หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 21 เมษายน 2561 เวลา 11:55

สายบันเทิงมาตั้งแต่ใส่คอซอง! "แอม แอวสะออน" แดนเซอร์ นางงาม นักร้อง สวยเก่ง

"แอม แอวสะออน" จัดว่าเป็นนักร้องสาวน้องใหม่สายแซ่บ เพราะโตมาจากการเป็นแดนเซอร์ มีลีลาท่ายาก สร้างสีสันให้กับการแสดงด้านหน้าเวทีศิลปินขวัญใจมหาชนมานับไม่ถ้วน แถมยังมีความสวยระดับนางงามที่ผ่านเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ มาแล้ว สยามดาราพาไปกระทบไหล่สาวสวยมากความสามารถ แถมยังมีมุมมองความคิดดี มีไลฟ์สไตล์น่าสนใจ เป็นสาวสวยรูปร่างอรชรอ่อนแอ่น แต่มีใจเข้มแข็ง ยอมแพ้ไม่เป็น มองเห็นวันข้างหน้า ทุกคราวที่ล้มเก็บเป็นบทเรียน ถ้ารักจะอยู่ต้องลุกขึ้นมาให้ได้ ไม่มีอะไรยากเย็น

     ชีวิตเด็กหญิงแอม?
     "ชีวิตวัยเด็กจริงๆ ต้องบอกว่าเป็นเด็กที่ค่อนข้างห้าว ไม่เหมือนผญ. (ผู้หญิง) สักเท่าไหร่ มีแต่เพื่อนผช. (ผู้ชาย) ซะส่วนมาก เพราะเล่นกับน้องชาย และพี่ๆ ผช.แถวบ้าน ตอนเด็กๆ แอมจะไม่ค่อยพูดกับใครก่อน จนแม่เองคิดว่าแอมเป็นเด็กผิดปกติ(เอ๋อ) แต่เป็นคนที่ชอบแสดงออก ชอบร้องเล่นเต้นรำตั้งแต่เด็กๆ มีครั้งนึงพ่อกับแม่พาไปเที่ยวเขาดิน แล้วอยู่ดีๆ แอมก็เดินหายออกไปจากพ่อแม่เลย แม่เดินตามเสียงที่เขาจัดกิจกรรมมาเรื่อยๆ จนเจออีกทีคือแอมขึ้นไปเล่นเกมส์บนเวทีแล้ว"

     ทำไมเลือกเดินมาสายบันเทิง? 
     "อย่างที่บอว่าแอมเป็นคนชอบแสดงออก ชอบทำกิจกรรมตั้งแต่เด็ก ทุกงานของโรงเรียนที่มีเต้นโชว์ แอมจะต้องร่วมแสดงทุกครั้ง ทีนีมันก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องชุดการแสดงก็ต้องขอพ่อแม่ หลังๆพ่อรู้ว่าถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าชุดก็จะไม่ได้เต้น พ่อเลยไม่ยอมให้เงินค่าชุดอีกเลย เพราะเริ่มขอถี่มาก แต่ก็ไม่วายแอมก็ยังได้เต้นเหมือนเดิม ถึงพ่อจะไม่ให้ค่าชุด เพราะแอมเก็บเงินค่าขนมเองบ้าง คุณครูให้เต้นฟรีบ้าง จนกลายเป็นเด็กกิจกรรมไปเลย ทำกิจกรรมให้โรงเรียนมาโดยตลอด จนกระทั่งมัธยม ได้มีโอกาสไปแข่งขันรายการชิงช้าสวรรค์ ซึ่งมีคุณครูจากข้างนอกมาฝึกซ้อมให้ ครูคงเห็นในความสามารถและความกล้าของแอม เลยแนะนำชวนไปทำงาน ซึ่งคุณครูมีทีมแดนซ์เซอร์อยู่แล้ว แอมก็เลยตัดสินใจที่จะไปทำงานกับครูเขา งานถูก งานฟรี แอมไปหมด ขอให้ได้เต้น ซึ่งศิลปินที่แอมเต้นให้คนแรกเลย คือเต้นประจำให้พี่ยิ่งยง ยอดบัวงาม สมัยนั้นต้องบอกเลยว่า เต้นตั้งแต่คอซองอยู่เลยคะ เลิกเรียนแล้วก็นั่งรถไปรวมกลุ่มกัน ขึ้นรถไปงาน เลิกงานคุณครูก็จะมาส่งหน้าบ้านทุกวัน"

