หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 18:14

ทีม "อาม ชุติมา" ทุบไหทองคำฯ ยันไม่คิดขโมยสัญญา "ประจักษ์ชัย" งงเต้กพาดพิง "ลำไย" อื้อ

ดราม่าไหทองคำฯ แตก "อาม ชุติมา" ขอแยกตัวออกจากการเป็นศิลปินค่าย ไหทองคำ เรคคอร์ด บานปลายไม่จบ ล่าสุด วันที่ 31 พ.ค. นักร้องสาวผู้แต่งเพลงผู้สาวขาเลาะ ให้ "ลำไย ไหทองคำ" ขับร้องจนมีชื่อเสียงโด่งดัง พร้อมด้วย "แม่แต๋ว" บุญหลาย แกรนด์ มารดา และ "พ่อรินทร์" คนขับรถส่วนตัวโผล่แถลงข่าว ที่ บริษัท พีที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ย่านสายไหม ร่วมกับ "เจ๊เหมียว" ผู้บริหาร บริษัท พีที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ นายณงค์วัฒน์ ยันตะพันธ์ หรื "บ่าวเอก เมืองสกล" นายประภาส พิมพ์บูลย์ หรือ "เสลฯ ภาสน์ ณ เสลภูมิ" นายชายชมภู ไชยคำ หรือ "ชาย เสลภูมิ" เคลียร์ประเด็นใหม่ ไม่เคยคิดวาแผนขโมยสัญญา อ้างแม่บ้านยื่นข้อเสนอมา ในขณะที่ "นายห้างประจักษ์" ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้บริหารค่ายไหทองคำ เรคคอร์ด เปิดใจงงเต้กการเปิดแถลงข่าวคู่กรณีมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ทำไมถึงได้มีการพาดพิง "ลำไย ไหทองคำ" เสียเป็นส่วนใหญ่

     ถามถึงสาเหตุทำไมถึงออกจากค่ายไหทองคำฯ
     อาม: ทำไมถึงออกหรอค่ะ ปัญหามีมาพักใหญ่ๆ คือ เรื่องผลประโยชน์ และการดูแล ทางค่ายไม่ค่อยดูแลเท่าไหร่ เวลาไปงานก็มีปล่อยไปงานเองบ้าง ขึ้นเครื่องบินคนเดียวบ้าง

     ในสัญญาตกลงกันไว้อย่างไร
     อาม : ตามข้อสัญญาคือถ้าตัวหนู 70-30 เปอร์เซ็นต์ ตัวหนู 70 และทางค่าย 30 

     ที่ได้รับที่ผ่านมา
     อาม : ไม่น่าจะถึง 70 ไม่รู้ว่ากี่เปอร์เซ็นต์

     ทางคุณประจักษ์ยืนยันว่าจ่ายให้เราทุกบาททุกสตางค์ตลอด
     อาม : ทุกบาททุกสตางค์หรอ ไม่นะคะ ไม่ตลอด

     เพลงผู้สาวขาเลาะขายขาดก่อนมียอดวิว ซึ่งเราก็รับเงินมาแล้ว ตรงนี้ยังไง
     อาม : หนูก็เพิ่งรู้ว่าหนูขายขาดตอนมีข่าว 

     ไม่ได้มีการเซ็นสัญญากันหรือ
     อาม : เซ็นค่ะแต่เขาไม่บอกว่าเขาซื้อขาดกับหนู เขาให้หนูเซ็นสัญญาเพราะว่า กลัวมีคนมาแอบอ้างเอาเพลงไป

     ตอนนั้นพูดคุยกันถึงเรื่องเพลงนี้ยังไงบ้าง
     อาม : ก็คือตอนนั้นก่อนที่หนูจะตกลงเอาเพลงผู้สาวขาเลาะให้พี่ลำไยร้อง ก็คือตกลงกันว่าจะ
ขายงานคู่เป็นหนูกับพี่ลำไย ถ้าสมมติว่าเพลงมันดังหรือว่ามีกระแส เป็นคู่พี่น้องร้องแต่ง แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เป็นงาน เป็นคิวๆ เหมือนกับอาจารย์แต่งเพลงที่ได้เปอร์เซ็นต์จากศิลปิน

     ได้บ้างมั้ยตั้งแต่เพลงดังมา
     อาม : ก็คือเปอร์เซ็นต์ที่ได้จากคิวพี่ลำไยก็ไม่ได้เพราะว่า มันเป็นสัญญาใจ เขาบอกว่ามันไม่มีในสัญญา

     ที่มีข่าวส่วนแบ่งจากยูทูบไม่ได้จริงรึเปล่า
     อาม : ไม่ได้จริงๆ ค่ะ แต่ว่าตกลงกันจริงๆ นะคะ เขาบอกพ่อกับแม่หนูด้วยว่า จะแบ่งรายได้ที่ได้จากยูทูบค่ะ เพราะว่ามันก็ได้เยอะ

     น้องอามเข้าใจระบบของยูทูบมั้ยว่าเราควรจะได้เท่าไหร่
     อาม : หนูก็ศึกษามาอยู่ค่ะ ก็ถามผู้รู้ และก็ถามพี่ๆ ในวงการที่พอจะมีประสบการณ์ค่ะ ก็ไม่รู้มันบอกเป็นจำนวนไม่ได้ แต่มันก็เยอะพอสมควร 

     ไม่ได้ถามเขาตั้งแต่แรกหรอก่อนที่จะบานปลาย
     อาม : ไม่ได้ถามคิดว่าถ้าอาจารย์อยากให้คงจะให้เอง

     ตอนที่เซ็นสัญญาเป็นหนังสือเป็นฉบับอย่างไร มีเป็นลายลักษณ์อักษร ได้อ่านมั้ยว่าในสัญญาระบุไว้อย่างไรบ้าง ให้ขายขาดเพลงไปเลยหรือยังไง
     อาม : อ๋ออันนี้คือสัญญาขายเพลงใช้มั้ยคะ ในสัญญาขายเพลงหนูไม่ได้อ่านค่ะ เพราะเขาบอกว่า  กลัวคนมาแอบอ้างลิขสิทธิ์ กลัวคนมาแอบอ้างว่าจะเอาเพลงไปเป็นของเขา เซ็นไว้ให้ค่ายดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ ถ้าหนูหมดสัญญากับค่ายลิขสิทธิ์เพลงก็จะหมดไปด้วย

     วันที่เซ็นสัญญาไม่ได้อ่านสัญญาเลยหรอก่อนที่จะเซ็น
    อาม : อ่านค่ะ แต่ไม่เข้าใจ มันก็อ่านไม่เข้าใจค่ะ เอาตามตรงเลยหนูไม่เข้าใจเลย

     สัญญามีคำว่าโอนสิทธิ์ไม่เข้าใจคำว่าโอนสิทธิ์ใช่มั้ย
     อาม : อันนี้หนูก็อ่านอยู่ แต่ว่ามันไม่เข้าใจ ทั้งตัวของอาจารย์เองก็บอกหนูว่า เซ็นกันไว้ไม่ให้คนอื่นมาแอบอ้าง

