงนี้มาได้รับความนิยม ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์นะ แล้ววงการเพลงเราจะไม่มีฟลุค มีแต่คำว่าลงตัว เป็นช่วงจังหวะของเจ้าของค่ายที่หยิบนักร้องมา หยิบคนแต่งเพลงมา มีแนวคิดที่แต่งเพลงนี้ออกมา ผมถามว่า ถ้าไม่มีนักร้องเป็นตัวตั้ง นักแต่งเพลงก็คิดไม่ออกนะ มันต้องมีแนวทางมาก่อนถึงจะสามารถเอาสิ่งที่คิดว่าคนๆ นี้ต้องแต่งเพลงอะไรให้ออกมาได้ มันต้องมีที่มาที่ไปด้วย เหมือนคน 3 คนไปขุดทองพร้อมกัน ขาดใดคนหนึ่งไปไม่ได้"

    "ทีนี้ผมอยากให้ย้อนกลับไปที่วันแรกๆ เราเป็นศูนย์ มาด้วยกันก็ศูนย์ทั้งหมด มันเริ่มจากศูนย์ด้วยกันทั้งนั้น แต่พอมีผลออกมา เราอย่าเอาตอนที่มีผลมาคุยกัน เราต้องเอาตอนแรกมาคุยกัน ถ้าเอาตอนได้ผล เอาแต่เรื่องผลประโยชน์มาคุยกัน คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก จุดนี้ไม่มีทางเลย เราต้องย้อนไปวันที่มันเกิดประวัติศาสตร์ขึ้นมามันเป็นอะไร ไม่ใช่เอาเรื่องปัจจุบันมาคุย พอมันคุยละเรื่องก็ออกทะเล ยิ่งมีคนเข้ามา ยิ่งสารพัดสารเพ เรื่องนี้จะจบได้คือเข้ามาคุยกันให้เรียบร้อย มีคนในวงการพูดกับผม ผมก็มาถ่ายทอดต่อนะ  นักร้องที่มีสัญญากับค่ายก็เข้ามาคุยกับค่ายให้เรียบร้อยว่า ในขณะที่ติดสัญญาอยู่จะร่วมงานกันได้อย่างไร หรือจะมีทางออกอย่างไร  ไม่ใช่ไปคุยที่อื่น หรือไปสาวไส้ให้กากิน  ถ้านักร้อง หรือเด็กจะไปก็ต้องไปให้สวย เอาดอกไม้ธูปเทียนแพร มากราบไหว้ ขออนุญาตไปแบบไปลามาไหว้ ไปให้ถูกต้อง เรื่องนี้ผมเห็นด้วย ในวงการลูกทุ่งเราความสวยงามตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญนะ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