หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 12 ตุลาคม 2560 เวลา 15:51

นางฟ้าบ้านตอง 5 "น้องแป้ง" หลาน "แม่นก" สู้ถวายหัวไม่ยอมให้ "เสียงอิสาน" สิ้นลมหายใจ

ย้อนกลับไปมากกว่า 40 ปี "นกน้อย อุไรพร" เดินทางรอนแรมข้ามห้วยจากศรีสะเกษอีสานตอนใต้ มาลงหลักปักฐานกับ "อาวทิดหลอด" มัยกิจ ฉิมหลวง ยังเมืองอุดรฝั่งอีสานตอนบน ปลูกสร้างวงหมอลำกลอนแสดงถึงเช้า ปากกัดตีนถีบจนได้รับความนิยมเจริญเติบโตมาเป็น "คณะหมอลำเสียงอิสาน" ธุรกิจหลักของครอบครัว

     โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ช่วงโชว์ตลก มีมุขเรียกเสียงหัวเราะจากแฟนๆ ได้เป็นอย่างดี ในแต่ละปีทุ่มงบประมาณสร้างสรรค์ผลงานไม่อั้น พัฒนาการโชว์เพลงบวกแสงสีเสียงแดนเซอร์เต็มเวที และการแสดงลำเรื่องต่อกลอน ออกมายิ่งใหญ่อลังการ ครองใจมหาชนเป็นวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำเบอร์ 1 ว่ากันว่าช่วงพีคของเสียงอิสาน ต้นสังกัดอย่าง "ท็อปไลน์ มิวสิค" มีรายได้จากการจำหน่ายบันทึกการแสดงสด โดยเฉพาะตลก มากถึงร้อยล้านพันล้าน ดร.ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม นายใหญ่ท็อปไลน์ฯ ซื้อทองคำเป็นกระบุง ขนไปตบรางวัลให้กับทีมงานเสียงอิสานถึงที่ ตั้งแต่ดาวประจำวงลงไปยันแม่ครัว คอนวอย ถึงสองรอบ

     จากเคยเช่ารังอยู่ "นกน้อย-อาวทิดหลอด" มีเงินมีทองซื้อที่ซื้อทางสร้างอณาจักร ปลูกคฤหาสน์หรูดูเด่นเป็นตระหง่าน เรียกขานว่า "บ้านตอง5" หรือ "บ้านพักเสียงอิสาน" บนเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล ในบ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี มีที่พักอาศัยให้สมาชิกกว่าครึ่งพันได้กินอิ่มนอนอุ่น

     แม้เคยประสบช่วงวิกฤติทางเศรษฐกิจ  จนมีข่าวลือว่าจะยุบวง เป็นหนี้เพราะมีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย แต่ด้วยอุดมการณ์มุ่งมั่น ต้องการสืบสานศิลปวัฒนธรรมอีสาน ให้เป็นมรดกความงามจากรุ่นสู่รุ่น หญิงแกร่งอย่าง นกน้อย อุไรพร ไม่ยอมถอดใจ ฮึดสู้ร้องลำทำงานปลดหนี้ บวกกับได้รับการช่วยเหลือจากท็อปไลน์ฯ เอาตัวรอดมาได้ ปรับเปลี่ยนการแสดงให้ดูสนุกสนานน่าติดตาม ได้รับคะแนนนิยมจากมิตรหมอแคนแฟนหมอลำ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ อีกครั้ง 
 
     เสียงอิสานผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดู ในขณะที่แม่นกร่วงโรยไปตามกาลเวลา ยังมีจิตใจเข้มแข็งสู้เต็มร้อย แน่นอนต้องมีความหวังให้ธุรกิจวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ ที่ร่วมด้วยช่วยกันกับอาวทิดหลอดสร้างมากับมือจากต้นทุนอันน้อยนิด จนเติบใหญ่ไม่เพียงแต่ตัวกิจการ หากแต่ส่งต่อทักษะให้กับลูกๆ หลานๆ เกิดขึ้นมาสืบสานมรดกความงามจากรุ่นสู่รุ่น อยู่รอดในวงการให้ยาวนานที่สุด  มิเช่นนั้นน่าจะถอดใจไปนานแล้ว

     ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และเติบโตยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา การเข้ามาของสื่อโซเชียลทำให้โลกเปลี่ยนทุกวัน มีกลไกลซับซ้อนมากขึ้น การแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สื่อถึงกันโดยตรงได้ง่ายดายเพียแค่ปลายนิ้วสัมผัส คำถามที่ตามมาคือ ลูกหลานเหล่านั้นจะยังรักษาความยิ่งใหญ่ของธุรกิจพ่อแม่เอาไว้ได้หรือไม่ มีใจและมีไฟ มีสติอดทนต่อสิ่งเร้ารอบข้างได้มากน้อยแค่ไหน

     เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะสร้างแรงกดดันให้กับแม่นกไม่มากก็น้อย เพราะที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นมากมาย วงดนตรีใหญ่ๆ ต้องยุบตัวไปกลายเป็นตำนานที่หมดลมหายใจ เพราะคนเจเนอเรชั่นใหม่หันไปตามฝันส่วนตัว ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมของตระกูล เมินที่จะรักษาธุรกิจให้เติบโตต่อไปอย่างยาวนาน

