หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 6 เมษายน 2561 เวลา 15:18

ใครเข้าข่ายบ้าง!? ฟังบิ๊กแกรมมี่ฯ ฟันโช๊ะนักร้องแบบไหนควรพิจารณาตัวเอง

ในแวดวงธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่าขี่จรวด หากอะไหล่ชิ้นเก่าไม่แอ๊คทีฟ มีประสิทธิภาพลดลง ในไม่ช้าน่าคงจะถูกปลดระวาง เปิดพื้นที่ให้รุ่นใหม่ไฟแรงแสดงพลัง

     ธุรกิจเพลง ลงรายละเอียดเฉพาะเพลงลูกทุ่ง มีการแข่งขันกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ เฟซบุ๊ก เฟซบุ๊กแฟนเพจ ยูทูบ เข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการนำสารจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับสาร และจากผู้รับสะท้อนกลับมายังผู้ส่งสาร

     ประเภทหลับหูหลับตาทำงาน ยัดเหยียดกรอกหูผู้ฟัง อุปโลกน์สถิติบ้าๆ บอๆ ยกยอผลงานให้ชาวบ้านหลงลมว่าโดดเด่น เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว มีแต่แบบทำชั่วๆ ออกมาโดดด่าจนหาทางลงหลุมแทบไม่ทัน

     ยิ่งในสื่อยุคโซเชียลเป็นปัจจัยที่ 5 นอกเหนือจาก อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ใครก็นำเสนอผลงานให้สาธารณชนพิสูจน์ความสามารถได้ 

     จากเศษเถ้าธุลีมีสิทธิพลิกเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลได้ หากมหาชนให้การยอมรับล้นหลามเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับ "ก้อง ห้วยไร่, เบิ้ล ปทุมราช, แซ็ค ชุมแพ, ลำไย ไหทองคำ, อาม ชุติมา, ออย แสงศิลป์ มาแล้ว การแข่งขันยิ่งเข้มข้น

     ยิ่งมีแฟนเป็นสมาชิกติดตามผลงาน เกาะติดความเคลื่อนไหว ในเฟซบุ๊ค และยูทูบ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งดี ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จเพิ่มตามไปด้วย

     เหล่าซุป'ตาร์ดาวค้างฟ้า ที่ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว หลงอยู่กับความสำเร็จเก่าๆ โน้มตัวลงมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น ไผ่ พงศธร, ต่าย อรทัย, ตั๊กแตน ชลดา, ไมค์ ภิรมย์พร ฯลฯ ยังไปได้สวย ปล่อยอะไรออกมาก็โดน

     โดยเฉพาะพี่ไมค์ขวัญใจผู้ใช้แรงงาน แรงมากมายตั้งแต่ปลายปีที่แล้วกับเพลงกลับคำสาหล่า เรตติ้งพุ่งต่อเนื่องมาถึงตอนนี้กับเพลงบุญผลา นอกจากผลงานดีมีคุณภาพตามสไตล์ของค่ายแกรมมี่ โกลด์ แล้ว ฐานญาติเพลง ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของพี่ไมค์ แลจำนวนซับซะไครยูทูบช่องแกรมมี่ โกลด์ และของพี่ไมค์โดยตรง คือปัจจัยสำคัญ ทำให้รุ่นใหญ่กลับสู่หัวตารางอย่างสง่างามอีกครั้งในวัย 50 ต้นๆ

     จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ค่ายลูกทุ่งยักษ์ใหญ่ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่มี "กริช ทอมมัส" เป็นบิ๊กบอส จะตีเหล็กตอนร้อน ไฟเขียวให้ศิลปินที่ทำกำไรให้บริษัท ปล่อยของออกมาต่อเนื่อง ควบคู่กับการเจียรไนเพชรเม็ดใหม่ขึ้นมาขาย ควบคู่กับการศึกษาพฤติกรรม และเปิดรับกระบวนการทำงานที่ปรับไปตามสื่อ