     ตอนนั้นมีใครช่วยดูเรื่องของสัญญาบ้าง
     อาม : มีพ่อกับแม่

     คุณแม่ได้อ่านสัญญาก่อนเซ็นมั้ย เข้าใจมั้ยว่าก่อนเซ็นมันจะมีผลย้อนกลับมาสู่เราอย่างไรบ้าง
     แม่แต๋ว : คุณแม่ก็ไม่ได้อ่าน เพราะอาจารย์บอกว่าไม่ต้องอ่านหรอก เพราะผมคงไม่มาฟ้องอะไรคุณแม่หรอกค่ะ ก็ไม่อ่านจริงๆ ค่ะ แต่ก็อยากอ่านจับมาว่าจะอ่านแบบนี้ แต่อาจารย์ไม่ต้องอ่านหรอกไม่มาเอาอะไรกับคุณแม่หรอก

     แต่ก็ยินยอมเซ็น
     อาม : ก็เซ็นค่ะ เพราะว่าเขาบอกว่าเพลงนี้ต้องให้ผมดูแล เพลงนี้ต้องให้ผมดูแลนะครับแม่ กลัวคนจะมาแอบอ้างเอาไป

     ตอนนั้นมีความไว้ใจนายห้าง
    อาม : ก็ไว้ใจ ทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์เลยไว้ใจ ไม่ได้อ่านจริงๆ 

     ก็คือเซ็นแบบว่าถ้าเกิดหมดสัญญากับไหทองคำฯ แล้ว เพลงนี้ก็จะหมดสิทธิ์เป็นของอามเหมือนเดิม
      อาม : ใช่ค่ะเขาบอกกับอามแบบนี้

     เซ็นกี่ปีค่ะ
     อาม : 5 ปี หนูเซ็นสัญญา 5 ปี หลังจากที่หมดสัญญาตัวหนูกับทางอาจารย์ เพลงก็หมดสัญญาไปด้วย 

     เพลงก็คือจะเป็นของอามเหสือนเดิมใช่มั้ย
     อาม : ใช่ค่ะ

     ตอนนี้เหลือกี่ปีแล้ว
    อาม : ตอนนี้เหลือ 3 ปีค่ะ

     เราออกมาแบบนี้ไม่กลัวเขาจะฟ้องหรอ
     อาม : ถามว่ากลัวมั้ย ก็กลัวแต่ว่ามันอยู่ไม่ได้แล้วค่ะ มันหลายอย่างค่ะ

     นอกจากผลประโยชน์ยังมีส่วนอื่นที่ทำให้คับข้องใจทำให้ออกมาจากค่าย 
     อาม : ก็คับข้องใจอยู่นะคะ 

     มีเรื่องอะไรบ้าง
     อาม : ก็มีเรื่องที่เขาดูแล และก็มีเคยไล่ออกด้วย 4 รอบ ตอนนั้นเหมือนอารมณ์เขาไม่ค่อยดี เขาไล่หนูออก หนูก็ร้องไห้ แล้วก็แม่ก็บอกให้หนูทน

     ลำไยทราบเรื่องมั้ยเวลาเกิดเรื่องราวต่างๆ 
     อาม : น่าจะทราบเป็นบางเรื่อง อันนี้ก็คือแยก พี่ลำไยก็ทัวร์คอนเสิร์ต หนูก็ทัวร์คอนเสิร์ต 

     คือต่างคนต่างอยู่
    อาม : ใช่ค่ะ

     ทางอาจารย์บอกว่า เราเองก็น้อยใจที่ไม่มีทุกอย่างเหมือนอย่างลำไยเรื่องของรถและบ้าน
     อาม : หนูไม่ได้น้อยใจที่หนูไม่มีเหมือนพี่ลำไย ก็แค่น้อยใจในส่วนที่หนูไม่ได้ในส่วนของหนู 

     ทางลำไยบอกเคยซื้อทองซื้อโทรศัพท์ให้
     อาม : พี่ลำไยเคยซื้อทองให้หนูตอนที่เอาเพลงให้ร้องช่วงแรกตอนนั้น 1 สลึง เอ้ยไม่ใช่ 1 สลึง ครึ่งสลึง (หัวเราะ) แล้วก็อีกรอบนึงตอนงานวันเกิดหนูเดือนสิงหาคมปีที่แล้วก็ให้ 1 บาท ตอนปีใหม่ก็ให้ 1 บาท อันนี้คือพี่ลำไยให้ทอง

     ตั้งแต่เกิดเรื่องมามีการพูดคุยกับลำไยบ้างหรือยัง
      อาม : มีค่ะ

     พูดคุยกันยังไงบ้าง
      อาม : บอกว่าจะไม่อยู่แล้วนะ 

     พี่เขาว่ายังไงบ้าง มีปลอบใจมั้ยหรือว่ายังไง
    อาม : เขาร้องไห้

     แสดงว่าความสัมพันธ์กับลำไยยังดีกันอยู่ คือกับลำไยไม่มีปัญหาอะไร
     อาม : ใช่ค่ะ

     เรื่องไปทำจมูกเป็นสาเหตุให้อาจารย์ไม่พอใจด้วย  เพราะเรารับงานไม่ได้ แต่จริงๆ แล้ว คือเรารู้อยู่แล้วว่าต้องไปทำงาน แต่เราต้องไปทำจมูกในช่วงนั้น
    อาม : อันนั้นคือหลังจากที่หนูมั่นใจว่าหนูคงจะไม่มีงานยาว เพราะว่าเขาจะยกเลิกทั้งหมด และทางเจ้าภาพโทรมาสอบถามว่าหนูติดอะไรหรอ หนูก็บอกว่าไม่ได้ติด แต่ว่ามีงานอะไรอาจารย์ก็ไม่ได้แจ้งมาอยู่แล้ว เพราะว่าบอกเป็นคิววันต่อวัน 

     ไม่มีแพลนไว้ใช่มั้ยว่าเดือนนี้จะต้องไปไหนอย่างไรเป็นตาราง
     อาม : ไม่เคยมีเลยค่ะ เพราะว่าก็รู้เป็นคิวๆ

     แต่อาจารย์แจ้งมาว่าหนูต้องไปทำช่วงหน้าฝน ช่วงนั้นจะไม่มีคิวงาน แต่ก็แอบไปทำก่อน
     อาม : อันนี้คือไม่ได้แจ้งนะคะ ไม่ได้แจ้ง อาจารย์เคยแจ้งตอนที่กำลังแสดง ตอนผู้สาวขาเลาะกำลังถ่ายทำ ถ้าหนังเสร็จก็จะให้เสริมจมูก อาจารย์จะเป็นคนหาสปอนเซอร์มาให้

     ตอนที่ไปทำได้แจ้งอาจารย์มั้ย
     อาม : แจ้งค่ะ หนูไม่ได้แจ้งอาจารย์ แต่หนูแจ้งพี่ตุ๊ด (ตุ๊ด นาฬิกา) หนูบอกนานแล้วนะคะ กาอนที่หนูจะรู้ว่ามีคิวงาน หนูขอล็อคคิวนี้ไว้ พี่ตุ๊ดก็รับรู้ และพอวันที่ 6 ประมาณช่วง 6 โมงเย็น เจ้าภาพก็โทรมาทำไมไม่มางาน หนูก็บอกอ้าวหนูมีงานด้วยหรอ 

     ตามตารางงานคอนเฟิร์มวันต่อวันหรือต่อวีคอย่างไร
     อาม : ก่อนหน้านี้ก็มีตารางงาน แต่ว่าช่วงก่อนจะเสริมจมูกก็มีปัญหากันแล้วค่ะ