     แต่การบรรยายความในใจเป็นภาษาอีสานลงบนเฟซบุ๊กของ "น้องแป้ง" ณัฐธิดาพร ขันขำ หรือ "น้องแป้ง เสียงอิสาน"  ที่ดูแล้วมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เกินตัว พร้อมสู้ถวายหัวเพื่อสืบสานเสียงอิสานให้ยั่งยืน ไม่ยอมให้เป็นเพียงแค่ตำนานที่หมดลมหายใจ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "นางฟ้าบ้านตอง 5" น่าจะเป็นของขวัญเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางจิตใจ ที่แม่นกได้รับจากหลานสาว ไม่เสียแรงเคี่ยวเข็ญให้อยู่ในฮีตฮอยหมอลำ ในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ (11 ต.ค.) ถึงตายก็ตายตาหลับแล้ว

     ขอเว้าหยังจักหน่อยแหน่เด้อจ้าตลอดระยะเวลา 14 ปี บนเวทีเสียงอิสาน ตั้งแต่ยังโตน้อยๆเฮ็ดหยังกะบ่ทันเป็น เต้นบ่เป็น ฮ้องเพลงบ่ม่วน ลำบ่เป็น ไม่ใช่นักร้องประกวด และไม่ได้เก่งมาจากที่ไหน เรียกได้ว่า เริ่มต้นมาจากศูนย์ 

     ตั้งแต่มาอยู่กับแม่ใหญ่ แม่ใหญ่ก็คอยสอนทุกสิ่งทุกอย่าง บังคับเคี่ยวเข็ญให้ทำหมดทุกอย่าง ทั้งร้อง ลำ เต้น เล่นดนตรี ก็เฮ็ดมาเหมิดเเล้ว ตอนนั้นกะบ่เข้าใจดอก ว่าเฮาสิเฮ็ดไปเพื่อหยัง แต่มาฮอดมื้อนี้ แป้งเข้าใจเเล้ว ว่าภาระหน้าที่มันหนักมาก การที่เราต้องแบกคำว่า "เสียงอิสาน" หลานแม่นกน้อย มันยิ่งใหญ่จริงๆสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ต้องทนกับแรงกดดันกับสภาพเเวดล้อมกับคำคอมเม้นท์ต่างๆนาๆ

     สมัยเด็กๆร้องไห้ตลอด เวลาอ่านคอมเม้นท์ แต่พอเราโตขึ้นเราถึงแยกแยะเป็นและเก็บคำติเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเอง แป้งไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนเสียงดี ไม่ใช่คนลำม่วน แต่แป้งจะทำตัวเหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ได้รับหน้าที่ให้ทำอะไรก็จะทำอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดแต่ก็ไม่เคยเกี่ยง ไม่เคยปฏิเสธที่จะทำ 

     จริงอย่างที่คนพูด เสียงของแป้งกับเสียงแม่ใหญ่มันคนละโทน แป้งเสียงทุ้มแม่ใหญ่เสียงแหลม ไม่ควรมาร้องคู่กัน (อันนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไง คงต้องไปศัลยกรรมเสียง 555) ซึ่งหน้าที่นี้ คุณไม่ใช่แป้งคุณไม่เข้าใจหรอก ว่าผู้หญิงที่ชื่อ นกน้อย อุไรพร ท่านเหนื่อยแค่ไหน 

     ท่านมีภาระหน้าที่มากแค่ไหน หน้าที่ของท่านไม่ได้อยู่แค่บนเวที ต้องเลี้ยงลูกอีกไม่รู้ตั้งกี่ร้อยชีวิต อายุมากขึ้น สุขภาพก็ไม่เหมือนแต่ก่อน ซึ่งแป้งเป็นคนใกล้ชิด แป้งเข้าใจทุกอย่าง และสิ่งที่เราจะทำได้คือต้องช่วยแบ่งเบาภาระแม่ใหญ่ 

     แป้งท่องเพลงแทนแม่ใหญ่ทุกเพลง เวลาซ้อมก็ซ้อมแทนตลอด บอกให้ร้องเพลงไหนก็ต้องร้องได้ ไปงานไหนก็ต้องไปคู่กันเพื่อความอุ่นใจของแม่ใหญ่ ก็นั่นแหละค่ะ เหตุผลเพราะแป้งเป็นคนใกล้ชิด อยากจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

     ถึงแม้ว่าใครจะมองว่าไม่เหมาะสม แต่มันคือสิ่งที่เราต้องทำ แป้งไม่ได้ขอให้ทุกคนมาเข้าใจ คน100คน 100ความคิด ต้องมีคนชอบและไม่ชอบ เป็นสัจธรรม แป้งน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาต่อไป

      แป้งอยากขอบคุณทุกคน ที่ให้โอกาส เป็นกำลังใจให้แป้ง ได้ยืนบนเวทีเสียงอิสานอย่างสง่างาม จากวันนั้นถึงวันนี้ มันเป็นความภูมิใจที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ที่ได้ทำหน้าที่เป็นทายาทรุ่นสืบสานตำนานนก. ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่ขอทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ ขอบคุณค่ะ "รักทุกคน" 

    ดีใจกับแม่นกที่มีหลานสาวสวยเก่ง และมีทัศนคติดี ฉายแววทายาทสืบทอดกิจการของครอบครัวเสียงอิสานอย่างยั่งยืน เป็นตำนานที่ไม่มีวันสิ้นลมหายใจ!!

 

 

 

 

 

อ่านเรื่องอื่นๆ