หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 13 สิงหาคม 2560 เวลา 11:25

จะจบตรงไหน? คดีล้วงก้น "เทย์เลอร์ สวิฟท์"

ย้อนไปเดือนมิถุนายน 2013 ที่ เทย์เลอร์ สวิฟท์ เดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตที่เดนเวอร์, โคโลราโด แน่นอนว่าซูเปอร์สตาร์ระดับนี้ไม่ใช่ไปถึงวันแล้วขึ้นเวทีเลย แต่มีการจัด "มีต แอนด์ กรีต" เพื่อแฟนคลับด้วย และหนึ่งในสื่อที่มาร่วมงานก็มี เดวิด มูลเลอร์ ดีเจจากคลื่นวิทยุดังของเดนเวอร์ "KYGO" รวมอยู่ด้วย

    มูลเลอร์มาพร้อมแฟนของเขา "แชนนอน เมลเชอร์" และเขากับแชนนอนได้ชักภาพถ่ายรูปร่วมกับ เทย์เลอร์ สวิฟท์ โดยตามประสาผู้หญิง สองสาวถ่ายภาพแนบชิดสนิทเชื้อ ส่วนอีกด้านหนึ่ง มูลเลอร์ยืนอยู่ห่างจากสวิฟท์พองาม มือขวาเอื้อมไปด้านหลังของเทย์เลอร์แถวๆ สะโพก ซึ่งเมื่อดูจากด้านหน้าและสีหน้าของทุกคนในภาพ ไม่มีใครรู้หรอกว่ามูลเลอร์ล้วงไปจับก้นสวิฟท์จริงมั้ย แต่คนโดนบอกว่าโดน และมันลุกลามเลยเถิด
                  
    มูลเลอร์และแฟนสาวโดนการ์ดมาหิ้วตัวออกจากงาน และจากนั้น 2 วัน เขาก็โดนสถานีวิทยุ "KYGO" ไล่ออก เมื่อสวิฟท์เอาเรื่องไปฟ้อง แต่กว่าจะมีการฟ้องร้องของมูลเลอร์ก็ปี 2015 ที่เขาต้องการเอาเรื่องสวิฟท์ว่าทำให้โดนไล่ออกจากข้อหาที่ไม่เป็นความจริง โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 3 ล้านดอลลาร์ จากนั้นอีก 1 เดือนถัดมา  สวิฟท์ก็ฟ้องกลับ พร้อมบรรยายว่าเหุตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ "เจตนา" ไม่ใช่บังเอิญหรืออะไรทั้งนั้น จนในที่สุดก็มีการนัดไต่สวนชั้นศาล
                  
    สาวสวยวัย 27 ปี ให้การในชั้นศาลที่เดนเวอร์ ว่า "มันเป็นการจับแบบเจตนาค่ะ และมันเป็นการจับที่นานมากด้วย มันเป็นความตั้งใจ ฉันรู้สึกได้ว่าเขาล้วงกระโปรงไปจับก้นฉัน เขาจับก้นฉันข้างในกระโปรง เขาแช่มือไว้ที่ก้นฉันขณะที่ฉันพยายามขยับหนี แต่มือเขาไม่ขยับไปไหนเลย มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน"
                 
    หลังจากนั้นพอ กาเบรียล แม็คฟาร์แลนด์ ทนายของมูลเลอร์ถามว่า ทำไมบอร์ดี้การ์ดของเธอไม่มาขัดขวางถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นจริงๆ สวิฟท์บอกว่า "ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ มันไม่เคยมีอะไรแบบนี้ มันน่ากลัว แล้วก็น่าตกใจมาก"
                  
    ดั๊ก บัลดริดจ์ ทนายของสวิฟท์ เปิดหัวการว่า ความด้วยการบอกเหล่าลูกขุนที่ประกอบไปชาย 2 คน หญิง 6 คน ว่า "แรงจูงใจของเขาคือเงิน เขาต้องการเรียกร้องความสนใจ และต้องการแก้แค้นเจ้านายของเขา"
                      
    ส่วนแม็คฟาร์แลนด์แก้ต่างให้มูลเลอร์ด้วยการพูดตามหลักความจริงว่า มือของมูลเลอร์ไม่มีตรงไหนเลยแสดงให้เห็นว่า "ล้วงกระโปรง" เข้าไปจับก้น "ถ้าคุณดูจากภาพ มือของเขาไม่ได้ล้วงไปใต้กระโปรงของเธอเลย มันไม่ได้กระเพื่อม สั่น หรืออะไรเลย"
                 
    แม็คฟาร์แลนด์ บอกว่า สวิฟท์กล่าวหาโดยประมาท หรือพูดง่ายๆ ว่า สักแต่กล่าวหาว่าโดนมูลเลอร์ล้วงก้น จนชีวิตของคนคนหนึ่งพังทลาย นอกจากนี้ ยังบอกอีกว่าสวิฟท์อาจสับสน และจำผิดคนก็ได้ แต่ บัลดริดจ์ ทนายของสวิฟท์บอกว่า ลูกความคนสวยมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าโดนมูลเลอร์นี่แหละล้วงก้น แถมบอกอีกว่า มูลเลอร์เปลี่ยนเรื่องราวที่เล่าตลอด ทั้งยังทำลายหลักฐานบางอย่างก่อนสู้คดี   
                 
    มูลเลอร์บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "สวิฟท์กอดแชนน่อนด้วยแขนขวา เธอดึงแชนน่อนเข้าหา แล้วก็หันหน้าถ่ายรูป ส่วนผมก็ขยับตามเข้าไปเพื่อถ่ายรูป" และตอนนั้นเองที่มูลเลอร์บอกว่ามือของเขา "อาจจะ" ไปโดนสวิฟท์ช่วงลำตัว แต่ไม่ได้ล้วงก้น และเขาโต้ข้อหาของทนายสวิฟท์ที่บอกว่าเขาเล่าเรื่องไม่ตรงเลยว่า "ผมเสียการเสียงาน และมันเป็นงานที่ผมรัก มันเป็นสิ่งหนักหนาของครอบครัวผม และเพื่อนๆ ผม ผมต้องการเคลียร์ชื่อเสียงของผม"

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