หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 13 ธันวาคม 2559 เวลา 12:42

อาลัย‘ครูลพ บุรีรัตน์’ ไม่มีอีกแล้ว! ผู้ประพันธ์เพลง..ภาษาสวย..ถึงใจถึงอารมณ์..

การเสียชีวิตของ นายวิเชียร คำเจริญ หรือ “ครูลพ บุรีรัตน์” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปีพ.ศ.2548 ด้วยอาการปอดติดเชื้อ ขณะมีอายุได้ 77 ปี นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการลูกทุ่ง


    ครูลพ บุรีรัตน์ นับว่าเป็นปูชนียบุคคลของวงการเพลงลูกทุ่ง เป็นลูกศิษย์ของบรมครูเพลง “ไพบูลย์ บุตรขัน” สร้างผลงานตามรอยครู ด้วยภาษาสวยงามเข้าถึงง่าย ผ่านบทเพลงดังอมตะ ที่ประพันธ์ให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ยอดรัก สลักใจ สายัณห์ สัญญา ฯลฯ ทำให้วงการลูกทุ่งบานสะพรั่งมาจนถึงทุกวันนี้ 

    เพราะเพลงที่เด็กรุ่นหลังนำมาใช้ประกวดร้องเพลงบนเวทีระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ และตำบล ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นเพลงของนักร้องระดับตำนานที่กล่าวมา ซึ่งเป็นเพลงที่ครูลพใช้มันสมองอันอัจริยะประพันธ์ขึ้นมานั่นเอง โดยเฉพาะ เพลงสาวนาสั่งแฟน, นัดพบหน้าอำเภอ, อื้อฮือหล่อจัง, กระแซะเข้ามาซิ, ดาวเรืองดาวโรย, ขอให้รวย ที่เป็นแรงผลักดันให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นราชนีลูกทุ่งตลอดกาล 

    ในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ครูลพ บุรีรัตน์ เมื่อเย็นวันที่ 12 ธ.ค. 59 ที่ ศาลา 10 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน มีศิลปินแห่งชาติ นักร้อง เจ้าของค่ายเพลง และคนในวงการลูกทุ่ง พร้อมใจไปร่วมแสดงความไว้อาลัยกับการจากไปครั้งนี้เนืองแน่น อาทิ ครูชลธี ธารทอง ครูชัยชนะ บุญนะโชติ ครูนคร ถนอมทรัพย์ หรือ กุง กาดิน ศิลปินแห่งชาติ ไพจิตร ศุภวารี แดน บุรีรัมย์ ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม สดใส รุ่งโพธิ์ทอง จีระพันธ์ วีระพงษ์ ศรเพชร ศรสุพรรณ ศิรินทรา นิยากร ปิยะ ตระกูลราษฎร์ พูพาน เพชรปฐมพร สมบัติ เมืองอุบล วิวรรธน์ ไทยวัฒนานนท์ จอมขวัญ กัลยา จันทร์จวง ดวงจันทร์ ฯลฯ ทุกคนอยู่ในอาการโศกเศร้า โดยเฉพาะ ศิรินทรา นิยากร ที่ร่ำไห้เสียใจกับการจากไปของครูผู้เปรียบเสมือนเหมือนพ่ออีกคนตลอดเวลาประกอบพิธี  


*ครูเพลงอัจฉริยะไม่มีอีกแล้วบนโลกใบนี้ 

    ครูชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ.2542 เปิดเผยความรู้สึกกับการจากไปของเพื่อนรักที่ทำงานร่วมวงการกันมานานกว่า 50 ปี ว่า เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่เหนือคำบรรยายของวงการเพลงลูกทุ่ง บนโลกใบนี้ไม่มีครูเพลงอัจฉริยะแบบนี้อีกแล้ว 