     "การกำเนิดของอินดี้มันทำให้มีตัวเลือกมากขึ้น และอินดี้มันเล็ก เล็ก เล็ก ใช่มั้ย ออกมาร้อยเพลงก็คงมีโดน ห้าเพลง สิบเพลง หน้าที่เราต้องสู้กับร้อยเพลงนั้น เราต้องตามเขาให้ทันว่าเฮ้ยคนเขาชอบ เพลงทุกเพลงที่สำเร็จเราให้ความเคารพนะ เออเขาสำเร็จขึ้นมาเราก็เข้าไปดูเพลงที่สำเร็จนั้น ทำไมถึงสำเร็จ มันก็มีจิตวิทยาตรงกับที่เราคิดหมดเลย คือบางทีเราคิดแต่ว่าทำออกมาอาจจะไม่โดนเป้า เขาอาจจะไม่ได้คิดแต่ทำออกมาตรงเป้าพอดี ซึ่งเราก็เห็นว่าเพลงที่โดน เป็นร้อยสองร้อยสามร้อยล้านวิว พอดูข้างในมันก็ดีจริง เราก็เริ่มเห็นแนวคิดว่า เอ๊ะเขาคิดอย่างนี้มาจากที่ไหน เราก็เริ่มถอดรากเหง้าของเพลง ดนตรีมาจากไหน คนที่ซื้อแสดงว่าฟังคนนี้แหงๆ เลย เนื้อหาเรื่องยังเข้าสูตรอยู่ เรื่องของใครสักคน เรื่องของเขา ใกล้ตัวเขา ยังอยู่ในหมวดเดิม ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาพูดกันมากขึ้น จริงๆ ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เราทำมา เพียงแต่ว่า เรื่องโดนแต่บางทีเขียนออกมาแล้วมันไม่เหมือนคนพูดกับคน บางทีคนเขียนบางทีเขาก็ติดนิสัยเขียน เป็นภาษาเขียนไม่เหมือนคนพูด เดี๋ยวนี้คนพูดโพล่งๆ มากขึ้น คำศัพท์บางคำก็หายไปเหมือนกันนะ มันตรงมาก บางทีอย่างที่บอกขำๆ อย่างที่เราถามเด็กว่ารู้จักคำว่าสุริยันจันทรามั้ย เขาอาจจะไม่รู้จักแล้วนะ"