     ทางบ้านว่ายังไงบันเทิงตั้งแต่ใส่คอซอง?
     "ต้องบอกเลยว่าแทบจะไม่สนับสนุนเลยค่ะ เพราะอย่างที่รู้ๆ กันว่าผู้ใหญ่ชอบมองว่างานแบบนี้คือการเต้นกินรำกิน ญาติๆ ก็ต่างพูดแนะนำว่าให้เราตั้งใจเรียนหรือทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย แต่ด้วยความรั้น และดื้อของแอม แอมก็เลือกที่จะทำงานแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ที่เริ่มทำงานช่วงแรกๆ ตอนม.ต้น มาจนจบมัธยม ซึ่งแอมกล้าพูดเลยว่า แอมไม่เคยเกเรหรือทิ้งการเรียนเลย ได้เกรด4หรือไม่ต่ำกว่า 3.8 มาโดยตลอด แต่แอบมีอยู่ปีนึงช่วงที่ติดกิจกรรมมากๆ ไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียน คะแนนเลยตกลงไปเกรด 2 กว่า เลยรู้สึกว่าตัวเองแย่มาก ไม่กล้าให้พ่อให้แม่ดูคะแนนเลย และหลังจากนั้น แอมก็เปลี่ยนตัวเองใหม่ ว่าถ้าจะเอาดีด้านนี้การเรียนก็ต้องไม่ให้ใครว่าได้ และก็พัฒนาตัวเองใหม่จนกลับมาเรียนดีเหมือนเดิม แต่แค่นี้ ก็ยังไม่ทำให้พ่อมั่นใจ หรือยอมรับในตัวแอมอยู่ดี เพราะแอมยังเต้นกินรำกินอยู่  ซึ่งแอมก็พยายามหาก้าวหน้าในอาชีพของตัวเองโดยการที่ แอมจะไม่เอาเรื่องเงินมาบอกพ่อว่าแอมทำงานแบบนี้นะ แล้วได้เงินเท่านี้นะ วันนี้ได้มากกว่านะหรือยังไง แต่แอมเลือกที่จะพัฒนาและใช้ความก้าวหน้าในการงานมาบอกพ่อมากกว่า เช่น วันนี้แอมไปเต้นให้ศิลปินคนนี้นะ วันนี้แอมไปรายการนี้นะ ทำแบบนี้เรื่อยมาจนมาถึงปัจจุบันที่แอมกล้าพูดเลยว่า พ่อแม่ และญาติพี่น้องน่าจะภูมิใจในตัวแอมมากขึ้นแล้ว"

     ชีวิตแดนเซอร์?
     "แอมชอบกิจกรรมตั้งแต่เด็ก รับงานเต้นกับทีมแดนซ์เซอร์ วงดนตรีต่างๆ ครั้งแรก ช่วงประมาณ ม.3 เรื่อยมา จนมีครั้งที่เรียกว่าเป็นใบเบิกทางของแอมเลย ก็คือได้มีโอกาสมาเต้นรายการเวทีไท (ซึ่งตอนนั้นอายุประมาน18-19ปี) รายการเวทีไท เป็นรายการที่นักร้องศิลปินมาเยอะมาก แฟนๆ ลูกทุ่งรู้จักรายการนี้หมดและที่มากกว่านั้นคือ เป็นทีมแดนซ์เซอร์ของครูเทียม ที่ใครๆ ก็อยากทำงานด้วย แอมตื่นเต้นมากและตั้งใจเต็มที่ตั้งแต่ซ้อมเต้น จนขึ้นเวทีเพราะหวังเล็กๆ ว่า ถ้าเราทำได้ดี น่าจะเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มาอีกครั้งต่อไป และก็เป็นจริงๆคะ เพราะหลังจากนั้นแอมก็ได้มาเต้นอยู่กับทีมงานไทแดนซ์ ของครูเทียมมาตลอด และได้เต้นให้กับพี่ศิลปินต่างๆ มากขึ้น จนกระทั่งมีโอกาสได้มาเต้นประจำในรายการชิงร้อยชิงล้านจนถึงปัจจุบัน รวมแล้วประมาณ 6-7 ปีได้ ที่ทำงานในเส้นทางนี้แบบจริงจัง"