    “ผมกับลพเป็นเพื่อนรักกันมา 50 กว่าปีแล้วอยู่บนถนนสายนี้มาด้วยกันต่างคนต่างเหนื่อยมาด้วยกัน ลพเขาโชคไม่ดีสุขภาพไม่ดีแต่ลพเป็นนักแต่งเพลงที่มีความสามารถสูงมากเพลงของเขาแต่ละเพลงที่แต่งมาโดนใจชาวบ้านทุกที่ภาษาของลพกับผมทางเดียวกันหลายคนจะชอบจับไปชนกันว่าใครแต่งดีกว่าใครใครเก่งกว่าใคร แต่เราเป็นเพื่อนกัน เราไม่แข่งกันเราทำงานด้วยกัน เราผ่านความสำเร็จมาด้วยกันผมเองก็ตั้งใจว่าจะสร้างสรรค์วงการให้ดีที่สุดเพราะว่าเหลือผมคนเดียวมั้ง เพื่อนผมไปซะแล้วลพเป็นคนที่เขียนเพลงแล้วฟังแล้วสบายใจสบายหูแต่งได้หลายแบบมากนอกจากเป็นเพลงสนุกสนานแล้วยังเป็นเพลงมีคติปรัชญาในเพลง มีความรักชาติบ้านเมือง ความสามัคคีความซื่อสัตย์ซึ่งเพลงของเขากับผมจะเป็นทางเดียวกันเลยเราก็เดินทางคู่กันมาหลายคนก็เสียดายว่าต่อไปนี้จะไม่เหลือใครอีกแล้ว เพราะรุ่นเดียวกันก็ไปหมดแล้วครับส่วนคุณูปการของครูลพที่มีต่อวงการเพลงลูกทุ่งลพเป็นกำลังส่วนนึงของวงการลูกทุ่งเป็นลมหายใจลูกทุ่งอีกลมหายใจนึงที่ทำให้ลูกทุ่งมีความแข็งแรงจนถึงวันนี้ ถ้าไม่มีเขาผมว่าวันนี้ลูกทุ่งจะอ่อนแอกว่านี้ครับซึ่งเขาช่วยได้มากเลยในการทำให้วงการลูกทุ่งได้เดินต่อไปอย่างแข็งแรงผมเชื่อว่าผลงานของเขาไม่มีวันตายแน่นอนครับยังไงผู้คนก็เอาไปร้องกันครับผลงานเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้นักร้องแต่ละคน เช่นพุ่มพวง ดวงจันทร์ บรรยายคุณค่าไม่ได้ครับยอมรับว่าเขาเป็นนักเพลงที่ยิ่งใหญ่มากใช้ภาษาเข้าใจง่าย ฟังง่าย เข้าถึงอารมณ์นี่คือลูกทุ่งจริงๆ ส่วนนิสัยที่น่าเป็นตัวอย่างเขาเป็นคนที่ไม่อิจฉาตาร้อนใครเห็นอกเห็นใจคนที่อ่อนแอกว่าเข้าอกเข้าใจนักร้องศิลปิน เป็นคนมีน้ำใจกับทุกคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อาทรผู้ที่ด้อยโอกาส บรรดาเด็กๆไปขอความช่วยเหลือแนะนำเรื่องวิธีแต่งเพลงลพก็สอนให้โดยไม่หวงวิชาอะไรมีความเมตตาผู้ที่ด้อยกว่าครับวันที่ผมรู้ว่าลพสิ้นลมแล้ว ผมพูดอะไรไม่ออกจริงๆผมเพิ่งไปเยี่ยมเขาไม่กี่ ชม. ต่อมาเขาก็เสียครับต่อไปนี้ผมไม่มีเพื่อนคนนี้อีกแล้วไม่มีเพื่อนช่วยผมเดินไปบนถนนสายลูกทุ่งอีกแล้วก็ขอให้วิญญาณของเพื่อนไปสู่สุคติครับ"

 

*ส่งผลงาน 4 ปีกว่าจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ

    ครูชัยชนะ บุญนโชติ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ.2541 การจากไปของเพื่อนรักร่วมวงการ สิ่งที่ตนรู้สึกเสียดายมากที่สุดคือมันสมองอันอัจฉริยะ ที่ไม่สามารถถ่ายทอดต่อให้ใครได้ นอกจากนี้ครูชัยชนะ ยังบอกด้วยว่า ตนเป็นคนส่งผลงานให้ ลพ บุรีรัตน์ ให้กับกระทรวงวัฒนธรรม นานถึง 4 ปี กว่าจะได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ 

