หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 19 มิถุนายน 2560 เวลา 10:35

แผลใจนักร้องเจ็บแต่ต้องเก็บอาการ!! บนเวทีมือถือไมค์ไฟส่องหน้า...

นักร้องสาวยิ้มแย้มแจ่มใส ขายความงาม ขับกล่อมเสียงเพลง โยกย้ายส่ายสะโพก ร่ายลีลาแดนซ์ สร้างความบันเริงใจ มอบความสุขให้กับแฟนๆ

    นักร้องสาวยิ้มแย้มแจ่มใส ขายความงาม ขับกล่อมเสียงเพลง โยกย้ายส่ายสะโพก ร่ายลีลาแดนซ์ สร้างความบันเริงใจ มอบความสุขให้กับแฟนๆ

    แต่ในเบื้องลึกที่แสงสปอทไลท์ส่องเข้าไปไม่ถึง มีน้อยคนที่จะรู้ว่า พวกเธอก็มีรอยกรีด เป็นแผลในหัวใจซุกซ่อนไว้ "เจ็บแต่ต้องเก็บอาการ" ฝืนยิ้มสู้กับสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจ
 
   ทำหน้าที่ศิลปินรับใช้แฟนๆ ให้สมบูรณ์แบบที่สุด คิดเสียว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบททดสอบจากสวรรค์ ส่งลงมา สร้างภูมิคุ้มกัน ระหว่างเดินตามฝัน บนเส้นทางที่รักและเลือกแล้ว
 
* ลำไย ไหทองคำ การที่โดนมองในทางไม่ดี โดนดูถูกว่าเต้นกินรำกิน โดนด่าสารพัด มีเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจอยู่บ่อยครั้ง ก็พยายามไม่คิดมาก พยายามไม่เสพข่าวทางลบ ฟังเพลงคุยเล่นเพื่อให้ไม่เครียด แต่ถึงเครียดแค่ไหน ถึงเวลาแสดงก็ต้องยิ้มสู้ ต้องทำเหมือนมีความสุขเพื่อให้คนที่มาดูเรามีความสุขไปด้วย  โดนว่าโดนด่าก็ต้องยิ้ม ต้องสตรองเข้าไว้ 

 
    * แพรวพราว แสงทอง เจอกับปัญหาชีวิต ความรัก ครอบครัว แต่ก็ต้องอดทน เข้มแข็ง ทำตัวเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงในใจจะร้องไห้ แต่เราต้องไม่แสดงออกถึงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ปาดน้ำตา เดินขึ้นเวทีและฉีกยิ้ม ทำการแสดงให้ปกติเหมือนทุกๆ วัน เพื่อให้แฟนเพลงได้มีความสุข และเพื่อไม่ให้คนรอบข้างไม่ต้องเป็นห่วงเรา
 
 
    *ลำยอง หนองหินห่าว ลำยอง เป็นนักร้องที่ถูกคนดูถูกมาตลอดชีวิต สิ่งที่เจ็บและเก็บไว้ตลอดคนอื่นๆ จะไม่รู้แต่คนรอบข้างจะรู้ดี การเต้นกินรำกิน ขนาดญาติพี่น้องยังด่าและพูดเสียๆหายๆ ดูถูกลำยองและพ่อแม่ลำยองว่าเลี้ยงลูกยังไงทำไมให้ไปทำอาชีพแบบนี้ เป็นครูแล้วลาออกมาเป็นนักร้องมองว่าไฝ่ต่ำ ต้องเจ็บใจโดนแรงกดดันมาตลอด พอเข้ามาอยู่ค่ายคนยอมรับมากขึ้น ก็มาโดนกระแสว่า ไปเหมือนคนนั้นคนนี้ จะสู้เขาได้เหรอ? ไปก๊อปปี้เขามาเหรอ? ก็ได้แต่นิ่ง และเก็บอาการไว้ อยากให้ทุกคนมองว่า ลำยองก็คือลำยอง อยากให้ชื่นชอบในการแสดงและผลงานเพลงมากกว่า นักร้องศิลปินก็คือคนคนหนึ่ง แต่แตกต่างกับคนทั่วไปคือเป็นคนสาธารณะ จะบ่น จะด่า หรือจะแสดงอาการอะไรที่ไม่ดีออกไปไม่ได้ เพราะคำว่าศิลปินคือคนสาธารณะที่ต้องเป็นแบบอย่างให้คนทั่วไปได้ติดตาม และชื่นชมผลงาน ทุกคนล้วนแล้วแต่ทำเพื่อครอบครัวและคนที่รัก
 