     เคยเต้นให้ใครบ้าง? 
     "ศิลปินแกรมมี่โกลด์ เกือบทั้งหมดแหล่ะคะ ที่แอมเคยเต้นมา  ไม่ว่าจะเป็นพี่ต่าย พี่ไผ่ พี่มนต์แคน พี่หญิงลี พี่ดอกอ้อ พี่ศร สินชัย พี่ข้าวทิพย์ พี่ลำยอง...(ไล่ไม่หมดจริงๆค่ะ) ซึ่งพี่ๆแต่ละคนเขาจะน่ารักหมดเลยนะคะ ตอนนั้นถึงแอมเป็นแค่แดนซ์เซอร์ แต่พี่ๆ เขากลับจำเราได้หมด ทักทายเราเสมอ ยิ่งรู้ว่าเราเป็นคนอีสาน ก็จะเว้าลาวใส่โลดจ้า ทำให้ตัวแอมเองรู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสมาทำงานอยู่ในจุดนี้ค่ะ"

     ชีวิตนางงาม?
     "พูดถึงการเป็นนางงาม หรือการประกวด ต้องบอกว่าน่าจะเป็นความฝันของเด็กๆ ผู้หญิงเกือบทุกคน แม้เด็กๆ แอมจะห้าวบ้าง แต่ก็แอบเอาผ้าขนหนูมาทำเป็นชายกระโปรงยาวๆ หรือสไบชุดไทยลากพื้น เดินโบกมือเป็นนางงามนะคะ (อิอิ) พอโตขึ้นมีโอกาสก็อยากจะลองดูสักครั้งค่ะ เริ่มจากตอนนั้นอายุ 18-19 ปี ได้มั้งคะ ลงประกวดมิสคราล่าพลัส โดยมีแม่ของเพื่อนส่งประกวด ตอนนั้นยังเด็กๆ ดูอวบๆ อยู่เลยคะ แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะคิดว่าหาประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ผลที่ออกมาคือแอมได้รางวัลพิเศษ มีสโรแมนซ์ คือรางวัลของคนที่มีรูปร่างดี สมส่วน เราเองก็แอบดีใจเพราะคิดว่าตัวเองไม่สวยสู้คนอื่นมาตลอด แต่พอได้รางวัลเท่านั้นล่ะค่ะ ก็แอบมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอีกนิดนึง (555) เลยลองไปสมัครประกวดอีกครั้ง คราวนี้เลือกเวทีระดับประเทศเลยคะ ก้าวกระโดดมาก (อิอิ) พอตัดสินใจจะไปสมัคร ก็มีบอกแม่ บอกเพื่อนๆ พี่ๆหลายคน  ผลปรากฎว่า เข้ารอบ 100 คนสุดท้าย แต่ไม่ติดรอบเก็บตัว 40 คนสุดท้าย ที่จะได้เก็บตัว ขึ้นเวทีก็แอบผิดหวังหน่อยๆ แต่ไม่ล้มความพยายามที่อยากจะมีสักครั้งที่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศการเป็นนางงาม เก็บตัวกับเพื่อนๆที่สวยๆ จากหลายๆ ที่ 

     ปีต่อมาก็เลยลองสมัครอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่บอกใครเลย บอกแต่แม่เพราะต้องใช้เอกสาร ทะเบียนบ้านไปสมัครด้วย ต้องขอแม่ เลยได้บอก ในการสมัครครั้งนี้ หวังมากว่าต้องได้มีโอกาสเข้ารอบ 40 คนสุดท้ายบ้างละ เพราะถ้าไม่เข้าคราวนี้ ก็จะไม่เอาแล้ว เพราะคงไม่ใช่ทางของเรา แอมเองก็ลงทุนปเข้าคอร์สอบรมพัฒนาบุคลิกภาพให้เหมาะกับการเป็นนางงามเลยนะคะ แล้วถึงวันก็ไปสมัครแบบไม่มีใครรู้ แต่ครั้งนี้ผลเป็นอย่างที่ตั้งใจเลยค่ะ พอเข้ารอบ 100 คนแล้ว ก็ถึงรอบที่ได้แนะนำตัวหรือแสดงความสามารถ ซึ่งพอดีกับตอนนั้นที่เพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทรของพี่หญิงลีกำลังดัง ประกอบกับพี่ชาม ไอยวริญท์ ที่เป็นกรรมการคัดเลือก พอจะรู้ว่าเราเป็นแดนซ์เซอร์เลยให้แสดงความสามารถ เราก็เลยจัดเต็มเลยค่ะ ผลที่ออกมาก็คือผ่านเข้ารอบ 40 คนสุดท้ายตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งแอมเองพอใจมากแล้วกับจุดนี้ เพราะตอนนั้นแอมหวังแค่ว่าอยากได้เรียนรู้ และหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และพอได้รับแล้ว จึงมั่นใจเลยว่า อาจจะไม่ใช่ทางของเราจริงๆ (55) เพราะต้องบอกว่านางงามในช่วงปีที่แอมประกวดนั้น ยังไม่ค่อยอินเตอร์เท่าช่วงยุคนี้ จึงมองแล้วว่าสายเรียบร้อย สายนางงามไม่เหมาะกับตัวเองแน่ๆ เลยเก็บเพียงประสบการณ์ดีๆไว้แค่เท่านั้น และหันมาเดินสายที่ตัวเองรัก และถนัดเหมือนเดิมค่ะ"

