หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 8 มีนาคม 2560 เวลา 21:46

แฉชีวิตนักปั้น"หยก ลูกหยี"เดินสายขอทาน ต่างกับ"อั้ม"เพื่อนร่วมรุ่นฟ้ากับเหว

แม้ไม่มีปัญญาซื้อเสื้อผ้าแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูภูมิฐาน แต่ นายจิตรชัย ภวังคาม หรือ "หยก ลูกหยี" ที่ลากอีแตะดาวเทียมไปทั่วสารทิศ เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะนักปั้นดินให้เป็นดาวประดับวงการลูกทุ่งได้ตั้งแต่มีอายุเพียงแค่ 25 ปี

    ในวัย 42 ปี วันนี้เขายังคงมุ่งมั่นทำงานที่ตัวเองรัก พา "บอย เป็นตา" และ "เบนจี้" เด็กในสังกัดตะลอนเดินสายขอขึ้นเวทีตามงานบุญงานบวชงานกินดองออกค่ายอาสาต่างๆ โดยเน้นโซนภาคอีสานเป็นหลัก เพื่อแลกกับโอกาสให้เด็กปล่อยของควบคู่กับหารายได้เล็กๆ น้อยๆ เลี้ยงปากเลี้ยงท้องต่อลมหายใจ  สภาพแทบไม่ต่างอะไรกับขอทานเขากินไปวันๆ แตกต่างกับ "อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ นางเอกซุป’ตาร์ขวัญใจคนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียน ที่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ยิ่งกว่าฟ้ากับเหว ทุกประตู ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ชื่อเสียงเงินทอง หน้าตาทางสังคม  

 

    ย้อนกลับไปวันวาน หยก ลูกหยี เกิดที่ อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย ซึ่งปัจจุบันขึ้นกับ จ.บึงกาฬ ครอบครัวมีอาชีพทำนา ช่วยพ่อแม่เลี้ยงควายหาของป่าตั้งแต่เด็ก ด้วยฐานะครอบครัวยากจน จนแทบกัดก้อนเกลือกิน พ่อของเขาตัดสินใจเอาที่น่ากว่า 60 ไร่ ไปจำนองได้เงินมา 2 แสนบาทแลกกับการได้ไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่ความฝันพังทลายนายหน้าต้มจนเปื่อย โดนลอยแพตั้งแต่ยังไม่ทันไปเหยียบบ่อน้ำมัน 

    เมื่อสูญเงินก้อนใหญ่ไม่มีปัญญาไถ่ที่นาคืน ในปี พ.ศ.2530 ครอบครัวของเขา ต้องพลัดถิ่นฐานบ้านเกิด ระเหเร่ร่อนมาจับจองพื้นที่ซุกหัวนอน และทำกินที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ โดยใช้เงินที่ได้จากการขายโอ่งน้ำสีแดงลูกใหญ่ต่อชีวิต

    "ชีวิตวัยเด็กครอบครัวเรายากจนมาก ผมก็เลี้ยงควายไปตามประสาเด็กบ้านนอก พ่อเอาที่นาไปจำนองหวังว่าไปทำงานที่ประเทศซาอุฯ หาเงินส่งมาให้ลูกเมียมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็โดนต้มจนเปื่อย เงินที่ได้มา 2 แสนบาทสูญไปเลย ที่นาหมดเกลี้ยงไม่เหลืออะไรเลย จำใจต้องพลัดถิ่นฐานบ้านเกิด ขายโอ่งแดงลูกใหญ่ใส่น้ำอาบน้ำดื่มมาใข้เป็นค่าเดินทางรอนแรม จนมาตั้งรกรากได้ที่แปดริ้ว สมัยนั้นยังเป็นดงเป็นป่าอยู่หาสัตว์ป่าแถบเขาอ่างฤาไนมาทำกินประทังความหิว" 

 

    หลังจากเรียนจบประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านนายาว ทางบ้านไม่มีเงินส่งเรียนต่อ หยก ลูกหยี ตัดสินใจออกจากบ้านไปบวชเณร ที่วัดดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก เรียนทางธรรมจนจบได้วุฒิเทียบเท่า ม.3 จึงลาสิกขา สอบเข้าเรียนต่อที่โรงนครนายกวิทยาคม จนจบ ม.6 ได้โควต้านักกีฬาเข้าศึกษาที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ไม่มีเงินลงทะเบียน ปล่อยให้โอกาสที่จะได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลุดลอยไป ก่อนสอบได้ทุนนักกีฬาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรังสิต จนจบปริญญาตรี 

    "ตอนเรียนมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัดนครนายก ผมเป็นักรีฑาได้แชมป์เยาวชนระดับประเทศ เคยได้โควต้าเรียนธรรมศาสตร์แต่ไม่มีปัญญาหาเงินไปลงทะเบียนก็ต้องสละสิทธิ์ไป ปี พ.ศ.2540 ก็ไปสมัครสอบที่ม.รังสิตโควต้าความสามารถพิเศษ ได้ทุนนักกีฬาเรียน คณะนิเทศศาสตร์ เอกวิทยุโทรทัศน์ จนจบปริญญาตรี เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันกับ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ แล้วก็ ฝันดี-ฝันเด่น" 

    หยก ลูกหยี เล่าให้ฟังต่อว่า สมัยเป็นเรียน ม.รังสิต เขาเป็นนักกิจกรรมตัวยง สร้างชมรมไทยลูกทุ่ง และชมรมเชียร์ลีดเดอร์ ส่งปอมปอมเชียร์เข้าแข่งขันจนได้แชมป์โลก สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย และด้วยความที่เป็นคนอีสานชื่นชอบเพลงลูกทุ่งเป็นชีวิตจิตใจ จึงจัดการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งในรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ ทำให้ได้พบกับ "ครูสลา คุณวุฒิ" นักแต่งเพลงมือทอง หนึ่งในคณะกรรมการที่เขาเชิญมาตัดสินการประกวด ซึ่เป็นผู้จุดประกายความฝันให้อยากเป็นนักร้อง ก่อนค้นหาตัวเองจนเจอกับการเป็นนักปั้นศิลปินจนมีชื่อเสียงระดับประเทศ และยึดอาชีพนี้มาจนถึงปัจจุบัน 

    "ได้เจอกับครูสลาวันนั้นแล้วผมอยากเป็นนักร้อง แต่รู้ตัวเองว่าเสียงไม่ดี เลยเปลี่ยนความตั้งใจใหม่มาปั้นเด็กดีกว่า เรียนจบปริญญาตรีปุ๊บผมเดินหน้าปั้นนักร้องเลย ผมทำเดโมเพลงให้นักร้องกับ อาจารย์ท่านหนึ่ง พอทำเสร็จท่านบอกว่าอย่าเอาไปให้ใครฟังนะเดี๋ยวเขาลอกเอา จากนั้นมีโอกาสไปร่วมงานค่ายเพราะเมล็ดพันธุ์วรรณกรรม ที่ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ทำให้ได้พบกับครูสลาอีกครั้ง หลังจากเปิดเพลงให้ท่านฟัง ท่านบอกเอามาเลยจะเอาเข้าแกรมมี่ ครูบอกว่าขอได้ไหมตอนแรกผมไม่กล้าให้ แต่มีเพื่อนบอกว่ามึงตัดโอกาสตัวเองทำไม เลยวิ่งตามรถท่านไปแล้วเอาให้ ต่อมาอีก 3 ปี จึงประสบความสำเร็จกับทางที่เลือกเดิน" 

 