     มีปัญหากันมานานขนาดไหน
    อาม : ประมาณ 1 เดือนได้

     1 เดือนก่อนออกมาโพสต์
     อาม : นับจากวันนี้ค่ะ

     คือนับย้อนกลับไป
     อาม : ก่อนที่หนูจะไม่มีเสียงน่ะค่ะ เสียงหนูหายไปเลย

     อาจารย์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ที่อามออกเพราะว่าอยากดังในส่วนนี้คิดยังไง
    อาม : ถามว่าอยากดังมั้ย หนูไม่อยากให้ใครรู้ด้วยซ้ำว่าปัญหาข้างในเป็นยังไง เพราะว่าหนูเก้บข้างในมานานพอสมควร คือหนูก็ไม่ได้อยากให้ใครมารู้ความลับอะไรข้างใน ไม่อยากสาวไส้ให้กากิน ตัวเราเองก็ไม่อยากให้ใครมารู้ว่า อ้าวเราเป็นอยู่ยังไงไม่โอเคหรอ

     แล้ววันนี้ที่ตัดสินใจออกมาแถลงข่าวคิดอย่างไร เหมือนเปิดโปงรายละเอียดเลย
     เหมียว : ทางพี่ๆ เป็นคนคิดไม่ได้ว่าน้องอยากจะมา เดี๋ยวต้องแก้วห้นิดนึงเดี๋ยวจะว่าเป็นความคิดของน้อง 
     อาม : คือที่เขากล่าวหาที่หนูไปตั้งค่ายเอง ทำเอง อันนี้ก็คือไม่ใช่นะ หนูน่ะเปิดช่องยูทูบเป็นแชนแนลก็เอาคลิปวีดิโอที่คัฟเวอร์ที่ถ่ายเล่น หรือว่าแสดงสดลงเฉยๆ เป็นคลิปที่ถ่ายจากมือถือ ถ่ายเล่นๆ แล้วก็เอาลง เพื่อว่าแฟนคลับจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของเราตลอดเวลา

     ในช่องยูทูบของเรามีผลต่อการตลาดมั้ย มีรายได้เข้ามาในช่องมั้ย
    อาม : ไม่มีค่ะ ไม่มี

     เป็นช่องธรรมดาที่ไม่ได้คอนเทคกับยูทูบ
    อาม : อันนี้คือเราไม่ได้สร้างรายได้จากยูทูบ สร้างเป็นแชนแนลขึ้นมามแล้วก็เอาแค่คลิปลงเฉยๆ หนูก็รู้อยู่ว่าอะไรยังไง ไม่สร้างรายได้ตัดหน้า มันได้เงินจริงๆ นะคะยูทูบ

      อยากให้สรุปปัญหาที่ตัดสินใจออกมาจริงๆ 
     อาม : คือปัญหาหลักๆ ใหญ่ๆ คือเรื่อง 70 / 30 

     สิทธิ์เพลงเป็นของเราหรือของเขา
     อาม : น่าจะเป็นของเขา 
    เหมียว : จริงๆ เรื่องสิทธิ์เนี่ยเดี๋ยวให้ทางฝ่ายกฏหมาย พอดีพวกพี่ๆ เนี่ย เข้ามาช่วยน้อง จริงๆ เราเห็นเหตุการณ์แบบนี้ เราเป็นผู้เสียหายกับประจักษ์ชัยไง ก็เลยติดต่อไปทางน้อง จริงๆ ไม่ได้รู้จักกันนะ เพียงแต่ติดต่อไปทางน้อง รู้ว่าเขาเคยอยู่ไหทองคำฯ ก็เลยบอกว่าเห้ยพี่ช่วยออกมาเป็นเกราะกำบังให้ จริงๆ เรื่องที่เราจะพูดหลายๆ อย่าง เราต้องดูด้วย เพราะน้องเขายังเป็นเยาวชน เยาวชนเนี่ยก็มีศาลที่ปกป้องคุ้มครองเขาอยู่ ซึ่งผู้ใหญ่บางคนอาจจะรู้ก็ได้ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ แต่เราเนี่ยจะเอาทั้งหมดทั้งมวล เข้าสู่กระบวนการ ทุกคนมาตัดสินไม่ได้ว่าน้องพูดไปผิด หรือแม้กระทั่งถ้าน้องพูดผิดต้องมีคนเป็นผู้ใหญ่ตักเตือนเขา ไม่ใช่ออกมาซ้ำเติมเขา แต่ตรงนี้กระบวนการทั้งหมด ออกมาซ้ำเติมเขาหมดเลย

     ในส่วนที่บอกว่ายื่นมือเข้ามาช่วยไม่ทราบว่ามาจากส่วนไหนอย่างอย่างไร
    เหมียว : อ๋อ คือจริงๆ พี่เป็นเจ้าของ ไม่ใช่เป็นเจ้าของสิ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมกันทำบริษัท พีทีเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งต้องย้อนไปปี 2559 มันเกี่ยวเนื่องกับประจักษ์ชัยทำสัญญาบริษัท เปิดบริษัทกับพี่ มันก็ต้องอิงถึงเรื่องของลำไยด้วย เพราะฉนั้นไอ้ตรงนี้พี่ก็เป็นผู้เสียหาย ที่พี่จะออกมาตรงนี้ คือเราเปิดบริษัทร่วมกันปั้นลำไยด้วยกัน เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าทุกคนทราบสมัยก่อนเคยออกข่าวไทยรัฐ  จริงๆ มันต้องพูดด้วยเอกสาร ของพี่เรื่องมันยาว มันเยอะมาก

     โดยสรุป
      เหมียว : สรุปคือเราปั้นลำไยด้วยกัน แล้วเขาก็เอาลำไยออกไปปั้นเอง ซึ่งพี่มีหลักฐานทั้งหมดทุกอย่าง คือมันอย่างนี้เรามีหนังสือจดบริษัทด้วยกัน มีชื่อประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ เป็นหนึ่งในกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท พีที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โดยครั้งแรกประจักษ์ชัยมาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพาลำไยกับประจักษ์ชัยเข้ามา เพื่อเปิดค่ายเพลงกัน เราเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด มันก็จะมีเนื้อหาตามข่าวที่เราเคยให้ไปแล้วครั้งหนึ่งตามสื่อ คือทั้งหมดนี้คือตอนที่เขาเข้ามาใหม่ (โชว์ภาพที่ถ่ายร่วมกับลำไย และประจักษ์ชัยในอดีต) เมื่อก่อนเรารู้จักเขาในนามเท่ง เปิดเปิง ก๊อปปี้โชว์  ทั้งหมดนี้เราไม่เคยให้สื่อทราบเลยว่าเราเคยดูแลลำไยมาก่อน ลำไยเคยมราที่นี่ และทุกอย่างเรามีหลักฐานเยอะ เพียงแต่ถ้าสื่อต้องการเดี๋ยวจะมอบให้ทั้งหมด มันมีแม้กระทั่งคำพูดเพื่อหลอกให้เราตายใจ ในการที่จะให้เราช่วยกันปั้นลำไย แล้วสุดท้ายคำพูดเขาบอกว่า พี่ผมให้ลำไยไม่ได้นะ เพราะลำไยเป็นชีวิตผม เราก็เลยงง อ้าวแล้วที่ให้เราปั้นเขามา ที่เราทำด้วยกันมาเสียค่าใช้จ่ายมาเนี่ย คุณชดใช้อะไรเราได้บ้างคุณก็ไม่ได้ชดใช้เลย