     ชีวิตนักร้อง?
     "ต้องบอกเลยว่าตลอดเวลา 6-7 ปีที่แอมเข้ามาเดินบนเส้นทางของการเป็นแดนซ์เซอร์ศิลปินลูกทุ่งนั้น แอมผ่านเอ็มวีต่างๆ มามากมาย หลากหลายศิลปิน แต่ทีมโปรดักชั่นที่ทำงานอยู่ด้วยตลอดนั้น คือทีมโก โปรดักชั่น 1995 (Go Production 1995) โดยพี่โก พี่แหม่ม ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่าเป็นคนที่ผลักดันให้แอมมีบทบาทมากกว่าการเป็นแดนซ์เซอร์ธรรมดา เพราะพี่โก พี่แหม่มจะชอบให้แอมร่วมแสดงบทบาทต่างๆในเอ็มวีบ้าง นอกเหนือจากเต้นเฉยๆ จนทำให้ใครหลายๆคนจดจำแอมได้ จนมาถึงวันนี้ ก็ต้องบอกว่าพี่โก พี่แหม่มอีกเช่นกันค่ะ ที่เป็นผู้เห็นแววความเป็นศิลปินในตัวแอม และให้โอกาสแอม ได้มาเป็นแอม แอวสะออนในวันนี้"

     เพลงของ แอม แอวสะออน?
     "ผลงานเพลงแจ้งเกิด เปิดตัว ที่เรียกได้ว่าแนะนำความเป็น แอม แอวสะออน ให้ทุกคนได้รู้จัก ก็คือเพลงไส้ง่อนคะ ซึ่งเป็นเพลงแนวสนุกสนาน เต้นๆ ตามความถนัด และบุคลิคของแอม นอกจากนี้ยังมีเพลง ขอเป็นอ้าย...ได้หมดถ้าสดชื่น เพลงคือสิฮักเขาแฮง และเพลงแชร์วนๆไปเลยนะคะ ซึ่งทั้ง 3 เพลงนี้ ยังคงเป็นเพลงที่ให้ได้เต้นตามแอมกันเหมือนเดิม และล่าสุดตอนนี้ มีผลงานเพลงคู่กับพี่โอเล่ ธนธรรศให้ได้ติดตามกันด้วยคะ เป็นการนำเพลงดังในอดีตมาทำดนตรีใหม่ ในแบบของแอม และพี่โอเล่ ในผลงานเพลงที่ชื่อว่า เพลงรักเรือล่ม ค่ะ"

     เสียงตอบรับจากแฟนๆ?
     "ต้องบอกว่า แฟนๆ ให้การตอบรับดีเสมอมาเลยคะ อันนี้ต้องขอบคุณมากจริงๆ นะคะบางคนติดตามแอมตั้งแต่ตอนเป็นแดนซ์เซอร์ จนมาวันนี้เป็นศิลปินนักร้องก็ยังได้รับการตอบรับด้วยดีเสมอมา ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ"

     คิดว่ามาถูกทางหรือยัง? 
     "ถามว่าถูกทางมั้ย อันนี้คงยังตอบไม่ได้ เพราะแอมยังคิดว่าเราเองยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จมากนัก ยังต้องพยายามสร้างสรรค์ผลงานออกมาเรื่อยๆ ให้แฟนๆได้เป็นคนตัดสินใจ ถ้าวันนึงที่เอ่ยชื่อแอม แอวสะออนและคนจำนวนเกินครึ่งที่อยู่ตรงนั้นรู้จักเรา คงถือว่าเรานั้นมาถูกทางแล้วจริงๆ"

