หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 18 เมษายน 2561 เวลา 11:04

เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย! สูตรสำเร็จแกรมมี่ โกลด์ จากสตริงฮิตมาเป็นลูกทุ่งฮอต

"แกรมมี่ โกลด์" ประสบความสำเร็จมากมายจริงๆ กับการนำเพลงสตริงที่เคยฮิตในอดีต มาแต่งใหม่เป็นลูกทุ่งให้ศิลปินระดับขวัญใจมหาชนขับร้อง เป็นอีกหนึ่งสูตรสำเร็จ จากสมองเพชรของ "กริช ทอมมัส" นายใหญ่

     ตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นเด่นชัดสุดๆ อาทิ เพลงดังทะลุหลักร้อยล้านวิว อย่างเพลงกลับคำสาหล่า มาจากเพลงกลับคำเสีย ของกัมปะนี เพลงบุญผลา มาจากเพลงพรหมลิขิต ของบิ๊กแอส ทำให้ไมค์ ภิรมย์พร กลับมาทวงบัลลังก์นักร้องยอดเยี่ยม ซิวไป 3 รางวัลจากสถาบันใหญ่ทั้งที่ยังไม่ผ่านไตรมาสแรกของปี นอกจากนี้ยังมี เพลงถิ่มอ้ายไว้ตรงนี้ล่ะ มาจากเพลงทิ้งไว้กลางทาง ของโปเตโต้ ขับร้องโดยไผ่ พงศธร และอีกหลายๆ เพลงที่กำลังทยอยทำทยอยปล่อยออกมา

     สูตรสำเร็จนี้มีที่มาอย่างไร สยามดารา ได้รับเกียรติจาก กริช ทอมมัส นายใหญ่แกรมมี่ โกลด์ บอกเล่าให้ฟัง "เป้าหมายของเราอยู่ที่การทำเพลงออกมาให้ดีที่สุด ถามว่าทำไมมีการเอาเพลงฮิตในอดีตมาทำเป็นเพลงลูกทุ่ง จริงๆ เราก็ทำแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น เรามีความคิดว่าเพลงเนี่ย จิตวิทยาของเพลงในโลกนี้ มันมีไม่กี่เรื่องหรอก เพียงแต่ว่าเราจะพูดเรื่องไหนเหมาะกับคนไหน เราก็ยกเป็นตัวอย่างเวลาประชุมเพลงกับทีมนักแต่งเพลง เราต้องการเพลงอารมณ์ประมาณนี้นะ เรื่องราวเป็นแบบนี้ มันมีเพลงไหนในโลกใบนี้ที่สำเร็จ"

     "จากนั้นเราก็มาตั้งเป็นบล็อกไว้ ซึ่งมันก็มีเพลงของเราเอง เพลงของแกรมมี่ที่ประสบความสำเร็จ แบบว่าเออเรื่องนี้เพลงนี้ตรงเป๊ะเลย เขียนใหม่ก็ต้องเป็นเรื่องนี้ แล้วก็มีทำนองใหม่ เหมือนเป็นโวหารใหม่ทำใหม่อะไรก็แล้วแต่ แต่อยู่ในจิตวิทยาเดิม ซึ่งคนเขียนเพลงก็จะมีความรู้สึกว่าจะง่ายขึ้น ได้ดูงานตรวจงานกันง่าย เพราะเรามีเป้าชัดเจนว่าต้องการเรื่องนี้นะ เวลาเขาเขียนมาเป็นเรื่องนั้น คนละเรื่องก็ไม่เอา"

     "วิธีการเราก็ต้องหาเพลง อิงจิตวิทยาเยอะ เสร็จแล้วมันก็จะมีเพลงประเภทนึงที่เราไม่ค่อยเอามาใช้ ประเภทเพลงที่ใช่คำ คำนึง แล้วขยายความจากคำนั้น เป็นการเขียนที่อาศัยความสามารถส่วนบุคคล อย่างนี้เราก็เปิดโอกาสให้นักแต่งของเรา ได้แสดงความสามารถออกมาเอง ไม่ค่อยได้บรีฟหรอกส่วนมาก เช่นเราบอกว่าขอให้มันสนุกระเบิดเถิดเทิงหน่อยอันนี้ไม่รู้จะบรีฟอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าเราฟังแล้วมันสนุกหรือเปล่า เอาเรื่องของใครมาเล่าหน่อยซิ แต่ถ้าพวกเพลงอกหักเพลงสมหวัง เมียขอบคุณผัว ผัวขอบคุณเมีย มันก็จะมีเรื่องอยู่แล้ว"