 
 
    *โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ เริ่มแรกเลยกับการเป็นนักร้องของโบว์คือการที่จะทำให้ผู้ใหญ่ในบ้าน รวมไปถึงผู้ใหญ่ที่มองเราอยู่ยอมรับในสิ่งที่เรารัก เพราะที่บ้านส่วนใหญ่รับราชการ  แรกๆ เขาไม่ค่อยยอมรับและสนับสนุนเท่าไหร่ กลัวคนอื่นจะว่า ว่าปล่อยลูกหลานให้ไปหากินกลางคืน เต้นกินรำกิน แต่ก็พิสูจน์ตัวเองให้คนในครอบครัว และผู้ใหญ่เห็นว่าไม่ได้ทำตัวเหลวไหล รักในอาชีพนี้จริงๆ  พอผู้ใหญ่ไว้ใจ ก็ต้องมาคอยดูแลความปลอดภัยของตัวเอง บางทีเจอพี่ๆ ที่ใจร้อน ขอเพลงไม่ได้ก็โมโห ใส่อารมณ์กับนักร้อง จับมือกระชากบ้าง จิกมือบ้าง ด้วยความเป็นคนของสังคม ยืนร้องคนเดียว มีสายตาจ้องมองนับพันคู่ ต้องอดทน ยิ้มสู้กับสิ่งที่เจอ เพื่อให้งานเรียบร้อยและผ่านไปได้ด้วยดี บางงานเล่นเสร็จแล้วไม่ได้เงินก็มี บางงานนั่งรถไป 600 ร้อยกว่ากิโล พอถึงงานไม่ได้เล่น กว่าจะมายืนตรงนี้ได้ ไม่ง่ายเลยสำหรับโบว์ แต่คิดว่า ต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเอง เคยท้อนะคะแต่ไม่เคยถอยค่ะ
 
 
    *หนิง ปัทมา ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการ หนิงเป็นนักร้องงานเลี้ยงมาก่อน เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเจอคำดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม มีทั้งหาว่าขายตัวแลกงานบ้างล่ะ นอนกับเจ้าของวงบ้างล่ะ บางครั้งก็ถูกมองด้วยสายตาที่เหยียดหยามจากเพศเดียวกัน ตอนนั้นยังเด็กมาก เวลาโดนดูถูกก็เก็บเอามาคิด  แต่ด้วยกำลังใจจากครอบครัวและตัวเอง ทำให้มองข้ามคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น ตั้งใจทำงานที่เรารัก มีรายได้ ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว กำลังใจจากคนในครอบครัว คือแรงมหาศาล ทำให้หนิงก้าวผ่านจุดนั้นมาได้ค่ะ
 
 
    *เจน ซุปเปอร์วาเลนไทน์ มุมมืดที่นักร้องอย่างเราๆ ต้องอดทน ต้องเผชิญกับคำพูดและเสียงต่อว่า เสียๆ หายๆ ว่าเต้นกินรำกิน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการแสดงออกในท่าเต้น การแต่งตัว โดยที่ไม่มีโอกาสได้อธิบายว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั่นคือการหาเลี้ยงชีพ และครอบครัวเพื่อความอยู่รอด
 
    *กล้วย คลองหอยโข่ง มุมมืดของกล้วยก็อาจจะเป็นเรื่องค่านิยมของนักร้องลูกทุ่งหญิงสมัยใหม่ที่คนนอกมองเข้ามาว่า ต้องโป๊ต้องแรงถึงจะดัง หนูอยากบอกว่า นักร้องแต่ละคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง  รูปแบบการนำเสนอแตกต่างกันแต่ทั้งหมดทั้งมวลก็คืองาน อยากให้ทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน อยากให้ดูกันที่ผลงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ศิลปินก็ควรอยู่บนพื้นฐานการรับผิดชอบต่อสังคม เป็นแบบอย่างที่ดี
 