     บิ๊กบอสแกรมมี่ โกลด์ กล่าวต่อไปว่า "รูปแบบการทำงานมีเปลี่ยนแน่นอน อย่างที่บอกว่า สื่อมันเปลี่ยน โลกมันเปลี่ยนสื่อมันเปลี่ยน เราต้องตามให้ทัน การค้าแบบเดิมเรายิงทีวีขึ้นไป หรือยิงวิทยุไป เหวี่ยงไปในอากาศแล้วมีใครสักคนได้ยิน ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ วันนี้มันกลับด้าน ภาษาอังกฤษเรียกว่า many to many คือ หลายๆ คนทำ หลายๆ คนซื้อ หลายๆ คนเลือก หลายๆ คนฟัง มันหลากหลายมาก การตลาดเล็กแต่ลึก และเหนียวแน่น การทำให้เหนียวแน่นอาจไม่ต้องการปริมาณคนหนึ่งล้านคน ต้องการคนแค่แสนคน ที่เหนียวแน่นอยู่กับเราตลอด เพราะฉะนั้นธุรกิจจะกลับมาเป็นเรื่องของแฟนคลับมากขึ้น ซึ่งแฟนคลับคงไม่ใช่แฟนคลับแกรมมี่โกลด์ซึ่งเป็นค่ายจับต้องประมาณหนึ่ง แต่คนก็จะรู้ว่าโอเคถ้าชอบเพลงแบบนี้แกรมมี่ โกลด์มี แต่ลึกลงไปกว่านั้น คือ ถ้าชอบ ไผ่ พงศธร ถ้าเหนียวแน่นกับไผ่ พงศธร ก็จะมีแฟนคลับทำมาหากินเดินตามกันไปเรื่อยๆ และก็อยู่ตรงนี้ สมมติเราทำเพลงไผ่ชุดนึง มันไม่โดนเหมือนเดิม แต่แฟนคลับเหล่านี้ก็ไม่ได้ทิ้งไปไง ยังรักไผ่อยู่ และยิ่งมาสู่ยุคของการฟังฟรีแล้วด้วยนะ มันก็ไม่ได้เสัยหายตรงไหน ไม่ชอบก็ฟังน้อยลง ถ้าชอบก็ฟังเยอะขึ้น ข้อที่ดีของยุคนี้คือเรื่องสถิติ ดูข้อมูลสถิติได้ง่ายขึ้น เราสำเร็จหรือไม่สำเร็จดูได้ง่ายขึ้น เมื่อหลายคนอาจจะชอบเพลงนี้แต่ไม่มีตังค์ เดี๋ยวนี้ชอบเพลงนี้แต่ไม่ต้องเสียตังค์ ในมุมการค้าก็เปลี่ยน เรียกว่ามันไม่ใช่ไดเรคอินคัมแล้ว ไม่ใช่ยุคสมัยที่เดินไปแบบขายเพลงลงแผ่น แล้วก็โฆษณาคนก็ไปซื้อมา ตอนนี้ฟังฟรีรายได้จะมาตรงข้ามหมด มาแบบบีทูบี อย่างยูทูบโฆษณามาลงแบ่งผลประโยชน์มาที่เรา และการค้าอีกอย่างที่เรามองอยู่ คือการค้าที่ตัวศิลปิน อย่างที่บอกว่ามีแฟนคลับเหนียวแน่นเนี่ย คงไม่ใช่แค่ฟังเพลงอย่างเดียวมั้ง คงมีอย่างอื่นแหล่ะ ซีดีก็กลายเป็นของที่ระลึกแล้วแหล่ะ บางบ้านถามว่าดีวีดีมีเครื่องเล่นมั้ยตอนนี้ อาจจะมีอยู่นะแต่ว่ามีกี่คน เปลี่ยนยุคหมดแล้ว แฟนคลับแปลว่าทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ ศิลปินก็ได้จากเพลง ได้จากการแสดง คอนเสิร์ตเล็กคอนเสิร์ตใหญ่ ได้จากสปอนเซอร์ขายพรีเซ็นเตอร์ หรือจากเซอร์วิสอื่นๆ ทำทัวร์มั้ยอะไรอย่างนี้ก็เป็นไปได้"

     กริช ทอมมัส บอกต่อไปว่า ที่ผ่านมามีการแนะนำศิลปินในสังกัดให้ปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทุกคน

     "บอกทุกคนนะ อย่างที่บอกว่าวันนี้ไม่ได้เหวี่ยงไปบนฟ้า และก็มีให้เห็นตัวตนแล้ว เรากำลังทำช่องของศิลปินให้เห็นตัวตนชัดมากขึ้น อย่างแฟนคลับชอบไผ่ พงศธร แสดงตัวหน่อยสิฟรี เราก็ถามนักร้อง นักร้องคนหนึ่งขนาดฟรีแล้วเขายังไม่กดไลค์คุณเลย ไม่กดซับซะไครมันแปลว่าอะไรล่ะ นึกออกมั้ย คุณจะประสบความสำเร็จได้อย่างไรคราวนี้ ถ้าเกิดคราวนี้ออกมาเพลงมันไม่ฮิตไม่โดนแล้วคุณจะอยู่ยังไงวะ นึกออกมั้ย เพราะฉะนั้นการที่มีแฟนเหนียวแน่นสำคัญ อย่างน้อยที่สุดหนึ่งครั้งหนึ่งเพลงน่ะ (หัวเราะ) นี่แบบไม่เลวร้ายนะ"

