หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 28 ตุลาคม 2560 เวลา 10:58

สุขจริงที่บ้านไร่ปลายนา "ต้นคูน อนันตา" ลงมือทำตามที่พ่อสอน

มนุษย์เรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ต่างกันตรงกิเลส คือ ความไม่พอดี ความไม่พอเพียง จึงเกิดการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เสาะแสวงหาโดนไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเราอยู่ในความพอเพียง พอดีได้ เราก็มีความสุข

     นี่ความคิดของ “ต้นคูน อนันตา” ศิลปินเสียงอีสาน ลูกหลานบ้านเทพเจริญ ต.ไทยเจริญ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร ผู้ขับร้องเพลง “มนต์ฮักวิมานพญาแถน” เรียกแขกมาเที่ยวชมเมืองบั้งไฟไม่ขาดสาย ที่มองเห็นความมั่นคงมาก่อนความมั่งคั่ง หันหลังให้เมืองหลวง กลับบ้านเกิดเมืองนอนไปลงมือทำสิ่งที่ พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 สอนว่า “พอเพียงนี่แหล่ะพอดี” แม้แต่องค์การสหประชาชาติยังได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไปใช้ในการพัฒนาทุกภูมิภาคทั่วโลก

     หลังจากระหกระเหินเข้ามาตามความฝันในกรุงกว่า 5 ปี ปัจจุบันนี้ “ต้นคูน อนันตา” ที่มีชื่อจริงว่า “อนันตา เศิกศิริ” กลับไปพลิกฟื้นผืนดินที่ราบสูงให้เป็น “ไร่ภูลดา” ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ยึดคำสอนพ่อเป็นหลักในการดำเนินชีวิต อยู่อย่างพอเพียงที่บ้านปลายนา ซึ่งเปิดเป็นบริษัท T-en Music รับจัดอีเว้นท์ และเป็นค่ายเพลงควบคู่กันไปในตัว สร้างความสุขและความสำเร็จของชีวิตแบบยั่งยืน 

     บนเนื้อที่ 21 ไร่ แต่เดิมทำนาอย่างเดียว “ต้นคูน” ปรับมาทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา แตงโม ฟักทอง อินทผลัม ฯลฯ พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ เลี้ยงปลา ไก่ สุกร แพะ นอกใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองได้แล้ว ยังมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีกด้วย

     “ผมมีความคิดที่จะทำการเกษตรตั้งแต่เป็นศิลปินอยู่แล้ว มีความคิดเรื่องทำเกษตรมาตั้งแต่เด็ก ผมอยู่กับทุ่งนา เรียนรู้วิถีชีวิตมาทุกอย่าง พอมีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัย ได้เติมเต็มแนวคิดการสร้างความมั่นคงให้ชีวิต การกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของตัวเองมีความสุขมาก แน่นอนช่วงแรกที่ทำต้องมีความรู้สึกเหนื่อยล้าบ้างเป็นธรรมดา แต่หากเรามีความเพียร มีความตั้งใจจริง ก็จะได้พบกับความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เป็นรางวัลตอบแทนหยาดเหงื่อแรงหายที่เราเสียไป ดั่งมงคลพระบรมราโชวาทที่ว่า ความเพียรกับความอดทนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้งานใดๆ บรรลุผลได้ เมื่อมีความเพียรความอดทนแล้ว สิ่งอื่นก็มา แต่ในความเพียรความอดทนนี้ก็ต้องมีการเอาใจใส่ การเอาใจใส่นั้นคือติดตามอยู่ตลอดเวลาว่างานของเราไปถึงไหน แล้วก็ไม่ควรจะเผลอ ต้องให้มีการดูติดตาม ซึ่งตอนนี้เมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่ผมหว่านลงไปบนผืนดินของพ่อแม่ก็เริ่มทยอยออกดอกออกผลแล้ว  หลังบ้านผมจะปลูกผักสวนครัว โหระพา กะเพรา ผักบุ้ง สะระแหน่ ผักพาย (ผักก้านจอง) ที่ปลูกเพราะเป็นพืชที่เก็บเกี่ยวได้เร็ว มีแม่ค้าพ่อค้ามาขอซื้อตลอด อย่างผักบุ้ง ผักก้านจอง ขายกำละ 3 บาท 3 กำ 10 บาท ผมขายราคาถูกเพราะปลูกเองตามธรรมชาติ ใส่ปุ๋ยที่ทำจากแกลบ และขี้หมู และปุ๋ยหมักจากจากพืชผักที่เน่าเสีย ไม่ได้ลงทุนอะไรมาก นอกจากนี้ยังปลูกแค มะเขือเทศ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว และเตรียมปลูกมะละกอแขกดำ เมื่อโตแล้วก็นำไปปลูกภายในไร่” 