     ตั้งแต่ลำไยยังไม่ดังหรือว่าดังแล้ว
     เหมียว : ยังค่ะ ที่ลงลำไยเนี่ยครั้งแรกเนี่ยตอนที่เราพาเขาทำจมูก(โชว์ภาพถ่ายลำไยมีผ้าก๊อซที่จมูก) จำได้มั้ยทุกสื่อจำได้กันหรือเปล่าภาพนี้ อันนี้คือพี่ทำจมูกให้เขา

     นี่คือพี่จะออกมาเรียกร้องกับคุณประจักษ์ชัยอย่างไร
     เหมียว : คือจริงๆ พี่ไม่เคยเรียกร้องอะไรมาก่อนเลยนะ เพราะนี่มันตั้งแต่ปี 59 จนเมื่อประมาณปีที่แล้ว ปี 2560 มีเหตุเรื่องอาจารย์ชาย (ชาย เสลภูมิ) เกี่ยวกับเรื่องพ่อบุญธรรม เราก็เลยออก  อยากจะมาช่วยอาจารย์ชาย เพราะเขาก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลลำไยมาก่อน  เนื้อเรื่องมันผูกพันกันทั้งหมด เราก็เลยออกมาให้ข่าวว่า เราเคยเป็นผู้ดูแลลำไยมาก่อน ตอนนั้นกระแสสังคมโจมตีเราเละเทะ คือเขาด่าเราเอาง่ายๆ ด่าแบบโอ้โห ถ้าเป็นพ่อแม่เราฟังไม่ได้

     ค่าใช้จ่ายในการทำจมูกกี่หมื่น
     เหมียว : หมื่นห้า จะมีหนึ่งค่าทำจมูก เสื้อผ้าหน้าผม พาเขาไปออกรายการ เยอะค่ะ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโน่นไปนี่ ออกรายการทั้งหมด  เขาดังช่วงเดือนมีนาคม นี่คือเขาอยู่กับเรานะคะ ไม่ใช่เขาไปดังจากประจักษ์ชัยปั้นเขาทั้งหมด ไม่ใช่เลย 

     เขามีการเซ็นให้น้องอยู่ในสังกัดมั้ย
     เหมียว : ไม่ คืออย่างนี้ประจักษ์ชัยเอาลำไยมา บอกว่าพี่เดี๋ยวเรามาปั้นลำไยกัน ที่นี่ช่วงที่เราปั้นกันเนี่ย ทำโน่นทำนี่ให้เนี่ย เราก็ไว้ใจเขา ก็เหมือนอย่างเนี้ย คือทุกอย่างเราเชื่อคำพูดเขาหมดเลย พอสุดท้ายเราบอกว่าเฮ้ยลำไยเริ่มดังแล้วนะ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวผมมาอยู่ในกระบวนการจัดตั้งบริษัท เราก็มั่นใจว่าไม่เป็นไร ในเมื่อเขาเป็นผู้จัดการลำไยอยู่แล้ว ในเมื่อเขาเป็นผู้จัดการมาเปิดบริษัทมีส่วนได้ส่วนเสียกับเราเนี่ย เราก็สามารถเรียกร้องตรงนี้ได้ เพราะว่าเป็นรูปบริษัท มีชื่อเขาอยู่ด้วย แต่ว่าคนนี้ไม่ธรรมดา พอสุดท้ายเริ่มมีงาน คิวงานยาวเหยียดเลย เขาก็บอกว่าพี่ผมไม่ว่าเข้าไปโน่นนี่นั่นนะ ผมต้องไปทำงาน ซึ่งตรงนั้นมีรายได้แล้ว ไม่ต้องใช้เงินเราแล้ว ไปออกคอนเสิร์ตโดยเอารถตู้ที่เราออกให้เขาไปวิ่งงาน รถตู้เราด้วยนะ ไม่เคยจ่ายค่างวดรถ เราไม่เคยได้ตังค์จากเขาเลยซักบาทเดียว สุดท้ายค่าโทรศัพท์ด้วย ใบแจ้งหนี้โทรศัพท์ยังอยู่ที่นี่อยู่เลยประจักษ์ชัย เยอะอะเราก็แบบว่าเฮ้ยถ้าเราไม่ออกมาสังคมจะรู้มั้ยว่าเขาเป็นคนแบบนี้ ถามว่าเมื่อก่อนเราเคยเรียกร้องจะฟ้องเขามั้ย ไม่เคยนะคะ

     มาครั้งนี้ล่ะ
     เหมียว : ก็ไม่แน่นะคะ

     ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งมวลประมาณเท่าไหร่
     เหมียว : หนึ่งแสนสามหมื่นบาท 

     ถ้าเกิดอะไรขึ้นถึงจะฟ้อง
     เหมียว : คืออย่างนี้ เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะฟ้องเขาหรอก แต่วันนี้ไม่แน่ใจ คือสถานะเขาเปลี่ยนไป เมื่อก่อนเราให้โอกาสเขา วันหนึ่งเขาอาจะนึกถึงเราก็ได้ โดยที่เดินเข้ามาหาเรามั้ยซักครั้งหนึ่ง มาเยี่ยมเยียนก็ได้ ไม่ต้องเอาเงินเอาทองมาให้เราก็ได้ คือคำพูดเขา เขาพูดมาเลยว่า ที่เขาไม่ทำร่วมกับเราเนี่ย เพราะว่าเราจะเซ็นสัญญากับลำไย 8 ปี คือพูดเอง เราไม่ได้พูด สองเงินหนึ่งแสนสามหมื่นบาทเนี่ยคู่กรณีดูแลช่วยเหลือด้วยความเสน่หา คือเหมียวกลายเป็นคู่กรณีเขาแล้วนะ จากที่เราช่วยเหลือเขา เขาบอกว่าเราเป็นคู่กรณีเขาดูแลด้วยความเสน่หา พ่อยังไม่เคยดูแลขนาดนี้เลย แล้วคุณเป็นใคร

     ก่อนที่จะมาร่วมงานกันไปรู้จักกันอย่างไร
     เหมียว : จริงๆ ไม่ได้รู้จักกันนะ เพราะว่าวงการพวกนี้ไม่ค่อยได้ทำ เพราะว่าพี่ทำพวกธุรกิจ แต่ว่ามีผู้การท่านหนึ่งเขาพาลูกสาวฝ้าย พรชนก คู่กับลำไยนี่แหล่ะเข้ามา แล้วบอกว่าประจักษ์เขาลำบากนะช่วงนี้ แต่เหมือนเขาจะมีไอเดีย เก่ง มาเปิดบริษัทด้วยกันมั้ย ทำค่ายกันเพื่อปั้นลำไย กับน้องฝ้าย พรชนก  ประเด็นคือน้องฝ้ายเหมือนเป็นลูกหลานเราอยู่แล้วไม่ได้ไปไหน แต่ว่าลำไยพอเราเริ่มปั้นเสร็จก็ดังเร็ว เรียกว่าตกใจดัง 

     ตอนนั้นลำไยดังจากเพลงอะไร
     เหมียว : ลำไยไม่ได้ดังจากเพลง ลำไยดังจากสื่อภาพช็อตหนึ่ง (โชว์ภาพชวนหวิวลำไยแสดงคอนเสิร์ตบนเวที)