     ตั้งเป้าไว้ตรงไหน?
     "สำหรับแอม ถ้าถามว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็คงอย่างที่บอกแหล่ค่ะว่า ขอแค่วันนึงชื่อศิลปินแอม แอวสะออน ได้เป็นที่รู้จัก เข้าไปอยู่ในใจแฟนๆสัก40-50%ของแฟนเพลงทั้งหมดก็ดีใจแล้วค่ะ ถ้าวันนึงเพลงของแอมได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน แอมและทีมงานก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วค่ะ"

     แดนซ์เซอร์ นางงาม นักร้อง แตกต่างกันอย่างไร?
     "ต่างมากครั้ง ทั้ง 3 อย่างแม้ว่าจะเป็นวงการที่อาจจะไม่ไกลกันมาก แต่ความต่างในการวางตัว หรือการแสดงออก ต่างกันเลยค่ะสำหรับแอม อย่างตอนเป็นแดนซ์เซอร์เองเราก็จะเต็มที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องห่วงหน้าเวทีเลย ว่าจะยังไง สนุกมั้ย เกิดอะไรขึ้นบ้างรึป่าว เราเต้นของเราอย่างเดียว ต่างกับนักร้อง ที่เมื่อเราขยับมาเป็นคนแถวหน้า เป็นคนจับไมค์ นอกจากร้องเพลงมอบความสุขแล้ว เราต้องใส่ใจแฟนๆ หน้าเวทีด้วยว่ามีปฏิสัมพันธ์กับเราอย่างไร หรือพูดง่ายๆ ว่าจะร้องจะเต้นยังไงให้คนดูที่นั่งเฉยๆ สนุก จนลุกขึ้นเต้นตามบ้าง ถือว่าเป็นงานยากพอสมควร ถ้าเทียบกับแดนซ์เซอร์ ส่วนนางงามหรอคะ ทุกอย่างที่เป็น หรือทำได้ใน 2 บทบาทแรก เราต้องลดลงหมดเลยค่ะ เพาะความเป็นคนบันเทิง เป็นคนชอบสนุก มักจะทำให้พฤติกรรมของเราล้นออกมาเกินงาม จึงถือเป็นงานที่เรียกว่ายากสุดๆ กับการรักษาภาพให้ดูเรียบร้อยสมความเป็นกุลสตรีคะ (อิอิ)"

     ยังมีอาชีพที่อะไรที่ท้าทายอยากทำอีก?
     "ณ ตอนนี้คงเป็นการทำงานในอาชีพครูสอนเต้นคะที่ท้าทายแอม เพราะปัจจุบันแอมเปิดสตูดิโอสอนเต้นของตัวเอง ซึ่งก็จะมีทั้งคุณครูท่านอื่นๆ และตัวแอมเองเป็นผู้สอน จึงท้าทายพอสมควรกับบทบาทนี้ เพราะที่ผ่านมานั้นแอมแต่เต้นเอง หรือสอนคนที่พอเต้นเป็น มีพื้นฐานแล้ว แต่พอเป็นครูเข้าจริงๆ กลับท้าทายตัวเองที่ว่า จะต้องสอนทั้งคนที่มีพื้นฐานบ้างแล้ว และคนที่เต้นไม่เป็นเลย เราจะทำยังไงให้เข้าเต้นออกมาได้ดี และดูสวยงาม ซึ่งอาชีพครูสอนเต้น ก็เป็นอีกอาชีพนึงที่ท้าทายความสามารถตัวเองดีค่ะ"

     ไลฟ์สไตล์ของแอม?
     "ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของแอมก็เรียบๆ ค่ะ ไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่วันทำงาน แอมก้อจะมีสอน ว่างจากงานจากการสอนจริงๆ ก็มีไปซ้อมร้องเพลงอยู่บ่อยๆ แค่นี้ก็ไม่มีเวลาไปทำอะไรแล้วค่ะ (555) แต่ถ้าพอมีเวลา หรือโอกาสเหมาะๆจริงๆ ก็จะชอบไปหาของทานคะ แอมชอบพวกขนม ของหวาน เค้ก ร้านไหนอร่อยๆ ก็จะไปซื้อ ไปสรรหามาทานค่ะ

