หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 3 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 11:37

"ลุงเชียร" หน้าโหด เบื้องหลังความสวยหล่อ นักร้อง ซุป'ตาร์ จากเพิงหมาแหงน

"ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง" ดารา นักร้อง จะสวย หล่อได้ ดูดีได้ ต้องรู้จักการปรุงแต่ง ด้วยเครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า เหมือนไก่ที่ไม่ได้สวยเพราะเนื้อหนัง แต่สวยด้วยขนของมัน

     ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ "ลุงเชียร" เชียร โชติวงศ์ เจ้าของร้านเย็บผ้า "เพิงหมาแหงน" ริมถนนระหว่างซอยรามอินทรา 93 กับ 95 ปัจจุบันย้ายเข้าไปอยู่ในซอยรามอินทรา 95 (หลังแฟชั่นไอส์แลนด์) คือ "หมอเสื้อผ้า" ฝีมือเนี้ยบ ผู้ที่อยู่เบื้อหลังความสวยความหล่อ ของนักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์

 

     น้าหงา คาราวาน, ต่าย อรทัย, ไผ่ พงศธร, ตั๊กแตน ชลดา, เอิ้นขวัญ วรัญญา, รัชนก ศรีโลพันธุ์ ฯลฯ ให้ความไว้วางใจใช้บริการ ตัดเย็บ ปะชุน ซ่อมแซม แต่งทรง เสื้อผ้าอาภรณ์ นำไปใช้สวมใส่แสดงคอนเสิร์ตเสิร์ต แสง สี ยิ่งใหญ่ตระการตา เสิร์ฟความสุขมิตรรักแฟนเพลงมานับไม่ถ้วน

 

    หนุ่มใหญ่ผิวเข้มวัย 63 ปี ไว้หนวดดูน่าเกรงขาม เล่าให้ฟังว่า ถิ่นฐานบ้านเกิดของเขาอยู่ที่ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติที่จังหวัดพัทลุง เนื่องจากปัญหาภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ จำใจต้องเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าตั้งแต่มีอายุได้ 16 ปี ทั้งๆ ที่ ไม่เคยมีความคิดเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อน

 

     "ตอนลุงเด็กๆ บ้านเมืองไม่สงบ ผู้ใหญ่ไม่อยากให้เด็กๆ อยู่บ้าน เขายิงกันทุกคืน ให้เข้ามาอยู่ในเมือง ลุงถูกส่งมาอยู่บ้านย่าที่จังหวัดพัทลุง น้ามีเพื่อนเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าก็เอาลุงไปฝากเรียน ฝากทำงาน ไปด้วยความจำเป็น ไปด้วยความจำใจ เพราะถ้าไม่ไปก็ไม่รู้จะเอาอะไรกิน เรียนตัดเย็บเสื้อผ้า ทำงานเป็นช่างที่ร้านไปในตัวด้วยอยู่ 3 ปี ไฟไหม้ร้านหมดเลย เรื่องเป็นอย่างนี้ ต้นเพลิงเกิดจากไหม้ร้านอื่นซอยอื่นก่อน เพื่อเถ้าแก่ก็บอกเถ้าแก่ว่า ให้รีบขนของออกจากร้าน แต่เถ้าแก่บอกว่าไม่ขน เพื่อเขาเลยบอกว่าถ้าไม่ขนกูขน กูจะให้ไอ้เชียร ลุงก็ช่วยกันขนย้ายกับเพื่อนเถ้าแก่มาไว้ที่บ้านเขา สมัยนั้นหลังคาอาคารเป็นมุงจาก ไฟไหม้ปลิวมาตกที่ร้านไหม้วอดหมดจริงๆ จากนั้นลุงก็ทำงานรับจ้างในตลาด สองเดือนผ่านไป เพื่อนเถ้าแก่บอกว่าให้ไปหากูกาที่เปิดร้านเย็บผ้าให้มึงได้แล้ว เกรงใจแก และยังไม่มั่นใจใน ฝีมือแบบยังบินเดี่ยวไม่ได้จะเป็นเถ้าแก่ได้ยังไง เลยบอกให้แกเปิดแล้วลุงไปเป็นลุงจ้าง ก็สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ"

     ลุงเชียร เล่าต่อว่า ปี พ.ศ.2525 ตัดสินใจพาครอบครัวเข้ากรุงเทพฯ มาเย็บผ้าโหล ส่งลูกสองคนเรียนหนังสือ จนมีวุฒิทำมาหากินดูแลตัวเองได้ จึงเปลี่ยนแนวไปร่วมกับเพื่อนเปิดวินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง และเปิดร้านเย็บผ้าเพิงหมาแหงนในป่าข้างทาง มีลูกค้าทุกระดับมาใช้บริการ รวมถึงนักร้องขวัญใจมหาชนขนเสื้อผ้ามาให้ ซ่อมแซมเสริมแต่งให้สวยงาม นับไม่ถ้วน 