     ปีไหนจำได้มั้ย
     เหมียว : ปี 2016 หรือปี 59 เขาเข้ามาที่นี่เดือนกุมภาพันธ์ 59 พอเข้ามาปุ๊บเราก็เริ่มเลย เริ่มแรกเลยคือทำจมูกก่อน พอทำจมูกก็เริ่มมีรายการติดต่อเข้ามาเพราะเขาพยายามตามหาน้องในโลกโซเชียล แต่เขาติดต่อผ่านทางประจักษ์ชัย ประจักษ์ชัยไม่เคยให้เราติดต่อเอง

     ภาพนี้มาจากไหน
     เหมียว : อันนี้คือเราก็ไปก๊อปมาจากเฟซบุ๊ก เป็นนักข่าวที่ติดตามเวทีคอนเสิร์ต ถ่ายแล้วก็ไปโพสต์เฟซฯ แล้วเริ่มมีกระแสมา น้องเขามีกระแสวาบหวิวอยู่แล้วเนอะ
     ชาย เสลภูมิ : กระแสที่ไม่ดี ดังในทางลบ

     จุดนี้ออกมาเพื่อป้องกันน้องอามหรือว่าอย่างไร
     ชาย เสลภูมิ : ใช่ เด็กโดนรังแก
     เหมียว : อันนี้คือเหมือนเด็กโดนรังแก

     จะดูแลเรื่องกฏหมายให้อามหรือไม่ หรือว่าทำอย่างไรต่อ สรุปวันนี้ที่ออกมาต้องการอะไร
     เหมียว : จริงๆ เรื่องน้อง พอดีน้องเขาพูดเรื่องที่เขารู้สึกคับข้องใจให้ แต่เรื่องในกระบวนการกฏหมายเนี่ย เดี๋ยวเราจะไปช่วยเขาโดยให้คนมาดูเรื่องเอกสารหนังสือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือหนังสือสัญญา เพราะบางอย่างเราให้น้องพูดบอกสื่อไม่ได้ เพราะว่าเราพูดบอกไปเนี่ยถ้ามันไม่ถูกต้องขึ้นมา มันสะท้อนกลับตัวน้องเขา เพราะฉนั้นต้องให้คนที่เขารู้เรื่องกฏหมายซึ่งพวกเราไม่มีใครรู้เรื่องกฏหมาย

     ระหว่างนั้นทีมงานได้กล่าวขึ้นมาว่า ที่มีข่าวออกมาว่า น้องอามได้พยายามเข้าไปขโมยสัญญาในบริษัท นำเข้าสู้การชี้แจงเรื่องนี้ 
     อาม : คือแม่บ้านเป็นคนทักเฟซฯ หนูมาแล้วก็ส่งใบสัญญามาให้ บอกว่าจะเอามาให้หนูแล้วก็บอกว่าอยากมาอยู่กับหนู หนูก็อยากได้อยู่แล้ว เอาตามความจริงเลย หนูก็อยากได้สัญญาอยู่แล้ว หนูก็โอเคตกลง แล้วจะให้หนูทำยังไง ก็คือแม่บ้านน้องคนนี้อายุ 16-17 ปี ก็คือยังเป็นเด็กเหมือนกันกับหนู เด็กกว่าหนูอีก อยากให้หนูเข้าไปเอาในบริษัท เอาตามความจริงเลยเขาเอามาเสนอให้หนูก็อยากได้ แล้วทีนี้เหมือนจะให้หนูเข้าไปในค่าย มันรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้
     เหมียว : เหมือนหลอกล่อให้น้องเข้าไปแต่น้องไม่ได้เข้าไป
     อาม : หนูก็ยังเอะใจอยู่ว่ามันทำไมง่ายจัง ทีนี้น้องก็บอกว่าเป็นพรุ่งนี้ เพราะพี่แอน (แอนนา โยษิตา เนาวรัตน์ ผู้บริหารค่ายไหทองคำฯ) มาแล้ว ทีนี้น้องก็ถ่ายรูปเหมือนจะเป็นใบลิขสิทธิ์เพลงมาให้หนู หนูก็บอกว่ามีกี่เพลง เอามาหมดเลย หนูอยากได้ พูดความจริงเลยหนูก็อยากได้เหมือนกัน ทีนี้น้องก็บอกให้หนูเป็นคนเข้าไปเอาเองได้มั้ยจะบอกว่าอยู่ที่ไหน คือจะให้พ่อรินทร์ที่เป็นคนขับรถหนูเข้าไปเอา ก็มาคุยกันว่ามันยังไงตกลงอะไรยังไง เหมือนเป็นแผน สรุปว่าน้องก็ยังทักมาอีก ให้หนูไปเอา หนูก็ไม่ได้ตอบอะไรไปอีก 

     หลังจากได้รับการติดต่อมามีปรึกษาใครมั้ย
     อาม :  ก็ไม่ได้ปรึกษาใคร ปรึกษากันเอง ปรึกษาแม่ ปรึกษาพ่อรินทร์
     พ่อรินทร์ :  มันกลลวงครับ เพราะว่าเขามีคลิปมาให้อยู่ คือมันจะมีนายห้างแหล่ะเป็นคนสอนน้องแม่บ้านวางแผนแบบนี้ หลอกลวงน้องอามเข้าไปเอาแล้วเขาก็จะมีหลักฐานตรงนั้นเลย แต่ผมรู้ทันว่าเขามีคนเสี้ยมสอนอยู่ข้างหลัง ผมเลยบอกว่าไม่ต้องไป
     อาม: ถ้าไปเอาตอนนั้นหนูก็ผิดตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าไม่ไปเอาก็กลายเป็นว่าผิดอีก

     มีเพลงกี่เพลงที่เซ็นสัญญากับเขา 
     อาม : 3 เพลงค่ะ มีเพลงอดีตเคยพัง ผู้สาวขาเลาะ และภาพเก่า

     เห็นบอกมีการฟอร์มทีม และแยกทีมออกมา มีแต่งเพลงให้น้องคนอื่น
     อาม : แยกทีมอันนี้ไม่ได้แยกนะคะ เพราะว่าเป็นพี่หนู ที่แต่วงเพลงให้  เป็นพี่ที่เล่นกีต้าร์มากับหนู ตั้งแต่ที่หนูแต่งเพลงให้ หนูเสียดายโอกาสน่าจะมีกระแสมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มแรก เลยเอ๊ะถ้าพี่มีบุญ เพราะพี่ร้องเพลงไม่ได้ พี่ร้องเพลงไม่เพราะ และไม่เคยร้อง ก็เลยแต่เล่นๆ ขึ้นมาชื่อเพลงว่าเอานำอ้ายบ่ เป็นเพลงแต่งเล่นๆ ค่ะ ให้พี่เขาบังเอิญมีกระแสระดับหนึ่ง

     ทางฝั่งเราไม่มีสัญญาเก็บไว้หรอ
     อาม : มีค่ะ

     คลิปที่ได้มาจากไหน
     พ่อรินทร์ : นายห้างไหทองคำส่งมาให้ คุณแอนนา คุณแอนนาคือนายห้าง เมียประจักษ์ชัย ส่งมาให้ เขาบอกว่านี่คือหลักฐานที่จะ เขาส่งมาตรา 334 มาเลย บอกว่าการลักทรัพย์ของบริษัทจะโดนมาตรา 334 

