หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 27 ธันวาคม 2560 เวลา 20:59

ก้าวต่อไปของ "ไหทองคำ" เมื่อไม่ได้เป็นแค่ไม้ประดับ

  • 1,881 view
  • share

เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2560 "เสี่ยประจักษ์" ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ นายใหญ่ค่าย "ไหทองคำ เร็คคอร์ด" นำข้อมูลในบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่มีเงินคงค้างอยู่ 1.74 บาท มาโชว์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความบรรยายตัดพ้อชีวิตเล็กๆ ตามประสาคนคิดบวกชวนให้อมยิ้ม "ชีวิตเคยติดลบ ตอนนี้ดีขึ้นมาหน่อย เข้าสู่แดนบวกแล้ว..."

      ตอนนั้นหนุ่มใหญ่ อดีต สจ.ยโสธร ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับตลกซุป’ตาร์ "เท่ง เถิดเทิง" ใครๆ พากันเรียกขานว่า "เท่ง 2" ขับรถพา "ลำไย ไหทองคำ" และ "อาม ชุติมา" ไปฝากเนื้อฝากตัวกับค่ายเพลงชั้นนำ ชั้นกลาง หลายต่อหลายค่าย เจอแต่คนส่ายหน้าอย่างกับพัดลม พอตกลงกันได้ กำลังจะปล่อยของก็มีเหตุให้ต้องสะดุด

       นั่นอาจจะเป็นเพราะ "สวรรค์บันดาล" ให้ต้องเป็นเศรษฐี เป็นเสี่ยเจ้าของค่ายดูดีมีสง่า อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

      หลังจากผ่านบททดสอบมาอย่างทุลักทุเล พอเลยช่วงต้นปี พ.ศ. 2560 มาไม่กี่เดือน เพลง "ผู้สาวขาเลาะ" ของ ลำไย ไหทองคำ ฮอตฮิตติดลม รวมทั้งเพลง "อดีตเคยพัง" ของอาม ชุติมา ดังเป็นพลุแตก เจ้าภาพจัดงาน โบรคเกอร์จัดหางานศิลปิน เจ้าผับบาร์ วิ่งชนเสี่ยประจักษ์กันอลหม่าน

      เพื่อแย่งคิว ลำไย และอาม สองสาวในสังกัดที่กลายเป็นซุป’ตาร์อินดี้ขวัญใจมหาชน รับทรัพย์นับตังค์ยัดบัญชีเงินฝากกันแทบไม่ทัน สร้างสถิติใหม่จารึกไว้ในวงการมากมาย ค่ายมาตรฐานได้แต่มองตามตาปริบๆ

      จากค่ายเพลงไม้ประดับที่มีต้นทุนต่ำ ประสบความสำเร็จล้นหลาม เลื่อนขั้นเป็นค่ายเพลงชั้นนำภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี มี "สน.ลำลูกเดียว (ไหทองคำอินดี้)" เป็นฐานบัญชาการชัดเจน แม้ไม่ใหญ่โตโอฬาร แต่เมื่อนำรายรับตลอดปีนี้ ที่ไหลมาเทมามหาศาล หักกับต้นทุนที่มีเพียงแค่ 1.74 บาท ไหทองคำฯ ได้กำไรสุทธิไม่น้อยหน้า หรืออาจจะมากกว่า ค่ายใหญ่ตึกสูงเสียดฟ้า

        หลังจากไหทองคำฯ เป็น "แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์" ไม่ได้เป็นค่ายเพลงต้นทุนต่ำ ไม่ใช่ไม้ประดับอีกต่อไปแลัว ปีหน้าฟ้าใหม่ จะก้าวต่อไปอย่างไร ไปฟัง "เสี่ยประจักษ์" แย้มให้ฟังกัน

      แผนการทำงานปีหน้าฟ้าใหม่?
      "ปีหน้าก็ต้องรักษาฐานที่เป็นอินดี้ไว้เหมือนเดิม และหาดาวรุ่งดวงใหม่มาต่อยอดความสำเร็จ ของลำไยก็ไม่เพลงส่งมาให้คัดเลือกแล้วประมาณ 3-4 เพลง แต่ยังไม่ออก รอฟีเจอริ่งกับสองศิลปินที่เป็นตัวพ่อของอินดี้ก่อนในช่วงปีใหม่ คนหนึ่งคือ เพชร สหรัตน์ ส่วนอีกคนหนึ่งขออุบไว้ก่อน เพราะเพลงเดียวของน้องเขากำลังฮอตอยู่ ต้องให้เพลงเดียวของเขาทำงานไปก่อน"