    ภายหลังส่งดาวดวงใหญ่ขึ้นไปประดับวงการ หยก ลูกหยี เดินหน้าสู้ความท้าทาย ได้ "สังกะลี ศรีกุลา" กับ "บอย ร้อยเอ็ด" ลูกอีสานเหมือนกันมาเจียรไนยแบบไร้ต้นทุน ฝึกการแสดงออกให้เด็กด้วยการพาไปเดินสาย "หมอลำขอทาน" ตามข้างถนน ทำงานโดยใช้ใจนำทางล้วน รังนอนโดนตัดน้ำตัดไฟ เพราะไม่มีตังค์จ่ายแต่ก็ไม่ย่อท้อต่อชะตาฟ้าลิขิต 

    ปัจจุบันนี้ สังกะลี ศรีกุลา กลายมาเป็น "ต้าร์ ตจว." ที่กำลังมีเรตติ้งดีต่อเนื่องกับเพลง "แผ่นดินไหวในใจอ้าย" หลังจากแยกย้ายไปบินเดี่ยว 

    ในขณะที่ บอย ร้อยเอ็ด ยังอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "บอย เป็นตา" มีเพลง "ฮักแฮง" ออกมาให้คอลูกทุ่งอีสานพิสูจน์ลูกคออย่างเป็นทางการ เดินสายเคียงคู่กับ "เบนจี้" นักร้องหนุ่มเดินสายตามสถานบันเทิงชั่วโมงบินสูง ที่กำลังไปได้สวยกับการแปลงกายเป็นกระเทยมีหนวดเรียกเสียงฮา

    การทำงานของ หยก ลูกหยี ทุกวันนี้ดำเนินไปในรูปแบบพาเด็กในคาถาไปขอเจ้าภาพจัดงานขึ้นเวทีคอนเสิร์ตทั่วภาคอีสาน และรู้ตัวดีว่าโดนนินทาว่ามีสภาพไม่ต่างอะไรกับขอทานของานไปเรื่อย แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไร ใครจะมองอย่างไรไม่สน ขอให้ได้ช่วยงานพรรคพวกเพื่อนฝูง และเด็กมีช่องทางได้ปล่อยของเป็นพอ

    "ช่วงหนึ่งก็พาน้องๆ ไปเป็นหมอลำขอทานตามหน้าห้างสรรพสินค้า ตามตลาดนัด ที่ต้องทำแบบนี้ หนึ่งเลยคือหาเงินกินข้าวประทั่งชีวิต สองได้พื้นที่ให้เด็กของเรามีความกล้าแสดงออก สะสมชั่วโมงบิน เพิ่มลูกเล่นการแสดงหน้าเวทีต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก เนื่องจากเราไม่มีเวทีให้แสดงออกเป็นของตัวเอง รู้แหล่ะว่ามีหลายคนมองผมกับเด็กไม่ต่างจากขอทาน แต่ก็ไม่รู้สึกน้อยใจ หรือเถียงเขาเลย เพราะตัวเองก็รู้สึกว่ามีชีวิตเหมือนขอทาน เพราะต้องไปขอเขาขึ้นเวที ด้านได้อายอดครับ ค่าตัวไม่มีอยู่แล้ว รถก็ขอยืมพรรคพวกมาใช้ ค่าน้ำมันก็หยิบยืมเขามา ถ้าเจ้าภาพเห็นใจให้ค่าน้ำมันก็หายใจคล่องหน่อย ส่วนใหญ่อาศัยเงินทิปหน้าเวทีของน้องๆ มาใช้อยู่ใช้กินระหว่างเดินสาย ได้สอนให้เด็กๆ รู้จักมีสัมมาคารวะกับผู้หลักผู้ใหญ่ และแฟนๆ หน้าเวทีที่มีพระคุณ" 

    ทุกวันนี้หากนำเส้นทางไปเปรียบเทียบกับ เพื่อนร่วมรุ่น ม.รังสิต อย่างนางเอกซุป’ตาร์ "อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ เห็นได้ชัดเจนว่า แตกต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหว แต่ "หยก ลูกหยี" ไม่เคยคิดถอดใจจากการเป็นนักปั้น พร้อมสู้กับชีวิตลำเค็ญจนกว่าจะหมดแรง เพราะใจรักล้วนๆ!!

 

  
อินสตาแกรม : aum_patchrapa

  

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