     ทำไมถึงเชื่อใจแม่บ้านไม่สอบถามไปทางเจ้าของค่าย
     อาม : ทำไมถึงเชื่อ มันเป็นอะไรอะ  คือน้องเขาบอกว่าอยากออกเหมือนกัน น้องไม่อยากอยู่เหมือนกัน น้องอยากอยู่กับหนู  ทีนี้น้องเขาบอกว่าถ้าเอาสัญญามาแล้วหนูไปกับพี่เลยได้มั้ย หนูก็บอกว่าได้ น้องก็ให้ไปรับที่บริษัท แต่ตอนนั้นมันเป็นช่วงที่มันไม่ค่อยว่าง เพราะว่าหนูออกจากบริษัทไปแล้ว 

     ตอนนั้นคิดมั้ยว่าถ้าทำสำเร็จเท่ากับคดีลักทรัพย์
     อาม : ตอนนั้นไม่ได้คิด

     อามทราบมั้ยว่าสัญญาแม้เอามาคืนแล้วก็ไม่มีผลทางกฏมาย เขาไปแจ้งความว่าของเขาหายกลายเป็นลักืรัพย์ทันที
     เหมียว : อันนั้นเป็นเหตุการณ์ข้างหน้า เป็นเรื่องอนาคต น้องไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น

     หลังจากออกมาแล้วการรับงานรับงานอย่างไร รับงานแล้วผิดสัญญามั้ย
     อาม : ยังไม่ได้รับ

     ยอมที่จะไม่มีงาน 
     พ่อรินทร์ : ตอนที่เขาจะไล่น้องอามเขาพูดเลยนะว่า ให้น้องอามกลับบ้าน หรือให้ออกไปเลย รับงานเอง ไปหารถใช้เอง  70 คิวยกเลิกหมดที่เขารับไว้ เขาพูดเอง แล้วมันมีไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ยกเลิกแต่ไม่บอกผมต้องโทรหาเจ้าของงาน เขาบอกว่าไม่ต้องมา คุณแอนนาโทรมาแล้วว่าให้เอาศิลปินคนอื่นขึ้น

     หลังจากนี้ทำอย่างไรต่อไป
     อาม : ก็จะรอให้ผู้ใหญ่คุยกัน

     ต้องเข้าไปติดต่อกับคุณประจักษ์เองมั้ยเพราะคุณประจักษ์ก็ไม่เข้ามาที่นี่
     เหมียว :  เอ่อถามว่าถ้าเราเข้าไปคงไม่ ตอนนี้ให้สื่อประสานดีกว่าว่าเขาจะออกมากแบบไหน นัดเจอที่ไหนก็ได้

     ฝั่งเราจะไม่ติดต่อไปทางนายห้างเลยหรอ
     อาม : หนูขอชี้แจงเรื่องเงินที่นายห้างบอกว่าให้มา  7 แสน คือ ไม่ได้ 7 แสนนะคะ  ที่บอกว่าเป็นวินน้ำใจ ไม่ถึง 7 แสน ถามว่าให้มั้ยให้จริงๆ ค่ะให้ดาวน์รถ
     แม่แต๋ว : ให้ดาวน์รถ 1 แสนบาทให้จริง แล้วก็ให้ทำรั้วบ้าน 5 หมื่นบาทให้จริงๆ แล้วก็ช่วยทำบ้าน ต่อเติมบ้าน 8 หมื่นบาท ไม่ถึง 7 แสน 
     อาม :  แล้วก็ซื้อโทรศัพท์ให้หนูสองเครื่องแต่อันนี้คือเขาพาไปซื้อเอง หนูไม่ได้ขอ บอกว่าจะพาไปซื้อนะ ก็พาไปซื้อเลย หนูก็รับไว้เพราะนายห้างบอกว่า เป็นของขวัญปีใหม่ 

     แล้วเงินที่ให้มาเขาบอกมั้ยให้มาเพราะอะไร
     อาม :  ก็เหมือนไปดาวน์รถก็เอาให้แล้ว 1 แสน  ทำรั้ง 5 หมื่น แล้วก็ต่อเติมบ้าน 8 หมื่น
     เหมียว : เขาพูดว่าให้โดยเสน่หา

     เอาอย่างนี้ก่อน 7 แสนที่เขาบอกว่าจะให้ ให้เนื่องจากอะไร
     อาม : 7 แสนหนูไม่ได้ ส่วนเงินที่เขาให้ เขาให้
     แม่แต๋ว : ให้พ่อกับแม่

     ให้เฉยๆ โดยไม่มีข้อตกลงว่าให้ค่าอะไร
     แม่แต๋ว :  ไม่ได้ตกลงอะไร
     อาม : ได้แต่ไม่ถึง 7 แสน 

     หลังจากนี้ทุกอย่างจะดำเนินไปตามกฏหมายมั้ย เพราะว่าสัญญาอยู่กับเขา ไม่ฟ้องร้องมันก็ไม่จบ
     อาม : จะร้องขอ เพราะว่าเคยไปขอแล้วครั้งหนึ่ง แต่เขาบอกว่า 2 ล้านก็ไม่ให้ 

     ที่ว่า 70/30 เงินค่าตัวที่ได้แต่ละครั้ง ได้ยังไงเท่าไหร่
     อาม : ไม่ว่าจะไปเต็มวงหรือรับเชิญ หนู่ก็ได้ 1 หมื่น หรือ 5 พันก็เคยได้ 5 พัน 1 หมื่น 1หมื่น 5 

     ค่าตัวอยู่ที่เท่าไหร่
     พ่อรินทร์ : 3 หมื่น 5 เฉพาะรับเชิญนะ เต็มวงบางทีถ้าไปไกลก็ 6 หมื่น 5  หรือ 5 หมื่น 5  ทุกครั้งได้ 1 หมื่น 5 ครับ 

     ได้มีการทักท้วงไปมั้ย
     อาม : เขาเป็นคนให้เขาน่าจะรู้ดีนะคะ

     นานหรือยังที่ได้เงินแบบนี้มาตลอด
     อาม : เริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

     การขายงานแต่ละงานเรทค่าตัวเท่ากันมั้ย อาจมีงานจ้าง งานการกุศล งานพรรคพวกกัน ทางค่ายมีการแจ้งมั้ย
     พ่อรินทร์ : ไม่รู้ครับไม่รู้

     พอเขาไม่แจ้งค่าตัวที่ได้รับแต่ละครั้ง 5 พัน, 1 หมื่น, 1 หมื่น 5 พัน เขาบอกมั้ยเรทมาจากอะไรมาจากไหนทำไมไม่เสมอตัว
     พ่อรินทร์ : พอเราเล่นเสร็จลงมาเขาก็ให้ค่างาน ห้าพันมั่ง หมื่นมั่ง หมื่นห้ามั่ง เพิ่งได้หมื่นห้ามาไม่กี่เดือนนี่เองครับ 
     อาม : ได้หมื่นห้ามาช่วงมกราฯ กุมภาฯ 

     ก่อนหน้านั้นเราแฮปปี้ที่จะรับมั้ย ทำไมไม่ทักท้วงตอนนั้น
     พ่อรินทร์ : น้องอามเขาก็ไม่ได้ทักท้วงนะ คือเห็นว่าเป็นนายห้าง คือสัญญาใจกันน่ะ น้องอามรับงานตรงนี้น่าจะให้เพิ่มหรือยังไงไม่รู้ ตอนมีข่าวมาเขาเพิ่งเพิ่มให้อีก ห้าพัน เป็นหมื่นห้า