    *เก๋ กรกต การเป็นศิลปินตัวเล็กๆ ยังไม่โด่งดัง พอมีงานบ้าง จึงจำเป็นต้องดิ้นรนชีวิตให้อยู่รอด หาช่องทางทำกินเพิ่ม ไปเป็นแม่ค้าขายของตามตลาดนัด แม้ทำมาหากินสุจริต ก็ยังมีหลายคนดูถูกว่าเป็นถึงศิลปิน ทำไมต้องมาทำแบบนี้ แต่เก๋กลับภูมิใจ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ เลี้ยงตัวเองได้ ชีวิตไม่สิ้นเลยต้องดิ้นกันไป เพื่อตัวเองและครอบครัว
 
    *แอม แอวสะออน ศิลปินนักร้อง คือกลุ่มคนที่อยู่ในจุดที่เรียกว่ามุมสว่าง ทุกคนสามารถมองเห็นได้อยุตลอดเวลา  แต่ตัวนักร้องเองนั้น กลับรู้สึกว่าหลายๆครั้งต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกหม่นหมองใจ เวลาที่ถูกวิจารณ์ในแง่ลบ คำพูดเสียๆ หายๆ รวมไปถึงคำหยาบคาย ที่มีบุคคลแสดงความคิดเห็นออกมา มันบั่นทอนความตั้งใจจริง ที่เราตั้งใจจะทำงานออกมาให้ดีที่สุด  แต่ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร เราก็ทำได้เพียงแค่ยิ้ม แล้วมุ่งมั่นทำหน้าที่ของเราต่อไป เพื่อมอบความสุขให้แฟนๆ และอีกหลายๆ คนที่คอยติดตาม และเป็นกำลังใจให้เราอยู่
 
    *ปลาดาว สกาวใจ หลายคนอาจจะมองว่าอาชีพนักร้อง คืออาชีพที่ต้องขายเนื้อหนังมังสาไม่ว่าจะยุคไหนๆ แต่ก่อนคนก็ชอบบอกว่าโอ๊ย!กว่าจะเป็นนักร้องได้ก็ใช้เต้าไต่มาทั้งนั้น พอมาถึงยุคนี้ ซึ่งเป็นยุคที่ต้องแข่งขันกันมากขึ้นหลายคนก็อาจจะงัดเอาทีเด็ดของตัวเองออกมาเพื่อให้คนดูชอบ ซึ่งหลายคนก็ไม่เข้าใจ  แต่เนื้อแท้จริงๆแล้วพวกเราก็แค่อยากทำในงานที่ตัวเองชอบที่ตัวเองรักที่ตัวเองถนัด ซึ่งนั่นหมายถึงความฝันที่นักร้องอย่างพวกเราหรือคนอาชีพอื่นตามหา  คือหาเลี้ยงพ่อแม่ หาเลี้ยงครอบครัวเพื่อชีวิตเราดำเนินต่อไป อยากจะวอนให้คนที่ยังคิดว่าอาชีพนักร้อง เป็นอาชีพเต้นกินรำกิน อาชีพที่ต้องขายเรือนร่าง ให้ช่วยเห็นใจพวกหนูสักนิด สิ่งที่ทำทั้งหมดแล้วก็เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง เหมือนกับอาชีพ อื่นๆ เช่นกัน 
 
    * ติ๊ก อัญชลี ต้องมีความอดทนสูงมากๆคะ กับสายตา คำพูด ยิ่งแต่งเซ็กซี่ โชว์ท่าเต้นยั่วยวน ก็จะถูกมองในทางไม่ดี ถูกตัดสินว่าเป็นคนไม่ดี ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ยาวชน ติ๊กว่าเยาวชนเดี๋ยวนี้ฉลาด รู้ว่าสิ่งไหนคือการแสดง สิ่งไหนชีวิตจริง ทุกอย่างมันคือการแสดง และงานสุจริตที่ได้เงินมาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวค่ะ
 