     การแต่งตัวไม่มีสไตล์เลยค่ะ เพราะงานแอมส่วนใหญ่แล้วแต่งตัว หรือปรับลุคแต่งหน้าแบบนั้นแบบนี้อยู่ตลอดๆ แต่ถ้าสไตล์ที่ใส่อยู่บ่อยๆ ก็คงจะเป็นแนวกางเกงขากระบอก หรือขาม้า กับเสื้อยืด หรือเสื้อชุดเดรส เพราะใส่สบายสุดๆ และง่ายต่อการเปลี่ยนเสื้อผ้าเวลาไปงานค่ะ แอมเป็นคนชอบฟังเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็กเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบ คงเพราะและเนื้อหาดีมั้งคะ ชอบหรืออินขนาดที่ว่า สมัยวัยรุ่นตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเพลง แฟนเก็บ ของพี่ตั๊กแตนเลยคะ เคยมีครั้งนึง อยู่ในลิฟท์ที่โรงเรียน มีสายโทรศัพท์เข้า เพลงดังขึ้นมาที ทุกคนถึงกลับหันมองเลยคร่าา เพราะเพื่อนๆ แอมเองไม่ฟังลูกทุ่งกันเลย ชอบดูหนังประเภทดราม่าคอมเมดี้ เพราะเป็นคนชอบอะไรที่ตลกๆ ขำขัน ไม่ซีเรียส ไม่ว่าจะเป็นหนังไทยหรือเทศ ถ้าเป็นดราม่าคอมมิดี้ ได้หมด ชอบไปเที่ยวทะเลค่ะ เพราะรู้สึกได้ผ่อนคลาย เห็นทะเลและสดชื่น ที่สำคัญมีอาหารทะเลให้ทานด้วยอิอิ พระเอกในดวงใจคือใคร จริงๆ แล้วอาจจะไม่ถึงกับพระเอก แต่ชื่นชอบมากๆ เลยคือพี่บีม กวี ตันจรารักษ์ ชอบมากตั้งแต่เด็กๆ เพราะรู้สึกว่าพี่เขาเป็นคนเก่ง ทั้งเรื่องเรียน เรื่องดนตรี เป็นนักร้อง และยังมีผลงานการแสดงอีก เรียกว่าเก่งทุกอย่าง เลยชอบมาโดยตลอด"

     นิยามความรัก?
     "Love me Love My Family ค่ะ ถ้าจะรักแอม ก็ต้องรักที่เป็นแอมและรักครอบครัวแอมด้วยคะ"

     ยังจำนักครั้งแรกได้มั้ย? 
     "(555) จำไม่ได้เลยค่ะ อาจจะเคยมีตอนเด็กแต่ไม่รู้เรียกว่า รักหรือเปล่า คือตัวแอมเองจะเป็นคนประเภทที่ชอบ หรือปลื้มคนที่เก่งๆ อยู่ตลอด แล้วตอนเด็กมีเพื่อนผู้ชายคนนึงเก่งมาก สอบได้ที่ 1 เราเลยรู้สึกชอบเค้า ปลื้มเค้าค่ะ อิอิ"

     อกหักครั้งแรกหนักขนาดไหน? 
     "รู้สึกผิดหวังนะคะ เพราะตอนโตขึ้นมาหน่อย แอมไปชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว เค้าไม่สนใจเราเลย เห็นเราเป็นแค่รุ่นน้องคนนึง ก็มีแอบเสียใจบ้าง แต่ก็พยายามไม่เอาใจตัวเองไปผูกไว้กับเค้าค่ะ ให้เป็นน้องก็น้องค่ะ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไร อย่างน้อยก็ยังได้อยู่ใกล้ๆ เค้า ก็ยังดี (555)" 

     สถานภาพปัจจุบัน? 
     "ก็โอเคค่ะ เรื่อยๆ คร่าาา (แหะๆ)"

     สถานีต่อไป?
     "จะตั้งใจทำงานทุกชิ้น ทุกอย่างของตัวเองให้ดี มีคุณภาพที่สุดค่ะ"

     เป้าหมายสูงสุดของชีวิต? 
     "เป้าหมายสูงสุดของแอมหรือค่ะ คือ สร้างความภูมิใจ และความสุขสบายให้พ่อแม่ และครอบครัวให้ได้มากที่สุด ด้วยทุกอย่างที่หามาจากน้ำพักน้ำแรงของแอมเองค่ะ"


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