     ตอนแรกทำไมทนได้มาตอนหลังทำไมจึงเป็นปัญหา
     อาม : จริงๆ แล้วมันแตกหักมาก่อนที่จะโพสต์ อันนี้คือโพสต์แตกหักแต่ว่าไม่มีใครรู้ ก่อนที่หนูจะออกมาโพสต์คือทางนายห้าง ผู้ใหญ่มีการโพสต์เหน็บหนู ว่าอดีตเคยพังอนาคตก็จะพัง หรือว่าโพสต์ไม่แฮปปี้กับการทำจมูก น้องออามอะไร ก็อยากโพสต์ชี้แจงว่าทำไมไม่เอาประเด็นที่เป็นความจริงตกลงกันไม่ได้มาพูด เหมือนเงินยูทูบตกลงกับคุณพ่อคุณแม่ว่าจะให้ แต่ก็ไม่ให้บอกว่าไม่มีในสัญญา

     มีโอกาสที่จะจับเข่าคุยกันมั้ยอยากฝากอะไรถึงนายห้างประจักษ์บ้าง
     อาม :  อยากจะขอโอกาสทำงานแบบมาทำเองดีกว่า เพราะว่ามันไม่สบายใจ อยากขอสัญญาคืน

     ได้ยินข่าวว่าน้องมีครอบครัว เลยมีประเด็นทำให้อยากออกจากค่าย
     อาม : ครอบครัวคือพ่อแม่หรือว่า

    แฟน
     อาม :  แฟนหนูไม่มีนะคะ
     เหมียว :  นี่แหล่ะที่เขาเรียกกระแสโซเชียลทำลายน้องเขา บ้างเรื่องก็ไม่กลั่นกรอง
     แม่แต๋ว :  อันนี้ของแก้นะคะ แม่อยู่กับน้องอามตลอดเวลาค่ะ เวลานอนเวลากินแม่ก็อยู่ ไปไหนมาไหนแม่อยู่ด้วยตลอด ยังไม่เคยมีครอบครัวค่ะ

     แล้วมีแฟนมั้ย
     อาม : แฟนไม่มีค่ะ
 
      ระหว่างนี้ เหมียว ได้เสริมขึ้นมาที่ทางประจักษ์ชัยได้เผยภาพลับ ที่สัก และดื่มเหล้า ของน้องไปให้แฟนคลับ อันนี้เรื่องใหญ่มาก เป็นการทำลายน้องอาม ตอนนี้น้องอามกำลังรวบรวมข้อมูล ก่อนที่ผู้สื่อข่าวถามต่อ
 
     ที่มีปัญหาวันนี้เพราะความไว้ใจ
     อาม : ไว้ใจมากๆ 

     ที่ผ่านมาไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายอะไรเลยในการมาทำงาน การมาเซ็นสัญญา
     อาม :  มีรู้บ้างไม่รู้บ้างแต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ คือทุกอย่างต้องอยู่ในขอบเขต

     คุณแม่เคยคิดมั้ยลูกสาวจะมาโดนแบบนี้ หรือคุณแม่ก็ไว้ใจ
     แม่แต๋ว : ชะล่าใจจริงๆ ค่ะ ไม่ได้อ่านไม่ได้อะไรเลยจริง แกก็พูดดีนะตอนที่จะให้เซ็นอะไร พูดอย่างนั้นอย่างนี้ แม่ไม่ต้องคิดว่าผมจะมาฟ้อง เอาสมบัติ แม่ไม่มีปัญญาให้ผมหรอกถ้าผมจะฟ้อง เขาว่าอย่างนี้ 

     สรุปค่าลิขสิทธิ์เพลงเขาให้มา 1 หมื่นบาทแล้วก็จบ
    อาม : ตอนที่เขาให้หนูมาเขาบอกว่าเป็นรางวัลคนเก่ง ไม่ได้บอกว่าซื้อขาดนะ เพราะหนูจะบอกตลอด บอกกับทุกคนว่าหนูไม่ขายเพลง หนูแต่งเพลงไม่เก่ง ไม่ขายเพลงนะ สรุปคือหนูไปเซ็นแล้ว เซ็นไม่ได้อ่าน ไม่เข้าใจอะไรโอนสิทธิ์

     เซ็นสัญญาแล้วได้รับเงินเลยมั้ย
     แม่แต๋ว : ไม่ค่ะ แม่ไม่เห็นตังค์ 

     1 หมื่น 3 เพลง หรือเพลงละหมื่น
     อาม : เพลงละหมื่นก็ถูกแล้ว

     สรุปว่าวันนี้มาแถลงข่าวต้องการอะไร
     เหมียว : ต้องการให้สังคมรู้ไงคะว่า ประจักษ์มีกินมีใช้ร่ำรวยอยู่ทุกวันนี้เขาไม่ได้คิด ไม่ได้ทำด้วยตัวเขาเอง เขาอาศัยความไว้ใจของคนอื่นๆ แล้วก็ชุบมือเปิบ เอาทุกอย่างไปเป็นของตัวเองทั้งหมดเลย แม้กระทั่งตัวน้องลำไยเอง น้องลำไยคงไม่ทราบหรอก แต่ว่าจะมีคนนี้แหล่ะที่พาน้องเขาไป
     ชาย เสลภูมิ : เห็นน้องอ้ายมาจากแดนเซอร์ เอามาเป็นนักร้องลานเบียร์ สรุปง่ายๆ เลยคือ ประจักษ์เนี่ย เอาเด็กคนนี้ไปโดยไม่ได้บอก แล้วแม่เขาก็มาให้เป็นพ่อบุญธรรม บุคคลคนนี้ประจักษ์เนี่ยเป็นคนเจ้าเล่ห์ ลิงหลอกเจ้า ผมมีหลักฐานอะไรหมดทุกอย่าง แต่ผมไม่ยอมที่จะเห็นเด็กโดนทำร้ายแบบนี้

     กล้าแถลงขนาดนี้ไม่กลัวเขาฟ้องหมิ่นประมาทใช่มั้ย
     ชาย เสลภูมิ :  ไม่กลัวเลยครับ

     วันเดียวกัน ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้ริหารค่ายไหทองคำ เรคคอร์ด ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ภายหลังตั้งวงรับประทานอาหารกลางวันกับศิลปินค่ายไหทองคำฯ อย่างเป็นกันเองว่า  รู้สึกงงกับการแถลงข่าว ว่าต้องการอะไรกันแน่ เพราะในการแถลงข่าวมีการพาดพิงถึงที่มาของ "ลำไย ไหทองคำ" เป็นส่วนใหญ่ 