    * แป้ง ศิริกานต์ มุมมืดที่นักร้องอย่างเราต้องอดทน คือต้องทนต่อสายตาที่ดูถูกในอาชีพ การแต่งกาย การแสดงด้านหน้าเวที บางคนไม่เข้าใจ ในสิ่งที่เรากำลังแสดงออกไป ไม่เข้าใจกับคำว่าการแสดงบนเวที เราก็แค่อยากเห็นรอยยิ้มความสนุกสนานจากคนดู แค่นั้นเอง
 
     * ทัศพร ทองจันทร์ มุมที่เจ็บแต่เก็บอาการของทัศพร ตอนที่เข้าวงการแรกๆ ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มร้องเพลงใหม่ๆ  และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวงการนี้เลย ก็จะมีเหตุการณ์ที่เราเตรียมซื้อเพลงจากครูเพลงท่านหนึ่งเพื่อจะทำอัลบั้ม  หลังจากจ่ายเงินค่าเพลงไปแล้ว  พอถึงเวลาจะเข้าห้องอัด ครูเพลงท่านนั้นบอกว่าขายเพลงนี้ให้คนอื่นไปแล้ว รู้สึกเสียใจมาก เพราะซ้อมเตรียมตัวมาอย่างดี ไม่อยากมีเรื่อง เก็บประสบการณ์นั้นไว้เป็นบทเรียน อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดี คือมีผู้ชายทักข้อความมาว่า สนใจจะคบกับเขามั้ย จะดูแลรับเลี้ยงเป็นเดือน อยากได้เดือนละเท่าไหร่ก็ว่ามา เห็นข้อความแล้วรู้สึกโกรธมาก ตอนแรกคิดว่าจะประจานดีมั้ย หรือด่ากลับดี แต่ก็คิดว่าคนพวกนี้คงไม่ รู้สึกอะไร ทำได้แค่ตอบเขากลับไปว่า ถ้ามีคนมาทักหาพี่สาวน้องสาว หรือญาติที่เป็นผู้หญิงของพี่  พี่จะรู้สึกยังไง  และก็บล็อกเขาไปอย่างเงียบ เพราะเราทำได้แค่นั้นจริงๆ
 
    * แคท อาทิติยา เจอผู้คนมากหน้าหลายตา เราไม่สามารถไปบอกหรืออธิบายทุกคนให้เชื่อในตัวเราได้ แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือทำหน้าที่ของตัวเอง ให้ดีที่สุด บางทีได้รับคำต่อว่า คำนินทา ทั้งกิริยาต่างๆ รู้สึกน้อยใจแต่ไม่ได้พูดอะไร อยากจะว่า ไม่อยากให้ตัดสินคนแค่ผิวเผิน อยากให้ดูที่ความสามารถมากกว่า
 
    * แหม่ม พิมานรัมย์ เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งมุมสว่าง และมุมมืด มุมมืดที่แหม่มเจอ คำคนดูถูก คนเอารัดเอาเปรียบ โยนสิ่งเสียหายให้โดยที่ไม่ได้ก่อ เจอมาเยอะคะ ยกตัวอย่างคนรอบข้างพูดว่า เลิกเป็นเถอะนักร้อง มันไม่ดังแล้ว กลับมาทำกินสายอื่นเถอะ รอมานานละ และก็เจอสารพัดแบบลบๆ ถึงขั้นอยากออกจากวงการเลยทีเดียว พอคิดอีกที เราก็ควรขอบคุณมุมมืดที่เราเจอ มันทำให้เราแกร่ง เข้าใจโลกมากขึ้น ต้องยอมรับว่า มันของคู่กันนะ ชีวิตของเรามีทั้งมืดและสว่าง เมื่อเจอความมืดก็ต้องอดทน การที่จะหลุดพ้นจากมุมมืดนั้นได้ อยู่ที่จิตใจ และสติของเรา นำมุมมืดที่เจอมาเป็นแรงผลักดันของชีวิต ต้องสู้และผ่านไปให้ได้
 