     ชั่วโมงนี้จำนวนแฟนคลับติดตาม มีส่วนสำคัญกับอนาคตศิลปิน "มีสิแฟนคลับสำคัญ คือถ้าคุณร้องเพลงให้ฟังฟรีแล้วไม่มีใครฟัง น่ากลัวนะ หรือเพลงดีแล้วไม่มีใครได้ยิน เพราะมันไม่ใช่สมัยเปิดทีวีทุกคนเฝ้าดูหน้าจอแล้วนิ่ มันกระจายมากเลย"

     มีศิลปินไม่อยู่ในแผนการทำงานบ้างมั้ย บิ๊กบอสแกรมมี่ โกลด์ ตอบทันควันว่ามี 

     "มีปกตินั่นแหล่ะ บางคนเดินถึงจุดนึง ต่อให้ไม่เป็นยุคนี้มันก็มีมาตลอดนะ คือเมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่ไม่ทำประโยชน์ระหว่างกัน หมายถึงว่าเราก็ไม่ได้ประโยชน์เขาก็ไม่ได้ประโยชน์ ทำยังไงเขาก็ไม่สำเร็จเราก็ไม่สำเร็จ อยู่กันไปนานๆ มันก็จะมีปัญหาว่าเขาจะอยู่อย่างไรล่ะ ถ้าเขาเปลี่ยนอาชีพทันก็เปลี่ยนเถอะ ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องมาทำแล้วล่ะ คือคนที่อยู่ยืนยงได้ หนึ่งเลยอะนะนักร้องต้องมีแฟนคลับอะนะ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถเขาด้วย แฟนคลับคงไม่ได้ชอบใครคนหนึ่งเพราะไม่มีความสามารถหรอก เพราะฉะนั้นตัวเขาเองในความเป็นนักร้องเขาต้องปรับตัว สมัยก่อนแฟนคลับเขียนจดหมายมา เดี๋ยวนี้คุณต้องตอบเฟซฯ ตอบอะไรกันบ้าง คุณต้องทำให้คนรักนะ หน้าที่ศิลปิน ถ้าคนรักคุณน้อยไปเรื่อยๆ คุณก็ไม่สำเร็จ"

     เพราะฉะนั้นนักร้องที่มีแฟนคลับน้อยลงก็น่าจะเดาอนาคตตัวเองได้ "ใช่ แสดงว่าคุณอาจจะมีชื่อเสียงมาในช่วงเวลานึงเกิดจากคนแต่งเพลงที่ดีให้คุณ ถ้าคุณไม่มีตัวนั้น หรือเพลงไม่โดน คุณหายไปเลย อันนี้น่ากลัวนะ คนแต่งเพลงเขาก็โอ้โหพลาดไม่ได้เลยหรอ มันต้องมีพลาดสิ คนเราจะแต่งเพลงฮิตทุกเพลงเป็นไปได้อย่างไร แต่ถ้าทำให้กับคนที่มีแฟนคลับดูแลเพลง ก็แปลว่าเพลงเขาผลประโยชน์ก็ดีขึ้นว่าอย่างนั้นเถอะ เพราะฉะนั้นคนที่ร้องไปวันๆ ไม่ทำอะไรเลยแนะนำให้ปรับตัว เปลี่ยนตามโลกใหม่ ถ้าไม่ทำอีกมันก็สาบสูญ เหมือนสมัยก่อนดาราไม่ออกทีวียังจำไม่ได้หายไปเลย สมัยนี้มันหายง่ายกว่านั้นนะ แค่คุณไม่มีแฟนคลับใครวะทันทีเลย คุณลองไปเอาชื่อนักร้องในระยะเวลา 20 ปี หลายคนที่คุณรู้จักมาเนี่ย แล้วไปถามคนในยุคใหม่ ก็ต้องโดนถามกลับมาใครหรอ ไม่ต้องลูกทุ่งหรอก จริงๆ แล้ว สตริงก็มีหลายคนแล้วนะที่สูญหายไปแล้ว หายไปเฉยจากความทรงจำของพวกคุณ"