     "ในประเด็นของบริษัทพีทีฯ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อประมาณซัก 3 ปีที่แล้ว รู้จักกับท่านผู้การท่านหนึ่ง เป็นผู้การทหารเรือ แนะนำให้รู้จักกับคุณเหมียว โดยรู้จักกันกับแฟนคุณเหมียวคือคุณตะวัน ก็เลยมีความคิดว่าจะทำค่ายเพลงกัน โดยท่านผู้การเป็นคนชอบฟังเพลง มีลูกสาวเป็นนักร้องด้วย เป็นผู้ประกาศข่าวด้วย เลยแนะนำให้รู้จักกัน ลำไยกำลังมีกระแสจากการเต้นแรง โชว์หนัก  กระแสกำลังมาเลยรู้จากท่านผู้การมีคนรู้จักอยากให้การสนับสนุนทำงานเพลงในเบื้องต้น บริษัทพีทียังไม่เกิด พีนี่คือชื่อผมนะ ประจักษ์ ทีคือ ตะวัน ท่านผู้การเป็นข้าราชการเลยไม่ใช้ชื่อตัวเองจด เพราะต้องจดทั้งหมด 3 คน  ก็เลยให้ลูกสาวเป็นน้องศิลปินคนหนึ่งเข้ามาจดด้วย ผมก็เลยเป็นหุ้น ไม่ใช่ตัวเมน เป็นหุ้นให้เอกสารมันครบ จะทำเพลงด้วยกัน แต่พอเข้าไปดูในองค์กร ที่จะเอาทีมเสริมเข้ามา ก็จะมีนักแต่งเพลงมาจากหลายสายมาก ตอนแรกมีแต่ผู้การกับผมเท่านั้น คุณเหมียวเขาไม่มีพื้นฐานเรื่อวงการทำเพลงครับ เขสาจะเป็นบริษัทยาม รับส่งรปภ. ไปให้โรงงาน หมู่บ้านจัดสรรอะไรก็แล้วแต่ มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างแค่นั้นครับ ไม่มีพื้นฐานการทำเพลง ให้เราทำเพลง เริ่มกันแค่ 3 คน 4 คนกับคุณเหมียว ตอนนั้นเขาก็ไปดาวนน์รถตู้มือสอง มือสาม มือแปด

     มาให้ ก็ไป ซ่อมบ้าง ไปบ้าง ก็เห็นว่าสภาพรถเราไม่แข็งแรงก็เอามาคืนครับ ช่วงที่เราไปเดินสาย เติมน้ำมันผมเติมเอง เรื่องงวดรถไม่มีให้ผ่อนนะครับ เอาไปใช้ก่อน เพราะเขาคิดว่าเขาจะมาดูแลเรา กระบวนการผู้การก็ดูแลเรา ทำจมูกผมทำเองจ่ายเอง จะมีแต่เฉพาะเรื่องชุดที่ผู้การช่วยมาสองหมื่น เงินผู้การนะครับ ไม่ใช่เงินคุณเหมียว อาจจะมีโมเมชั่นขึ้นมา ต้องไปตามดูเส้นทางการเงิน แต่เงินที่เอามาเป็นเงินท่านผู้การที่ให้มา ที่ว่าเรากหอบลำไยหนีออกไปเนี่ยไม่ใช่ประเด็น  เพราะว่าพวกผมตัดสินใจในรอบสุดท้ายว่า ถ้าอยู่ตรงนี้มีครูเพลงอื่นเข้ามา มีคนอื่นเข้ามาวุ่นวายในแนวทางการทำงานของอินดี้ที่เรากำลังจะเป็น คนนี้ก็จะมาควบคุมลำไย อยากมีกระแสกับลำไยเข้ามาทำเสื้อผ้าให้ เอาไปให้ที่ผับแห่งหนึ่งประมาณ 20 ตัวหรือเท่าไหร่นี่แหล่ะ 

     ทุกอย่างให้ด้วยเสน่หาหมอครับ คุณตะวันก็บอกว่าไม่ต้องคิดอะไรนะ เป็นพ่อบุญ เป็นพ่อพระมากครับ ทำให้ไม่คิดอะไร ขอให้พวกแกอยู่ดีมีอนาคต ไปถามคุณตะวัน ทุกวันนี้ผมก็เรียกคุณพี่ตะวันอยู่ แต่คุณเหมียวจะมาเพื่อ ครั้งหนึ่งๆ ไม่เคยมีความรู้เรื่องเพลงเลยครับ ตอนนั้นแค่ถ่ายรูปกับลำไย แล้วก็โพสต์เพื่อนดูว่านี่ลำไยนะ ดังนะ ไม่เคยเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการ หรือว่าแสดงตัวตนทวงสิทธิ์อะไรเลยครับ สุดท้ายพอมีประเด็นเรื่อง สัญญาเก่าของลำไยโผล่ขึ้นมา ผมในฐานะคนปั้นเพลงสร้างนักร้อง ถามว่าลำไยมีสัญญามั้ย ลำไยบอกว่าไม่มีค่ะ หนูไม่ได้ติดสัญญาใคร ก็เซ็นกันมากับผม โดยบริสุทธิ์ใจต่อหน้าพ่อแม่ เหมือนกันครับไม่มีหลอกล่อกันทั้งสิ้น ถ้าเขาแย้งว่ามีสัญญา มันผ่านขั้นตอนตรงนั้นแล้ว ลำไยมันดังแล้ว คนอย่างแสดงสิทธิ์อยากโหนกระแส อยากจะใช้สิทธิ์อย่างพ่อบุญธรรมอย่างเนี้ย เขาเรียกว่าเป็นพ่อ เพราะอายุใกล้เคียงกับพ่อเขา  ไปขึ้นวงอิเลคโทนกับเขา วงประกวดร้องเพลงหามาลัยวันนี้ก็เรียกพ่อ วันนี้ก็มาแสดงสิทธิ์ว่าพ่อบุญธรรมเซ็ตเดียวกันหมด 

     โจทก์เก่าที่แสดงตัวตน ไม่มีโจทก์ใหม่เลยครับ เรื่องเดิมๆ ที่ไปปลุกกระแสข่าวแล้วจุดไม่ติดซักที่ ไม่มีที่ไหนติดจนสื่อมวลชนมืดตึ้บงงเต้ก มาแถลงเรื่องอามแต่พูดถึงลำไยมากกว่าเรื่องอาม มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ น้องก็นั่งไป แล้วเงินที่บอกว่าผมให้ 5 แสน บอกว่าได้รับแค่ 2 แสน 3  ผมให้เงินสดด้วยใจ จะรู้เองให้เงินสดไป โอนอีก 5 หมื่นบอกว่าครบ 1 แสนพอดีนะ  อาจารย์ช่วยได้อีกหนึ่งแสน แบบนี้ครับ ถ้าไม่บอกแบบนี้ก็จะตะแบงไถไปเรื่อยไม่จบไม่สิ้น ผมไม่อยากให้มันยาวไปกว่านี้ เรื่องคดีของลำไยก็เข้ามาเสริมทีนี้ วันนี้เปิดแถลงข่าวอาม แต่เรื่องลำไยมาอื้อ โจทก์หน้าเดิมครับ หน้าที่อยู่ในชั้นศาล ซึ่งลำไยยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยครับ เรียกร้องมา 10 เท่าที่ลงทุนไป แม่ลำไยลงทุนมาตั้งแต่บาทแรก ตั้งแต่ค่าเพลง ค่าเข้าห้องอัด ค่าเพลง 3 พัน 5 พัน ที่ว่าเป็นผู้จัดการก็ยังไม่ได้จ่าย ค่าแท็กซี่ค่ากินก็ไม่เคยจ่ายมีแต่แม่ลำไยจ่าย แม่ลำไยเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นให้ไปหาเท่าแรกมาก่อน แล้วค่อยมาปรับ 10 เท่า สรุปยังไม่ได้ลงทุนซับาท แล้วตอนนี้ไปฟ้องผมเรื่องอยู่ในชั้นศาลเรียก 3 ล้าน"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