     "การทำงานแบบนี้ หนึ่งเลยทำให้เข้าเป้าเร็วขึ้น ไม่ต้องมานั่งเถียงกันว่าเพลงดีไม่ดี บางทีขอเพลงนึงแล้วมันไม่ใช่ คนแต่งก็เสียเวลา นักร้องคนนึงเราจะพูดเรื่องอะไรบ้าง เรื่องนั้นจะพูดแบบตัวอย่างเพลงไหน ในเชิงดนตรีทำนองจะออกมาประมาณไหน โน้ตที่นักดนตรีทำได้สไตล์ใหม่เป็นยังไง เรียกว่าเหมือนออกแบบสร้างบ้านมันก็ต้องมีตัวอย่างมาดูกันว่า เออหน้าตาเป็นอย่างนี้ คือดูไอเดียให้มันเห็นภาพเดียวกันแล้วลงมือทำ โอกาสที่จะเสร็จตรงเวลามีสูง ไม่ต้องมานั่งแก้กว่าจะเสร็จอีกชาตินึง"

     "เราทำงานกันเป็นทีมนะ ทีมสลา (ครูสลา คุณวุฒิ) สลาเขาก็ตัดสินใจมา ซึ่งเราก็รู้ว่าเวลาเขาตัดสินใจค่อนข้างจะแม่น ถ้าเขาคิดไม่ออก ไดเรคชั่นไม่ได้เราก็วางไปให้ น่าจะออกมาประมาณนี้มั้ย หรือภาคดนตรีที่เรามีความรู้มากกว่าเขา ก็แนะนำกันไป ส่วนที่เหลือก็จะเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็น พงษ์ศักดิ์ ถนอมใจ วสุ ห้าวหาญ ตุ๋ย ด๊ะดาด หนุ่ม ชวัลวิทย์ ก็จะมีการประชุมย่อยกันก่อน เคาะแล้วโอเคเราได้เพลงดีแล้ว ทำนองดีมั้ย ต้องทำเดโม่ให้นักร้อง ร้องอีก เอ๊ะมันเข้าปากหรือเปล่า คือแม้ทำทุกอย่างดีหมด แต่ทำนองไม่เหมาะ คือนักร้องไม่สามารถร้องออกมาได้ สื่อสารไม่ดีพอเราก็ไม่เอา ช่วยกันฟังช่วยกันตัดสินใจ"

     นายใหญ่แกรมมี่ โกลด์ บอกเล่าต่อไปว่า สูตรการทำงานแบบนี้ เหมือนจะง่ายแต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ง่าย "ไม่ง่ายหรอก เราไม่ได้เอามาเปลี่ยนทำนองอย่างเดียวนะ ไม่ง่ายเลยต้องแต่งใหม่ในเรื่องเดิม ต้องแต่งใหม่ให้มันออกมาดีกว่าเดิม หรือเสมอเดิม แต่ต่ำกว่าเดิมไม่ได้ ผมว่าโลกมันแคบลงไปเรื่อยๆ นะ ผมบอกอย่างนี้ มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สุดท้ายลูกทุ่งมันจะคงอยู่ที่เนื้อหาของคนในประเทศนั้นๆ ลูกทุ่งของชาติอื่นเขาก็ว่าในเรื่องของคนในสังคมของเขา เป็นบันทึกประวัติศาสตร์เหมือนเดิมนั่นแหล่ะ เราจะเห็นว่า ในสมัยก่อนมีเพลงเกี่ยวกับจดหมายเยอะ วันนี้จดหมายหายไปแล้ว (หัวเราะ) กลายเป็นไลน์ เป็นเฟซฯ สอดแทรกอยู่ในเนื้อเพลงนั่นแหล่ะ แสดงว่ามันเอาไลฟ์สไตล์ ชีวิตของคนในประเทศนั้นๆ มาอยู่ในเนื้อเพลง เป็นฉากหรือเรื่องราวต่างๆ" 