     การจะรับศิลปินใหม่เข้าค่ายดูจากฐานแฟนคลับเป็นสำคัญหรือไม่ "หนึ่งเลยเราต้องดูทุนที่มาจากตัวเขา เขาเล่นโซเชียลหรือเปล่า ถ้าเขามีความสามารถจริง ก็จะให้โอกาสมาฝึกซักปีนึง และสร้างช่องให้เขาเพื่อสร้างแฟนคลับ การสร้างแฟนคลับเราแนะนำได้แต่เขาต้องเป็นคนทำด้วย เราทำให้ก็ไม่เกิดประโยชน์ เราแนะว่าคุณจะร้องเป็นอย่างนี้ แต่ในขณะเดียวกันแฟนคลับเขาจะฟังว่าคุณร้องได้มั้ย ร้องพอมั้ย ถ้าไม่พอต้องพัฒนาให้พอ คือวันนี้เห็นง่ายๆ เพลงๆ นึงที่เกิดจากการคัฟเวอร์เยอะๆ มีวิวไม่เท่ากัน คนนึงร้องดีกว่าคนนึง หรืออีกคนนึงมีแฟนคลับมากกว่าอีกคนนึง มันจะเป็นอย่างนี้ โชคดีที่เรามีฐานเพลงเยอะ เอานักร้องมาคัฟเวอร์เพื่อเช็คว่าเขาจะร้องเพลงไหน คนจะชอบหรือไม่ เราก็มีของให้เขาพิสูจน์ความสามารถ ซึ่งตอนนี้เราก็เปิดไอเดียว่า ถ้าอย่างนั้นใครอยากเป็นนักร้องมากับเรา เอาคลังเพลงเราเนี่ย เปิดยูทูบแชนแนลดูแลให้เลย ไกด์ให้ เฟซบุ๊กทำยังไงทำให้เสร็จเลย ให้คุณทำแล้วดูซิว่าจะไปได้หรือไม่ หนึ่งปีผ่านไปคุณไปได้หรือเปล่า เพราะว่าคนฟังอะไร นักร้องดีๆ ก็ต้องฟังเพลงดีๆ ซึ่งเรามีเต็มเลย เพลงดีพ.ศ.นี้ไม่ต้องแต่งใหม่ทุกครั้งนะ แล้วคุณร้องดีหรือเปล่า ถ้าคุณร้องดีแปลว่าคุณเป็นนักร้องที่ดีไง

     นักร้องดัง ประสบความสำเร็จล้นหลามมาก่อน แต่ไม่พยายามปรับตัว ไม่แคร์มั้ย "ถามว่าไม่แคร์มั้ย ผมก็เป็นห่วงเป็นใยทุกคนนะ พยายามจะบอกเขา คนที่เคยมียอดสูงหน่อย คือมีความสำเร็จสูงหน่อยมันก็จะแลนดิ้งช้าหน่อย ค่อยๆ สโลฟลงมา ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลวร้าย ระเบิดตัวเองกลางอากาศนะ แต่ยังไงก็ต้องลง ยิ่งฐานเตี้ยยิ่งลงเร็ว อยู่ที่ตัวเขาด้วย เขาจะรักษามั้ย คำถามง่ายๆ  สมมติคุณเป็นนักร้องดูแลแฟนเพลงคุณยังไง ไม่ใช่ตื่นสาย ตื่นมาไปร้อง แล้วก็ทิ้งไปเรื่อย ฝึกฝนการร้องเพลงมั้ย ไม่เลย ไม่ล่ะครับ ไม่ล่ะค่ะ ร้องแค่นี้พอแล้ว แล้วจะทำยังไงให้สำเร็จล่ะ พี่เอาเพลงดีๆ ให้ผมสิ  อ้าวแล้วจะไม่ทำอะไรกันเลยหรอ ในความเป็นนักร้องของคุณ เหมือนนักบอลคุณเป็นศูนย์หน้าแล้วไม่ซ้อม ต่อให้คุณเป็นเปเล่มาก่อน ถ้าคุณไม่เตะบอล จะไปเหลืออะไรล่ะ สังเกตมั้ยนักบอลเขาซ้อมกันหนักกว่าเราอีก อายุ 30 กว่าเขายังอยู่ได้ เพราะซ้อมหนัก เขาต้องต่อสู้กับสังขารนะ"