    “นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เหลือเกิน ครูลพท่านแต่งเพลงได้หลายแนว เสียดายมันสมองอัจฉริยะ เป็นคนที่แต่งเพลงได้สละสลวยสวยงามสมกับการเรียกว่าเพลงจริงๆ นับตั้งแต่รุ่นครูไพบูลย์ บุตรขัน ครูสำเนียง ม่วงทอง ครูพยงค์ มุกดา ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นระดับหัวกะทิทั้งนั้น เราสนิทกันมานาน ผมเป็นคนส่งผลงานให้ 4 ปี เพื่อเสนอชื่อเป็นศิลปินแห่งชาติ ส่งจนท่านถอดใจ ผมก็บอกเอาน่าสู้อีกสักปี ท่านก็ส่งประวัติมาให้ เป็นสมุดเล็กๆ เล่มเดียว ทางกระทรวงวัฒนธรรมบอกว่าผลงานน้อยไปขอเพิ่มอีก ผมก็บอกไปว่าให้ส่งมาเพิ่มเอารางวัลที่ได้รับแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน จากเพลง ข้าคือไทย  ขับร้องโดยก้องเพชร แก่นนคร ในปี พ.ศ. 2520 รางวัลนักรบ ขับร้องโดยยอดรัก สลักใจในปี พ.ศ. 2522 เพลงทำดีซักทีเถอะน่า  ในปี พ.ศ. 2525  ได้รับรางวัลพระราชทานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย จากเพลงสาวนาสั่งแฟน ขับร้องโดยพุ่มพวง ดวงจันทร์ และเพลงเข้าเวรรอ ขับร้องโดยศรเพชร ศรสุพรรณ ในปี พ.ศ. 2532 และ เพลงสยามเมืองยิ้ม ขับร้องโดยพุ่มพวง ดวงจันทร์ ในปี พ.ศ. 2534 มาเสนอให้หมด ผมเองยังพูดหยอกด้วยเลย เฮ้ยเอาเมียมาด้วยเลย จนกระทั่งได้รับศิลปินแห่งชาติในที่สุด เพลงของท่านมีเสน่ห์มาก มีสาระ สวยงาม ผมเองร้องได้ตั้งแต่เพลงทรัพย์สินคนเก่า เขาเป็นคนที่มีมันสมองดี รู้จักคิดค้นสิ่งใหม่ๆ มาใช้ภาษาชาวบ้านให้เข้าใจง่าย เป็นนักแต่งเพลงที่ยึดต้นแบบของครู คือ ครูไพบูลย์ บุตรขัน จริงๆ” 

 

*แต่งเพลงถึงใจถึงอารมณ์ปั้นเศษดินเป็นดาว

    สดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง กล่าวว่า ครูลพคือผู้ปั้นดินให้เป็นดาวอย่างแท้จริง และเป็นครูเพลงที่แต่งเพลงได้ถึงใจถึงอารมณ์ชาวบ้านมากที่สุด 

    “ในนามของสมาคมนักเพลงลูกทุ่ง ผมเคยไปเยี่ยมท่าน และให้การช่วยเหลือท่าน ท่านเป็นครูเพลงที่มีความสามารถมาก เป็นบุคคลที่ปั้นเศษดินให้เป็นดาวเลยก็ว่าได้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ยอดรัก สลักใจ สายัณห์ สัญญา ขึ้นมาเป็นดาวประดับวงการลูกทุ่งได้ เพลงของท่านมีส่วนสำคัญมาก ผมเองก็ได้เพลงจากครูมาเยอะ แต่เสียงผมก็แนวเพลงของครูไม่ลงร่องกัน เพลงของครูเป็นเพลงที่ไม่ต้องตีความยากเย็นฟังแล้วเข้าใจได้เลยว่าต้องการสื่อถึงอะไร มันถึงโดนใจชาวบ้าน เป็นเพลงดังอมตะแทบทุกเพลง เพลงลูกทุ่งที่หาคำมาถ่ายทอดได้ถึงอารมณ์แบบนี้มีไม่มากหรอกครับ” 

 