     “ต้นคูน” กล่าวต่อว่า แม้จะเป็นลูกชาวนาโตมากับการทำการเกษตร แต่การคืนสู่ธรรมชาติแม้ไม่ต้องปรับตัวมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องเปิดรับข้อมูลจากผู้รู้ ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ศึกษาข้อมูลจากปราชญ์ชาวบ้าน เกษตรอำเภอ บทความในอินเทอร์เน็ต รวมทั้งศึกษาข้อมูลจากทุกแหล่ง

     “ตอนนี้เป็นช่วงที่ผมได้เรียนรู้และทดลองไปในตัวด้วยว่าควรใช้ดินแบบไหนอย่างไร ใช้มูลสัตว์แบบไหน บางทีเกษตรอำเภอบอกว่าต้องใช้ดินอย่างนี้ แต่ผมจะพยายามศึกษาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น บรรพบุรุษมักจะพังจอมปลวกแล้วแยกเอาดินมาปลูกหอม กระเทียม สะระแหน่ ถั่วฝักยาว โดยใช้ดินจอมปลวกซึ่งมีธาตุอาหารสูงลองพื้น ใช้ฟาง มูลวัวเป็นองค์ประกอบในการปลูกด้วย ดินในไร่ผมแบ่งออกเป็น 2 โซน ด้านหน้าจะเป็นดินทราย จึงปลูกมันสำปะหลังกับพืชล้มลุกอย่างถั่วลิสงได้ผลดี ส่วนโซนด้านหลังบ้านเป็นดินคุณภาพดี หน้าดินเป็นดินเหนียว มีจอมปลวกเยอะ ปลูกพืชอายุสั้นได้เจริญเติบโตดี” 

     การนำอินทผลัมมาปลูก “ต้นคูน” บอกว่า เพื่อต้องการรองรับสถานการณ์ราคายางพาราในตลาดที่อาจตกต่ำในอนาคต ช่วงแรกปลูกเฉพาะพันธุ์เดกเลทนัว หรือพันธุ์กินแห้งอย่างเดียว ซื้อต้นมาในราคาต้นละ 60 บาท ปลูกครั้งแรก 650 ต้น ใช้ทุนเยอะพอสมควร ปีถัดมาใช้ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพราะเนื้อเยื่อร่วมด้วย จำนวนปลูกประมาณ 1,000 ต้น นอกจากเป็นพืชเศรษฐกิจแล้ว การปลูกอินทผลัมมีความสนุกตรงที่ได้ลุ้นเพศด้วย

     “การปลูกอินทผลัมมันมีความสนุกตรงที่เราไม่รู้เพศ เราได้ลุ้นเพศของมัน ได้ลุ้นตลอด ถ้าซื้อมา 100 ต้น มีตัวเมีย 2 ต้น ก็จะเสียความรู้สึกหน่อย เพราะอยากได้ตัวเมียมาก เพราะต้นตัวเมียแต่ละต้นจะแตกหน่อได้ 15-20 ต้นเลย ผมมองถึงอนาคต นำเอาอินทผลัมไปแปรรูปเป็นอาหารเสริมนักกีฬา เพราะมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการอ่อนเพลียได้ คนที่ออกกำลังกายเยอะเมื่อกินเข้าไปจะมีเรี่ยวแรงมีกำลังวังชา ชาวมุสลิมนิยมกินช่วงถือศีลอดเพื่อบรรเทาความหิว นอกจากนี้อินทผลัมยังช่วยลดความดัน เบาหวาน บำรุงสมรรถภาพทางเพศ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ให้นมบุตรอีกด้วย ตอนนี้จึงซื้ออินทผลัม 4 สายพันธุ์ใหม่ตามคัมภีร์อิสลามระบุว่า รสชาติอร่อย ปลูกในไทยแล้วดี ได้แก่ พันธุ์โคไนซี่ พันธุ์บาฮี พันธุ์อัจวะห์ พันธุ์คาลาส มาทดลองปลูกในท่อซีเมนต์ ซึ่งจะควบคุมปุ๋ยและควบคุมหญ้าได้ดีกว่า” 

     ส่วนแผนในอนาคต “ต้นคูน” มีโครงการทำแปลงปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงโค เพราะตั้งเป้าว่าจะเลี้ยงโคพันธุ์พื้นบ้าน และพันธุ์ผสม และการสร้างโรงเรือนเกษตรอินทรีย์ โดยหมายมั่นปั้นมือให้ไร่ภูลดาแห่งนี้ เหมือนดั่งสวรรค์ที่ตั้งอยู่บนผืนดินของพ่อแม่ สร้างคามสุขที่ยั่งยืนให้โดดเด่นเป็นรูปธรรม

     ความสุขจริงๆ ที่สามารถจับต้องได้

 

  

  

  

  

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