     "ระหว่างที่มาเปิดวินมอเตอร์ไซค์กับเพื่อน ที่ หลังแฟชั่นไอส์แลนด์ในปัจจุบัน สมัยนั้นเขาเรียกกันว่าปากทางซาฟารีเวิลด์ ก็วิ่งวินไปด้วย ระหว่างรอคิวก็นั่งคิด เรามีวิชาด้านตัดเย็บ มัวแต่มานั่งรออะไร ดูที่ทางเปิดร้านเย็บผ้าข้างถนนเล็กๆ แบบเพิงหมาแหงน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นป่ารกทึบ คนบอกว่าบ้าหรอวะเปิดร้านในป่า ร้านแรกเปิดตรงปากซอยรามอินทรา 93 ก็มีลูกค้ามาใช้บริการดีนะ ตั้งแต่ตัดใหม่ยันซ่อม ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ กทม. และทำงานรถเมล์ แล้วก็ขยับร้านมาอยู่ระหว่างปากซอย 93 กับ 95 มีนักร้องเอาชุดมาให้ซ่อมเยอะเลย เปลี่ยนทรง แต่งทรงให้เขาใหม่ อาจเพราะตัดมาไม่พอดี หรือ มีน้ำหนักขึ้นน้ำหนักลง บางคนก็มีเอามาให้ประดับเพชร ประดับมุก ติดขนให้ดูวิลิศมาหรา มีทั้ง ต่าย  ไผ่   เอื้นขวัญ  ตั๊กแตน รัชนก นี่ขาประจำ น้าหงก็มาซ่อมเสื้อ เอาเข้าเอาออก เอาออกเอาเข้าอยู่เรื่อยแหล่ะ"

     ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ของศิลปิน หรือคนธรรมดา ลุงเชียรให้ความพิถีพิถันเหมือนกันหมด ทำงานให้ออกมาเนี้ยบ ตามความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีลูกค้าไว้วางใจมากขึ้นต่อเนื่อง ถึงขั้นได้รับการกล่าวขานว่าเป็น "คลินิกเสื้อผ้า" มีปัญหาอะไรเอามา หนักหนาสาหัสแค่ไหน ลุงเชียรแก้ไขได้หมด

     "เทคนิคการทำงานบอกคนอื่นได้ แต่บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก ไม่ได้เป็นเรื่องลับ แต่มันเป็นเรื่องของเซ้นส์ ลุงเน้นทำตามความต้องการของลูกค้าเหมือนเราเป็นหมอ เป็นหมอผ้า ก็ต้องอยู่ในจรรยาบรรณ รู้สึกภูมิใจนะที่ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเล็กๆ ข้างถนน มีส่วนกับความสวยงาม ความหล่อ ของศิลปิน มีความสุขกับการทำงาน เพราะเราทำให้ลูกค้าที่มาจ้างรู้สึกสวย และหล่อ ใส่เสื้อผ้าจากมือเราแล้วเกิดความมั่นใจขึ้น ตอนนี้ย้ายร้านเข้ามาอยู่ในซอยรามอินทรา 95 แล้ว เพราะเจ้าของที่ตั้งร้านเดิมเขาขายที่ ร้านตอนนี้เป็นห้องเล็กๆ อยู่ใต้อพาร์ทเม้นท์ เจ้าของเขาเมตตามีน้ำใจไม่คืดค่าที่ เก็บแต่ค่าไฟ งานยัไม่ค่อยหวือหวา มีแต่ลูกค้าเดิมที่ตามมา และช่วยบอกต่อให้ ราคาที่ลุงทำไม่ถูกไม่แพง เรียกว่าสมน้ำสมเนื้อ บางคนมาทำบอกว่าแพงไปจ้างที่อื่นทำใส่ไม่ได้ก็เอามาให้ลุงแก้อีก ของลุงทำแล้วรับประกัน 1 อาทิตย์ ใส่ไม่ได้ หรือยังไม่พอใจ ยังไม่มั่นใจ เอามาแก้ฟรี ถ้าอยู่ในประกัน ลูกค้าบางคนยังหัวเราะมีประกันด้วยหรอ"

     เห็นหน้าโหดๆ แบบนี้ ลองได้คุยกับ ลุงเชียร ใครๆ ก็หลงใหลในคำพูดคำจาไพเราะเสนาะหู อัธยาศัยดี มีความเป็นกันเองกับลูกค้าทุกคน

     "เคยมีผู้หญิงถือถุงผ้ามายืนหน้าร้านลุง ท่าทางเกร็งๆ พอลุงถามว่าลูกมาทำอะไรคะ หรือเวลามีลูกค้าผู้ชายมาถามว่าลูกมาทำอะไรครับ เขาก็ยิ้มแล้วบอกว่า โอ๊ยลุงรู้มั้ยหน้าตาลุงนี่โหดจนหนูฉี่จะแตก บางคนก็บอกว่าเห็นลุงหน้าโหดๆ ไม่คิดเลยจะเย็บผ้าดีกว่าผู้หญิงอีก"

     แม้อายุมากขึ้นต่อเนื่อง ตามกาลเวลาพาให้เติบใหญ่ ให้ร่วงโรยเป็นธรรมดาของโลก ลุงเชียรขอเป็นหมอผ้าไปจนกว่าจดหมดเรี่ยวหมดแรง ต่อให้ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ก็ไม่เลิก 

     เพราะการ ตัดเย็บ ปะชุน ซ่อมแซม แต่งทรง เสื้อผ้า เป็นความสุขที่ขาดไม่ได้แล้ว