*ทะเล้นทะลึ่งแต่ไม่หยาบโลน 

    ไพจิตร ศุภวารี ประธานมูลนิธิศิลปินเพื่อสังคม และประธานมูลนิธิพุ่มพวง ดวงจันทร์ กล่าวว่า ในมุมมองส่วนตัว การสูญเสีย ลพ บุรีรัตน์ วงการลูกทุ่งสั่นสะเทือนแน่นอน เพราะเป็นบุคคลที่เน้นแต่งเพลงเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ต่อต้านเพลงแปลงปนสตริงมาโดยตลอด ทำให้วงการลูกทุ่งเข้มแข็งมาได้ เพลงของลพเป็นเพลงที่มีภาษาสวย ถ่ายทอดได้ถึงอารมณ์ เป็นสัญญาลักษณ์ของความเป็นไทย เสียใจมากกับการจากไปครั้งนี้ เราเป็นคนจ.ลพบุรีด้วยกัน จริงๆ ผมไปติดต่อศูนย์วัฒนธรรมไว้แล้ว ตั้งใจจะจัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือท่าน เพราะการหน้านี้ภรรยาท่านก็เป็นมะเร็งเสียชีวิต ทราบว่าตอนท่านป่วยหมดเงินค่ารักษาประมาณ 1 ล้าน 7 แสนบาท นี่เฉพาะช่วงที่ป่วยหนักนะ ยังไม่นับช่วงที่เจ็บออดๆ แอดๆ อีก แต่ตอนนี้ท่านเสียชีวิตแล้ว ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะจัดในรูปแบบหาเงินสวัสดิการช่วยครอบครัวมั้ย เหมือนที่เคยจัดให้กับ หวังเต๊ะ ครูแจ้ง คล้ายสีทอง ครูพยงค์ มุกดา และชาย เมืองสิงห์ ตอนนั้นเฉลี่ยได้คนละ 1 แสนบาท” 

 

*’ครูไพบูลย์’ รักมากตั้งชื่อให้ ‘ลพ บุรีรัตน์’  

    แดน บุรีรัมย์ ปูชนียบุคคลขอวงการลูกทุ่ง บอกว่า ครูลพ บุรีรัตน์ คือ ครูผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างผู้ให้โอกาสคน และเป็นลูกศิษย์ที่ ครูไพบูลย์ บุตรขัน รักและชื่นชมในความสามารถการร้องและแต่งเพลง และเป็นผู้ตั้งชื่อ ลพ บุรีรัตน์ ให้

    “ครูลพท่านเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่มากนะครับ เป็นผู้ให้โอกาสคนตลอด เป็นต้นกำเนิดของเพลงลูกทุ่ง ของนักร้องลูกทุ่งทุกวันนี้ ท่านเขียนเพลงให้พุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องประกวดก็เอาเพลงของพุ่มพวงมาร้อง ก็เพลงของครูลพนี่แหล่ะ บางคนก็ประสบความสำเร็จได้มาเป็นนักร้องออกผลงานในทุกวันนี้ ร้องเพลงของครูลพเป็นใบเบิกทางกันทั้งนั้น ครูลพเป็นคนเขียนเพลงเข้าใจง่าย ฟังง่าย จำง่าย การใช้ภาษาสวยงามเข้าถึงคนรากหญ้าง่าย มีอารมณ์ขันสอดแทรกสองแง่สองง่ามแต่ไม่หยาบโลน แต่งได้หลายแนว สุนทรีย์ สนุก ขำ ถูกจริตคนไทย จึงเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และเป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้ เดินตามรอยครูของท่าน คือครูไพบูลย์ บุตรขัน ได้อย่างสง่างาม เดิมทีครูลพเนี่ยชื่อว่า กนก เกตุกาญจน์ เป็นนักร้องวงดนตรีจุฬารัตน์ เสียงนี้นะแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ครูไพบูลย์ท่านก็รักท่านมากเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ ท่านบอกว่าเป็นคนลพบุรี ก็เอาชื่อบ้านเกิดเอ็งนั่นแหล่ะขาย เลยได้ชื่อ ลพ บุรีรัตน์ แล้วก็ได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงโนราห์หาย เดี๋ยวก็หม่ำเสียหรอก ต่อมาแยกจากวงดนตรีจุฬารัตน์ มาเป็นหัวหน้าวงดนตรีลพ บุรีรัตน์ มี พยัพ คำพันธุ์ เป็นหนึ่งในนักร้องลูกวง” 

 

*ยกย่องผลงานลูกทุ่งคลาสสิค

    เสริมเวช ช่วงยรรยง สมาชิกรอยัลสไปรท์ วงดนตรีสตริงลูกทุ่งโด่งดังในอดีต ยกย่องครูลพว่าเป็นนักแต่งเพลงที่ใช้ภาษาในเชิงกวี ผลงานที่ถ่ายทอดออกมาถือได้ว่าเป็นเพลงลูกทุ่งคลาสสิคเลยทีเดียว 

