หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 22 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13:16

คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ "ลำไย ไหทองคำ" เว่อร์ไปมั้ย ซื้อสด 4.3 ล้าน ทั้งที่ขับไม่เป็น

  • คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ
  • คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ
  • คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ
  • คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ
  • คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ
  • คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ
  • คันนี้ไงบีเอ็มฯ เปิดประทุนของ

"ลำไย ไหทองคำ" นักร้องสาวซุป'ตาร์อินดี้ มอบของขวัญให้กับตัวเอง ด้วยการ ควักเงินซื้อสด 4.3 ล้าน ถอยรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูเปิดประทุนสุดหรู ให้เป็นชื่อ "คุณแม่หนูแดง" ทั้งๆ ที่ยังขับรถไม่เป็น รวมทั้งจ่ายเงินสดๆ 4.8 ล้านซื้อบ้านมาแล้ว

     โดยเจ้าของเสียงร้องเพลงดัง "ผู้สาวขาเลาะ" ได้เผยเหตุผลที่ทำไปเพราะเป็นคนเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เลยพยายามซื้อของ อย่างบ้านกับรถ เพื่อสร้างความสุขให้กับคนในครอบครัว ไม่ใช่เดินสายโชว์ลูกคอเอนเตอร์เทนผู้คนทั่วสาทิศ มีความสุข สนุกสนาน แต่คนในบ้านไม่มีความสุข มันก็ยังไงๆ อยู่

     "คือคุณแม่ชอบด้วย คือทุกคนจะมีความใฝ่ฝันค่ะ หนูก็อยากจะมีบ้านมีรถหรู อยากจะให้แม่มีเหมือนกัน ก็เขาอยากได้ เขาชอบแบบนี้ เขาบอกว่าสวย แต่คุณแม่กับหนูขับรถไม่เป็นนะคะ แต่คือซื้อมาก่อน แล้วค่อยไปหัดขับแล้วกัน รถซื้อเงินสด 4.3 ล้าน ให้แม่แบกเงินไปซื้อ เป็นชื่อแม่ ซึ่งบ้านก็ซื้อเงินสดค่ะ 4.8 ล้าน เราต้องดูแลแม่ ตากับยาย แล้วก็พ่อด้วย แม่มาอยู่กับหนูที่กรุงเทพ ส่วนตากับยายอยู่ที่ต่างจังหวัด ตอนนี้ก็ให้พ่อดูแลตากับยาย เราก็จะให้เงินตากับยายทิ้งไว้ทีละหมื่นสองหมื่น ส่วนถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมเขาก็จะบอกเราเอง แต่ว่าพอเขาได้ไปเขาก็ไม่ใช้อะไร เก็บไว้เหมือนเดิม แล้วก็เอามาให้เราฝากธนาคารให้ ส่วนคุณแม่จะเป็นคนเก็บตังค์ให้หนู เพราะหนูเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เลยพยายามซื้อเป็นของ อย่างบ้านกับรถ"

     อย่างไรก็ตาม ลำไย บอกว่า ทำใจรอไว้แล้ว หากโดนมองแง่ร้าย กลายเป็นประเด็นดราม่า เว่อร์ไปมั้ย ใช้เงินเกินตัวไปรึเปล่า!?
     "อะไรที่เราทำแล้ว ครอบครัวเรามีความสุข ดีกว่าเราทำให้คนนอกมีความสุข แล้วครอบครัวเราไม่มีความสุข มันก็ยังไงอยู่ เราก็เอาครอบครัวเรา พ่อแม่เราให้มีความสุข ให้แฮปปี้ดีกว่า" 

     ส่วนนานาทรรศนะคนในและนอกวงการมองเรื่องนี้อย่างไรไปฟัง

     "โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์"
     "ในความคิดส่วนตัวของโบว์ไม่โอเวอร์นะคะ เพราะอาจจะเป็นความฝันของน้อง คือสิ่งที่น้องอยากจะได้ และอีกอย่างน้องทำงานทุกๆวัน วันหนึ่งหลายๆ งาน  ถ้ารถคันนี้จะเป็นรางวัลของคนสู้งานและเก่งแบบน้อง โบว์ว่าเหมาะสมแล้วค่ะ เพราะถ้าโบว์มีโอกาสแบบน้อง โบว์ก็ต้องหาสิ่งที่เราชอบมาเป็นรางวัลให้ชีวิตตัวเองเช่นกัน"

     "นุ้ย นุตรา"  พนักงานบริษัท
     "ถ้าเป็นคนธรรมดาก็มองว่าโอเว่อร์ เกินตัวไปค่ะ จะออกรถราคาเป็นล้านก็น่าจะพอขับรถได้ หรือรู้เรื่องรถหน่อย แต่อย่างลำไยได้ยินข่าวว่า แม่เขาชอบ ออกมาให้แม่ มีเงินในมือเยอะก็โอเค ไม่ได้จ่ายแล้วไม่มีเงินใช้อีกเลย ทำงานมาเหนื่อยๆ ให้ของขวัญตัวเองบ้าง ให้ความสุขตัวเอง และคนในครอบครัวตัวเอง นั่นเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา ถ้าเราอยู่จุดเดียวกับลำไยก็มีสิทธิที่จะทำแบบที่ลำไยทำเหมือนกันค่ะ ใครบ้างไม่อยากทำให้คนในครอบครัวมีความสุข ตรงกันข้ามหากประสบความสำเร็จ มีเงินเก็บเยอะแล้วไม่ให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว สมควรที่จะโดนต่อว่ามากกว่า"