     เมื่อปั้นนักร้องประสบความสำเร็จ จากนั้นสร้างสรรค์ผลงานออกมาไม่เข้าเป้า บางครั้งโดนนักร้องอวดภูมิ หรือต่อว่า รู้สึกอย่างไร "ต้องบอกว่า การทำงานเป็นการทำงานร่วมกันนะ คือถ้าเขาเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ดีกว่าให้เขาไปทำเอง  เราก็เปิดโอกาสให้ คุณจะลองก็ได้นิ่ ผมไม่ได้บอกว่าต้องเป็นเราแต่งเพลงทุกเพลงนะ คุณแต่งบ้างก็ได้ คุณมีไอเดียบ้างก็ดี เราให้ร่วมกันทำอยู่แล้ว แล้วก็พิสูจน์กัน ถ้าคุณถูกผมพร้อมขยายผลอยู่แล้ว มันจะไปผิดตรงไหนล่ะ แต่ถ้ามันไม่ได้ก็บอกว่ามันไม่ได้นะ ก็ให้ลองกันดู หรือบางที นักร้องบางคนรู้อยู่แล้วว่า เรามีประสบการณ์เยอะกว่า เขาก็ยังคัน เราก็หาวิธีให้เขาหายคัน จะได้รู้จะได้จบเรื่องกันไปสักเรื่องหนึ่ง แต่อยากให้เขาทำ อย่างน้องใหม่ ลำเพลิน วงศกร อย่างนี้ เขาก็เป็นคนที่อยากเขียนเพลง เราก็ให้เขาเขียน ให้เขาเขียนไปเรื่อยๆ มีทีมช่วยแนะนำบ้าง พอเขียนไปเรื่อยก็เหมือนลับมีดให้คมไปเรื่อย เดี๋ยวนี้มันไม่ได้เป็นความลับอะไรมากมายนี่ ทำแล้วดีดกีต้าร์ร้องเอาขึ้นให้แฟนคลับฟังเลย ใจกว้างกันดูซิ เพลงเขาอยู่ในอันดันที่ดีมั้ย ปรากฏว่ามันก็มา เมื่อมาแล้วมีอะไรเสียหายตรงไหนล่ะ เราต้องการเพลงดีอยู่แล้วนิ่ เพลงดีจะมีจากเขาเอง หรือมาจากใครก็ได้ ไม่ใช่เพลงมันก็ไม่มา จะไปเหลืออะไรล่ะ จะดันทุรังต้องเอาให้ได้นะ แบบนี้เขาเรียกว่าเกเรแล้ว แบบนี้ก็ตัวใครตัวมันดีกว่ามั้ง เขาเรียกความเห็นไม่ลงรอย ก็ต้องไปพิสูจน์ทราบของตัวเองไป"

     บิ๊กบอสพูดชัดขนาดนี้ ศิลปินในสังกัดแกรมมี่ โกลด์ ดูดีมีระดับ น่าจะเข้าใจแล้วว่า ควรมีคุณสมบัติ หรือปรับตัวอย่างไร หากยังไม่อยากหลุดวงโคจร!

 

อ่านเรื่องอื่นๆ