หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 31 ตุลาคม 2560 เวลา 13:17

ไปเจอกันที่ศาล! ผู้สร้าง "หนังลำไย" ลั่นผกก.ฟ้องมาก็ฟ้องด้วย

  • 44,385 view
  • share

ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์" ผู้อำนวยการสร้างหนัง "ผู้สาวขาเลาะ" ไม่เครียด "บอย อุเทน" ผกก. เตรียมฟ้องดำเนินคดีตามกฏหมาย หลังวงแตกแยกทางกัน พร้อมไปสู้ในศาล และเตรียมฟ้องด้วยเหมือนกัน

    หลังจาก "ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์" ผู้บริหารไหทองคำอินดี้ ในฐานะผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "ผู้สาวขาเลาะ" ที่มี "ลำไย ไหทองคำ" และ "อาม ชุติมา" สองนักร้องสาวซูเปอร์สตาร์อินดี้ สวมคอนเวิร์สแยกทางกับ "บอย" อุเทน ศรีริวิ ผู้กำกับ ยุติการถ่ายทำหลังจากเปิดกล้องไปเพียง 6 วัน สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนๆ ที่รอติดตามผลงาน โดยทางผู้กำกับที่แจ้งเกิดจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องผู้บ่าวไทบ้าน เผยว่าเตรียมยื่นฟ้องเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายกับผู้บริหารไหทองคำอินดี้ ตามที่มีรายงานข่าวไปแล้วนั้น

    ความคืบหน้าเรื่องนี้วันที่ 31 ต.ค. ทางด้าน "ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์" ออกมาเปิดเผยว่า โดยส่วนตัวไม่ได้มีความรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวล กับกรณีที่ "บอย" อุเทน ศรีริวิ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เตรียมฟ้องดำเนินคดีตามกฏหมายแต่อย่างใด พร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล และตนก็ได้มีการปรึกษากับทีมทนายความเพื่อเตรียมฟ้องดำเนินคดีกับผู้กำกับคนดังกล่าวเช่นเดียวกัน

    "ฟ้องก็ฟ้องเจอกันที่ศาล ผมได้เรียกทีมทนายความมาปรึกษาแล้วเช่นกัน เป็นทีมทนายความที่มีประสบการณ์เคยทำคดีให้กับค่ายหนังมาแล้วทั้งนั้น ตอนนี้ผมตั้งหลักได้แล้ว เตรียมยื่นฟ้องเหมือนกัน เพื่อปกป้องศักดิ์ศรี บอกว่าผมไม่จ่ายเงินหมิ่นประมาทกันนะ ทักครั้งที่คุณเบิกผมก็ให้ตามที่เบิกนะ ถ้าคุณเบิกล้านผมก็จ่ายล้าน แต่นี่คุณเบิกมาครั้งละ 2 แสน 3 แสน  ผมก็จัดการให้ตามที่เบิก และทุกครั้งที่เบิกก็ต้องมีการต่อรองกันก่อนทุกครั้ง ผมเป็นผู้จ้างเป็นคนจ่ายเงิน ก็ต้องเหลียแลกันบ้าง เมื่อไม่เหลียแลกันผมก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร ผมจ้างทำงานตามสั่งไงครับ ไม่ใช่ลูกหนี้ ผมปรึกษาทีมงานทำหนังค่ายใหญ่เหมือนกัน ระหว่างทำงานมีการปรับเปลี่ยนบทเพิ่มเติมนักแสดงกันได้ตลอดนะ ให้เข้ากับยุคสมัย ให้ผลงานออกมาดี ซื้อขำซื้อฮา ไม่ได้จ่ายด้วยเงินเป็นเรื่องของการซื้อความคิดกันได้ ในสัญญาที่ส่งมาในเมล์ผมครั้งแรก ห้ามเข้าไปล่วงล้ำการทำงานจนกว่าจะได้ก๊อปปี้เอ มีที่ไหนเขาทำกัน ผมจึงไปเอาสัญญาของค่ายหนังใหญ่มาแย้ง เป็นสัญญาจริงแต่ต้องอยู่ในธรรมาภิบาลด้วย ผมจ่ายไปครึ่งแล้ว แต่นี้ไปต้องทำให้เรียบร้อยจึงจะได้งวดที่ 4 และได้โรงฉาย มีกำหนดวันฉายถึงได้งวดสุดท้าย สร้างหนังง่ายมากแต่หาโรงฉายไม่ง่าย เงินค่านักแสดงเป็นสิทธิของผม ก็กันไว้ในสิทธิของผมอยู่ เขาจะฟ้องเรียก 6 แสน ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าใครบาน เวลาเขาออกปากเบิกเงินมา ไม่เกิน 10 นาทีก็โอนให้เลยนะ ไม่มีไม่อยากโอน คือถ้าเขาขอเบิก 1 ล้าน ผมก็จะโอนให้ 1 ล้าน แต่นี่เบิกกระปริบกระปรอยไง ทุกครั้งที่เบิกก็ต้องผ่านเพื่อนผมเป็นคนกลาง โดยที่ไม่ผ่านผู้จัดการกองถ่าย คือ แคนดี้ รากแก่น กับ ตุ๊ด นาฬิกา พอเปิดกล้องมาก็ตรงกับผมแล้วไม่ผ่านสองคนนั้นเลย" 

     "ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์" เผยอีกว่า เชื่อว่าหลักฐานที่ตนมี สามารถใช้ต่อสู้ในชั้นศาลได้ เมื่อเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

     "มั่นใจว่าหลักฐานที่ผมมีสู้ได้ สัญญาแรกร่างแบบมัดมือชกจนมีการแย้งว่า ต้องมีกระบวนการตรวจสอบได้ มีทีมงานร่วมกันคิดร่วมกันทำให้คนลงทุนเกิดความพึงพอใจ ปรับให้ลงตัวเพื่อความสมบูรณ์ สุดท้ายจึงมีการแก้ไขสัญญาเมื่อมีการแย้ง ซึ่งอันที่เขาลงในเฟซบุ๊กเป็นอันที่แก้ไขแล้ว ซึ่งสัญญาแรกเขาส่งมาในเมล์ผม ผมจะเอาอันนี้แหล่ะเป็นหลักฐาน ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร นี่คือมูลเหตุของความขัดแย้ง ซึ่งผมไม่มีประสบการณ์เรื่องหนังพร้อมจ่าย แต่เมื่อมีการแย้งและแก้ไขก็มีการส่งอีเมล์มาให้ผม พร้อมจะให้การในชั้นศาล ผมเรียนกฏหมายมา ไม่ตกใจ ผมจะรักษาความถูกต้องในสังคม ให้เป็นบรรทัดฐาน ผมไม่ได้ท้าทาย แต่ผมว่าผมถูกกระทำนะไม่อยากให้ใครต้องเจอเหมือนผมอีก" ประจักษ์ชัยกล่าว

 

 

 

 

  • 44,385 view
  • share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