      "บอลลูน ศิรวรดา" ผู้จัดการศิลปิน
     "เรื่องนี้มองได้ทั้งสองมุมนั่นแหล่ะค่ะ แต่มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของน้องเขา เว่อร์หรือไม่เว่อร์มันขึ้นอยู่กับเงินเก็บของน้องเขาด้วย ถ้าการจ่ายสดซื้อรถไม่เกินกำลังน้องเขาก็ไม่เว่อร์ ไม่เกินตัวหรอกค่ะ แต่ก็ต้องทำใจที่อาจจะโดนมองว่าอวดมั่งอวดมีเกินไปหรือเปล่า คนที่ไม่เข้าใจว่าน้องทำทุกอย่างยอมเหนื่อยเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข อาจจะไม่ขี้นถึงศักยภาพ หรือกำลังซื้อ อาจจะคิดว่าต้องการอัพเกรดตัวเองมั้ย ส่วนตัวอยู่ในวงการลูกทุ่งมาเป็นสิบๆ ปี เข้าใจเรื่องพวกนี้หมดแล้ว อยากแนะนำน้องว่า ไม่ว่าชีวิตจะเปลี่ยนแปลงดีขึ้นจากเดิมมากมายหลายเท่า แต่ก็ต้องไม่ลืมตัวว่าเรามาจากไหน ก่อนประสบความสำเร็จเป็นอย่างไร มีใครให้การสนับสนุนมาก ใครที่เป็นคนลงทุนลงแรงทุ่มเทผลักดันจนก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ นอกจากผู้บริหาร และทีมงานค่ายไหทองคำฯ แล้ว ยังมีพี่ๆ รปภ. แม่บ้าน ที่เป็นแฟนเพลงให้การสนับสนุน ต้องยกมือไหว้ทุกคนเหมือนเดิม อย่าเชิดอย่าหยิ่ง คิดว่าฉันมีรถฉันมีบ้านฉันจะสวยๆ ก้มต่ำไม่เป็น นอกจากคนในครอบครัวแล้วอย่าเห็นแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนจนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นคนอื่น"

     "อุ้ม ศิริรัตน์" ประชาสัมพันธ์
     "ไม่ได้มองเป็นเรื่องโอเวอร์ค่ะ เพราะทุกคนมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน การซื้อของเเพงบางอย่าง เป็นการบ่งบอกถึงความสำเร็จของคนๆ นั้น ของชิ้นใหญ่ๆ ราคาสูงมากๆ อย่างบ้านหรือรถ คิดว่า เค้าคงวางเเผนมาดีเเล้ว ยิ่งถ้าการซื้อของเขาเป็นเงินจากน้ำพักน้ำเเรงเเล้วด้วย ก็เป็นเรื่องราวดีๆ ที่เราควรจะเเสดงความยินดีกับเขาเเละครอบครัวค่ะ"

     "ลีน่า ยารีนา" ศิลปิน/ดีเจ
     "สำหรับลีน่าไม่โอเวอร์ค่ะ ลีน่าเชื่อว่าคนที่ตั้งใจทำงานหาเงิน ก็หวังจะให้ครอบครัวสบาย แล้วถ้าวันหนึ่งมีโอกาส ให้สิ่งดีๆ กับพ่อแม่และคนในครอบครัว นั้นเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจด้วยซ้ำ ในทุกวันที่เหนื่อยก็แค่รอวันที่จะทำให้คนในครอบครัวสบายและมีความสุข อย่าประเมินสิ่งของด้วยราคาเลยคะ ประเมินด้วยความตั้งใจจะดีกว่า (ยิ้มยิ้ม)"

     "มด บวร" ค้าขาย
      "ผมมองว่า เป็นสิทธิของน้องเขาครับ เขาทำงานเขาเหนื่อย เขาสู้มาก็เพื่อทำให้ความเป็นอยู่ครอบครัวเขาดีขึ้น ผมเองก็ทำงานโดยมีเป้าหมายอยู่ตรงนั้น ก่อนที่น้องเขาจะทำอะไรเชื่อว่า เขาตัดสินใจเป็นอย่างดีแล้วว่า ไม่ได้ทำอะไรเกินตัว มีกำลังซื้อได้ ถ้าเกินตัวซื้อบ้าน ซื้อรถแล้วเงินหมดชีวิตกลับมาติดลบอีก เชื่อว่าน้องเขาคงไม่ทำหรอกครับ เปิดใจให้กว้างๆ ครับ มองโลกในแง่ดี เวลามีน้องเขาซื้อบ้าน ซื้อของ นำไปสร้างบ้านที่ต่างจังหวัดให้พ่อแม่ ดูแลยาย ดูแลญาติๆ ผมว่า ไม่มีอะไรเสียหายนะครับ ดีกว่าเอาไปเล่นการพนัน เอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ไม่ได้อะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอัน เหมือนกับนักร้องดังในอดีตหลายๆ ท่าน พอล้มป่วยช่วงบั้นปลายของชีวิต ไม่มีเงินดูแลรักษา ไม่มีที่ซุกหัวนอน ญาติพี่น้องไม่มีใครต้อนรับ ไม่มีใครเหลียวแล เพราะตอนที่ประสบความสำเร็จไม่เคยมองเห็นหัวเขา อย่าลืมประเมินคนเร็วเกินไป ดูกันยาวๆ ครับ ผมว่า น้องเขามีวิธีบริหารเงินทองของเขา ที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ซึ่งเหนื่อยมากนะผมว่า วิ่งรอกขึ้นเหนือล่องใต้ พักผ่อนน้อย เขารู้คุณค่าอยู่แล้วแหล่ะ"