     "สองคือเรื่องของทำนองดนตรีเปลี่ยนไปเยอะ ในช่วงสองสามปีหลังยิ่งเปลี่ยนไปมาก ถ้าคนรุ่นเก่าเขาจะบอกว่านี่ไม่ใช่ลูกทุ่ง คำว่าอินด้งอินดี้อะไรมันไม่ใช่หรอก คือคนเขาอาจะเบื่อความซ้ำซาก ตอนนี้มันเริ่มมีโลกของการรับรู้เพลงมันใกล้ตัวมากเลยนะ รสนิยมมีความหลากหลายมากขึ้น คนแบบเดิมก็อาจจะชอบแบบเดิมอยู่ คนที่ชอบแบบใหม่ซึ่งไม่ดูทีวีมันก็จะพูดอีกเรื่องแล้ว โลกมันเปลี่ยน ทำนองเปลี่ยน แล้วเขาจะเปรียบเทียบกับเพลงฝรั่งที่เขาแปลไม่ออก แต่เขาสนุกกับมัน ถ้าเขาเริ่มรู้สึกเดียดฉันท์ เริ่มรู้สึกว่าไม่ตรงรสนิยม เราก็ต้องทำให้มันตรงมากขึ้น เดินต่อไปยังไงให้ดูทันสมัย ร่วมสมัยขึ้น ถ้าเราไปยึดติดแบบเดิม มันก็จะได้คนเดิมๆ คนเดิมอาจจะเข้าสู่ยุคฟังน้อยลง ติดตามน้อยลง อายุมากขึ้นทำอย่างอื่นแล้ว เพลงคุมตลาดอายุ 18-25 ปี เป็นกลุ่มหลักที่สุด เลยไปก็ถึง 35 ปี ก็ต้องประมวลว่าจะเสนอเรื่องอะไรให้ตรงกับกลุ่มหลัก"

     "การกำเนิดของอินดี้ มันทำให้มีตัวเลือกมากขึ้น และอินดี้มันเล็ก เล็ก เล็ก ออกมาร้อยเพลงคงมีโดนห้าเพลงสิบเพลง หน้าที่เราต้องสู้กับร้อยเพลงนั้น เราต้องตามเขาให้ทัน เฮ้ยคนเขาชอบน่ะ ทุกเพลงที่สำเร็จเราให้ความเคารพนะ เออสำเร็จขึ้นมาเขาไปดู ทำไมสำเร็จ มันก็มีจิตวิทยาตรงกับที่เราคิดทั้งหมดเลย บางทีเราคิดแต่ทำอาจไม่โดนเป้า แต่เขาอาจไม่ได้คิดแต่ทำมาตรงเป้าพอดี เราก็เห็นเพลงที่โดนเป็นร้อยๆ สองร้อยล้านวิว พอดูข้างในมันก็ดีจริงๆ ก็เริ่มเห็นแนวคิด เขาคิดแบบนี้ คิดมาจากที่ไหน ถอดรากเหง้าของเพลง ดนตรีมาจากไหน คนที่ซื้อแสดงว่าฟังอันนี้แหงๆ เนื้อหาเรื่องยังเข้าสูตรอยู่ คือ เรื่องของใครสักคน เรื่องของเขา ใกล้ตัวเขา ยังอยู่ในหมวดเดิม ภาษาที่ใช้เป็นภาษาพูดกันมากขึ้น ไม่ได้แตกต่างจากที่เราทำๆ มา เพียงแต่บางครั้ง ที่โดนไม่โดนน่ะ เรื่องโดนแต่เขียนออกมาไม่โดน เพราะบางทีมีความรู้สึกไม่เหมือนคนพูดกับคน ภาษาเขียนไม่เหมือนคนพูด เดี๋ยวนี้คนพูดโพล่งมากขึ้น ตรงมาก" นายใหญ่แกรมมี่ โกลด์กล่าวในที่สุด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