    * ซูชิ ดวงกมล  เพิ่งโดนลวนลามมาหมาดๆ เลยค่ะ นักร้องบางคนอาจไม่กล้าโวยวาย เพราะกลัวแขกในงาน คู่กรณี หรือเจ้าภาพไม่พอใจ แล้วมีปัญหา ไม่มีการจ้างงานต่อ เลยต้องทน มันเป็นความรู้สึกที่อึดอัด และเสียใจมากนะคะ  ใครจะรู้บ้างว่าที่ต้องทนเพราะอยากมีงานจ้างต่อ ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัว  อยากขอให้เคารพสิทธิของคน ให้เท่าเทียมกัน ทุกคนทุกอาชีพ มีการดิ้นรน มีการเอาตัวรอด และอยากได้รับการยอมรับเหมือนกันทุกคนคะ  ในโลกนี้ถ้าทุกคนให้เกียรติกันและกัน หนูว่าทุกอาชีพก็จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขค่ะ
 
    * หญิงหวึ่ง ท็อปไลน์ หญิงหวึ่งเคยเป็นหางเครื่อง นักร้องงานนอก ร้องในร้านอาหารและก็ก้าวเข้ามาสู้การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัวเคยโดนคนว่าคนดูถูกว่าเต้นกินรำกินเป็นคนไม่ดี เชื่อว่านักร้องศิลปินทุกๆ คนล้วนแต่เจอมาทั้งเรื่องที่ดี และไม่ดี ไม่มีใครเลือกเกิดได้แต่เราเลือกที่จะทำดีได้ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะคะ ภูมิใจกับการได้ทำในสิ่งที่เรารัก ได้เงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ ไม่ได้แบมือขอเงินพ่อแม่มาใช้ ตั้งแต่เด็กจนโต หยุดเถอะค่ะหยุดดูถูกเหยียดหยามคนที่เต้นกินรำกินหาเช้ากินค่ำเพื่อนำไปจุนเจือครอบครัว สิ่งที่เห็นเป็นแค่เพียงการแสดงเพียงไม่กี่ชั่วโมง อย่าตัดสินกันแค่ความคิดด้านเดียวของคุณค่ะ หญิงหวึ่งขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านสู้ต่อไปนะคะ
 
    * แนนซี่ ท็อปไลน์ ไม่ได้ว่าใครนะคะ บางครั้งโดนเหมาว่าเหมือนกัน เขาว่าเราเป็นนักร้องเต้นกินรำกิน ขอให้เราต้องลงไปนั่งกับแขกซึ่งเราไม่ไป ก็โดนว่าต่างๆนาๆหาว่าหยิ่งบางไรบ้างเราก็ได้แต่ยิ้มสู้ เคยแม้กระทั่ง  โดนดูถูกว่า "มันก็เกิดจากนักร้องงานเลี้ยงนี่แหละ พอมีชื่อเสียงหน่อยก็เปลี่ยนไป หยิ่งยโสจะดูมันซิจะไปได้สักกี่น้ำ" ซึ่งมันเป็นอะไรที่เจ็บอยู่ข้างใน  บางครั้งท้อ แต่ก็ต้องยิ้มสู้ เพื่อตัวเรา เพื่อแม่ เพื่อครอบครัว เราเป็นความหวังของพ่อของแม่ ที่อยากจะเห็นลูกประสบความสำเร็จในสิ่งที่รักในระดับหนึ่ง คนดูเราแสดงเราให้เกียรติทุกคน เขาชอบเราดีใจ แต่ก็มีส่วนน้อยที่เขาไม่ให้เกียรติเรา แต่คิดดูแล้วบางทีก็โทษเขาไม่ได้ เพราะค่านิยมความเคยชินที่สร้างสมมาเห็นว่านักร้องต้องลงมานั่งกับแขกได้ เหมือนกันทุกคนก็เพื่อ "เงิน"
 
 
 
 
 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