    “ครูลพท่านเมตตาแต่งเพลงให้รอยัลสไปรท์ด้วยนะครับ เพลงลิงแท้ง กับเพลงเดี๋ยวก็กลิ้งไปหรอก ตอนได้เพลงลิงแท้งผมยังงงเลย ลิงแท้งมันเป็นยังไง แต่พอได้ร้องก็เข้าใจเลยครั้งว่าท่านต้องการสื่อถึงอะไร ทำให้ผมกับท่านสนิทสนมกันมานานกว่า 40 ปี ตอนหลังก็ไปเป็นคณะกรรมการประกวดร้องเพลงด้วยกัน ท่านไม่มีติ หรือว่าเด็กให้เสียน้ำใจเลยนะ เพียงแค่แนะนำว่า ควรปรับปรุงอย่างไรตามหน้าเสื่อ เป็นคนดีมากนิสัยตรงไปตรงมา จริงใจ ปากกับใจตรงใจ ท่านยังเคยบ่นกับผมเลยว่า บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยกับพวกนายทุน ท่านเคยบอกกับผมว่าที่พุ่มพวงร้องเพลงได้อารมณ์น่ะ เพราะตอนคุมร้องบอกให้พุ่มพวงร้องแบบกระแดะๆ เลย มัวแต่เนี้ยมอายไม่ได้เกิด แล้วพุ่มพวงก็เกิดจริงๆ เป็นราชินีลูกทุ่งในดวงใจของคนลูกทุ่งมาจนถึงทุกวันนี้ ในความเห็นส่วนตัวท่านเป็นคนที่แต่งเพลงโศกได้ทิ่งทรวงเลยล่ะ เป็นคนที่ใช้ภาษากวีที่สวยงาม ทุกเพลงได้รับความนิยมมาตลอดกาลจนเป็นเพลงลูกทุ่งคลาสสิคเลย” 

 

*ดูแลเอาใจใส่ลูกศิษย์เสมือนเป็นลูกในไส้

    ศิรินทรา นิยากร นักร้องชื่อดัง เปิดใจทั้งน้ำตาว่า เสียใจมากกับการจากไปของครูลพ ตนยกครูลพเป็นพ่ออีกคนหนึ่ง เพราะนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าวงการลูกทุ่ง ครูลพให้ความรักความเมตตา มีความห่วงใยและเอาใจใส่ตนเหมือนกับเป็นลูกสาวในไส้คนหนึ่ง 

    “ครูลพเหมือนเป็นพ่ออีกคนเลยค่ะ ความรักความผูกพันที่เรามีให้กัน ไม่ใช่แค่ลูกศิษย์กับครูเพลง ท่านให้ความเมตตากับเรามาตั้งแต่เข้าวงการ เอาใจใส่ทุกเรื่องเป็นห่วงเราเหมือนลูกแท้ๆ ครูแต่งเพลงหลงมนต์คนเอฟเอ็ม ทาแป้งรอ ให้ร้องจนเริ่มมีชื่อรู้จักในวงการลูกทุ่ง ล่าสุดก่อนท่านป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลยังให้เพลงมาร้อง ทำเป็นมาสเตอร์ไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ออก ท่านยังบอกเลยว่าให้เอามาลองออกเถอะจะได้มีความเคลื่อนไหว ดูสิขนาดนั้นป่วยหนักมากแล้วท่านยังเป็นห่วง เป็นอย่างนี้มาตลอด 30 ปี มีโอกาสได้ดูแลท่านเรื่อยมา พาท่านไปทานข้าว ครูเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นครูผู้มีแต่ให้ เอาใจใส่เมตตาลูกศิษย์เหมือนพ่อมาโดยตลอด ครูเป็นคนขี้เกรงใจ ไม่อยากรบกวนใคร แต่เราเป็นลูกก็ต้องเข้าไปหาท่าน เรารู้ว่านิสัยท่านเป็นอย่างไร การสูญเสียครั้งนี้ยิ่งใหญ่ไม่แตกต่างกับการสูญเสียพ่อค่ะ”