      มีความกดดันมากน้อยแค่ไหน?
      "ก็กดดัน แต่ก็มองเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครถูดล็อตเตอรี่ รางวัลที่ 1 รางวัลที่ 2 ติดต่อกันทุกงวดหรอก แค่รักษาฐานของเราเรื่อยๆ ไปก่อน ไม่คาดหวังว่าจะพีคเหมือนเพลงผู้สาวขาเลาะ 326 ล้านวิว ซึ่งเราก็เจอกับปัญหาบางประการ เพลงนี้โดนบล็อคไป ซึ่งเราไม่รู้ว่ามีต้นเหตุมาจากอะไร มีอยู่ 3 เพลงที่เราโดนบล็อคจากยูทูบแบบหาสาเหตุไม่ได้ ไม่รู้ว่ามีกระบวนการอะไรหรือไม่ เช่นแฮคข้อมูล หรือนำข้อมูลของเราไปซ่อน โดยไม่ผ่านอีเมล์ของช่อง เพราะอยู่ๆ ก็หายไปแบบไม่มีต้นสายปลายเหตุ ก็มีน้องเมย์ จิราพร ที่ร้องเพลงสาวขี้เหล้า เขาก็โดน และโทรมาปรึกษากัน และอีกหลายเพลง"

      เล็งปั้นใครขึ้นมาเสริมทัพ?
      "ที่คิดว่าใช่อีกคนคือ น้องแอนนา วานร ไหทองคำ หรือชื่อเดิม ยอดข้าว คำนาง คนนี้ก็ไม่ใช่หน้าใหม่นะมีชั่วโมงบินอยู่ น้องเขาขออนุญาติพี่บ่าวข้าวเหนียว มาร่วมงานกับเรา พี่บ่าวก็ยินดียกเลิกสัญญาให้ ก็มาอยู่ด้วยกันแล้วตอนนี้ และก็มี น้องดาว ชลิตา เมื่อก่อนก็อยู่อีกค่ายหนึ่ง ก็ขอมาอยู่ด้วยกันแล้ว คิดว่าน่าจะมีผลงานทางอินดี้ที่หลากหลายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับน้องๆ ที่ทำเพลงโดนมาแล้ว แต่อยู่คนละช่อง เราก็ทีการดึงเข้ามา ร่วมเดินสายคอนเสิร์ตเพื่อให้เกิดความแข็งแรงขึ้น"

     บุคลากรที่ไหทองคำฯ ต้องการมีคุณสมบัติอย่างไร?
    "ผมไม่มีสเปคนะ ใครมีอะไรแปลกๆ มานั่งคุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แปลก สด นี่เป็นคอนเซ็ปที่ผมคิดนะ ทุกวันนี้ผมว่ามีผลงานซ้ำร่องเดิมมากพอสมควร ก็ต้องหาอะไรใหม่ๆ ผมเชื่อว่าทุกค่ายก็หาของอยู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอะไรคือความแปลก ยกตัวอย่างเพลงที่ได้รับความนิยมมาจากประเทศอินโดนีเซีย เม็กซิโก นี่ก็แปลกมีเมโลดี้สวยแปลกโดนเลย"

      มีผลงานเนื้อๆ เน้นๆ อีกมั้ย?
      "ปีหน้าหลักๆ เลยก็จะมีหนังผู้สาวขาเลาะเลยครับ ถ้าไม่ทำชั่วโมงนี้ก็คงจะเสียของ เราไม่ใช่คนทำหนังนะ ไม่ได้ทะเยอทะยานมาจากทำเพลงมีกระแสแล้ว ก้าวกระโดดมาแอคอาร์ต ไม่ใช่เลย เพียงแต่เราคิดว่า ควรจะทำอะไรต่อยอดเพื่อตอบแทนแฟนเพลง ไม่ได้คิดการใหญ่เลยนะ ทำเล็กๆ ค่อยๆ ทำไป แต่เมื่อทำอะไรแล้วก็ต้องทำจริงจังทำเล่นไม่ได้ เมื่องานเริ่มไหล มีสปอนเซอร์เข้ามาช่วยดูแลบ้าง ก็เลยต้องเลือกใช้ทีมงานมืออาชีพ ก็มีความคาดหวังอยู่ลึกๆ แอบฝันเหมือนกันว่าจะได้การต้อนรับที่ดี ส่วนรายได้จะน้อยหรือมาก เรื่องนี้ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด"

      มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่?
     "ผมคิดว่าปีหน้าตลาดเพลงคงจะดุเดือดนะ โดยเฉพาะตลาดเพลงอินดี้ มีค่ายเล็กค่ายใหญ่ ค่ายมาตรฐาน และค่ายที่กำลังไต่เพดานอยู่ ก็ทำกันออกมาเยอะมาก เหมือนกับเรานั่นแหล่ะ เป็นพรรคพวกกันทั้งนั้น มีเพลงให้เลือกเสพมากขึ้น อยู่ที่ว่าจะโดนหูผู้บริโภคขนาดไหน ส่วนของเรา ลำไยจะยังไม่ปล่อยซิงเกิ้ลเดี่ยวออกมา เรามีแผนที่จะปล่อยเพลงฟีเจอริ่งสองเพลงในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ.2561 อาม ชุติมา ก็มีเพลงไปต่อหรือพอส่ำนี่ ทำงานต่อจากเพลงอดีตเคยพัง 35 ล้านวิวแล้วตอนนี้ เอ็มวีก็ 10 ล้านวิว ภายในเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ก็ถือว่าเป็นเพลงที่มาเร็ว"

     การที่มีค่าย และศิลปินแนวอินดี้ผุดขึ้นมามาก มองเป็นคู่แข่งหรือเป็นเรื่องที่ดี?
    "ผมว่าดีนะ ทำให้มีการโฟกัสมาทางอินดี้มากขึ้น เหมือนมีพันธมิตร ซึ่งบางค่ายบางคนก็เป็นเพื่อน เป็นไอดอลของเรานะ เป็นครูบาอาจารย์ในวงการ เราไม่อยากไปมองว่าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ เรามาจากรากหญ้า มาจากรากเหง้าอีสาน มีพื้นเพเดียวกัน เหมือนกับคนเสี่ยงโชคกับล็อตเตอรี่ ซื้อได้ทุกคน เพียงแต่ว่าใครจะเอามุมมองของความแตกต่างต่างตรงไหนมานำเสนอ"

     ส่วนตัวให้นิยามคำว่าอินดี้ไว้อย่างไร?
    "อินดี้สำหรับผม คืออะไรที่มันอยู่นอกระบบ ไม่มีกระบวนการจัดการที่ลึกลับซับซ้อนมาก ทุกอย่างก็เป็นอินดี้หมดแหล่ะ ก่อนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก่อนเข้ากระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน ประเภทต้นทุนต่ำ ไม่ใช่แค่เพลงแค่หนัง วิถีชีวิตที่อาจจะเป็นเชฟ ยกตัวอย่างพวกที่ทำกระทะโน่นนี่นั่น หรือเน็ตไอดอลต่างๆ ก็ใช้คำว่าอินดี้ได้นะ เพราะเขาก็เป็นศาสตร์อีกศาสตร์หนึ่ง ทุกศาสตร์ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการผลิตที่ลงทุนเยอะผมว่าเขาก็อินดี้หมด พวกกะเทยไทบ้านที่ทำคลิปออกมา อย่างน้องๆ ที่มาเล่นหนังผู้สาวขาเลาะด้วยกัน เขาก็มาจากวิถีชีวิตท้องถิ่นอีสาน ก็น่าจะอินดี้นะ แต่นิยามของผมคืออยู่กับอะไรที่มันสัมผัสได้ อยู่กับสังคมรากหญ้า อยู่กับต้นทุนต่ำ ไปง่ายมาง่าย เพลงก็ต้องโดน ลักษณะแปลกและสด คือหน้าต้องสดต้องมาใหม่หน่อย หน้าที่ทำงานแล้ว ก็จะขับเคลื่อนกระบวนการโปรโมทยากหน่อย"

     คิดว่าประสบความสำเร็จสูงสุดหรือยัง?
    "ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากในชีวิต มาอยู่จุดนี้ได้ คิดว่ามาไกลแล้ว คิดว่าถึงจุดที่สูงสุดแล้วแหล่ะ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะ จากนี้ไปก็ประคองตัว อยู่กับพรรคพวกเพื่อนฝูง น้องนุ่งในวงการ เป็นที่ปรึกษาบ้าง ช่วยกันคิด ไม่ได้คิดว่าตนเองจะเก่งกาจอะไรมากมาย ไม่คิดว่าจะต้องขยายอะไรให้ใหญ่โตเหมือนค่ายยักษ์ใหญ่ เอาเท่าที่เราดูแลองค์กรให้เดินหน้าต่อไปได้ก็พอแล้วครับ"



 

  • 1,881 view
  • share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