หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 29 ธันวาคม 2558 เวลา 08:45

เบิ่งลูกทุ่งแบบ "ครูสลา" 58 เกิดความผันผวนผู้สร้างแบบอินดี้เติบโต 59 "เพลงต้องดัง แสดงต้องดี ดนตรีต้องสด"

  • 1,257 view
  • share

ในปี พ.ศ. 2558 ที่กำลังจะผ่านไปอีกเพียงไม่กี่วัน "สลา คุณวุฒิ" ครูบ้านป่าผู้เจียระไนศิลปินมีชื่อเสียงประดับวงการมากมายกับค่ายแกรมมี่ โกลด์ อาทิ ไมค์ ภิรมย์พร, ศิริพร อำไพพงษ์, ต่าย อรทัย, มนต์แคน แก่นคูน, ข้าวทิพย์ ธิดาดิน ฯลฯ เบิ่ง (มอง) เผยมุมมองส่วนตัวที่มีต่อวงการลูกทุ่ง "กำลังอยู่ในช่วงปรับตัว"

    หากมองในแง่ของการสร้างงาน และการเสพงานแน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติของวงการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย แต่สิ่งที่เข้ามาแทรกอย่างชัดเจนคือทีวีดิจิตอล กับความแรงของยูทูบ ตรงนี้เองที่ทำให้กระทบต่อวิธีการและขั้นตอนการนำเสนอ

    "ภาพรวมมันน่างง แต่ถ้าเรามองแบบเข้าใจก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ กระบวนการที่มีความแตกต่าง เพราะมันมีความเปลี่ยนแปลงด้านขั้นตอนของกระบวนการทำงาน ผู้ลงทุนหลักๆ ในบ้านเราก็หันไปเล่นทีวีดิจิตอล ยิ่งมีการแข่งขันสูงมากเท่าไหร่  ยิ่งส่งผลกระทบมาสู่วงการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะวงการลูกทุ่ง"

    สิ่งต่อมาที่เห็นชัดเจนในปี 58 คือพื้นที่ในการนำเสนอผลงาน  ในยูทูบมีบทบาทสูงมาก ส่งผลให้ชาวบ้านทั่วไป หรือภาษาในวงการเรียกว่า "กลุ่มอินดี้" มีความแข็งแรงในการสร้างสรรค์งาน และมีพื้นที่นำเสนอผลงานออกสู่สาธารณชนแบบไม่ต้องผ่านกระบวนการแบบเก่า ในเฉพาะโทรทัศน์และวิทยุ

    ค่ายเพลงหลักเริ่มทบทวนขั้นตอนในการสร้างงาน ในขณะเดียวกัน กลุ่มอินดี้หรือกลุ่มสร้างงานจากต่างจังหวัด รวมถึงผู้ผลิตรายย่อยเริ่มมีบทบาทสูงขึ้น
    
    ในแง่ของผู้ฟังก็มีทางเลือกในการเสพงานมากขึ้น แตกต่างจากในอดีตที่ต้องรอฟังจากค่ายใหญ่หรือโทรทัศน์ วันนี้หลายคนตัดโทรทัศน์ออกจากชีวิตประจำวันไปแล้ว เบนเข็มไปที่ยูทูบบนจอสมาร์ทโฟน

    "ทีวีก็คือมือถือ"
    ความเปลี่ยนแปลงเรานี้ทำให้การสร้างงานมีตัวแปรมากขึ้น  ทิศทางของเพลงหลากหลายขึ้น มีการนำเสนอที่ไม่จำเจ เมื่อเกิดความแตกต่างอย่างนี้เพลงที่จะประสบความสำเร็จเกิดความซับซ้อนมากขึ้น ผลงานจากค่ายหลักๆ ที่ทำกันเป็นขั้นเป็นตอนได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีผลงานจากกลุ่มอินดี้แทรกเข้ามาอย่างเป็นทางการ

    "ต้องใช้คำว่าอย่างเป็นทางการเลยนะครับ ที่ผ่านมามันก็มีสอดแทรก แต่ว่าไม่เข้ามาเต็มๆ เหมือนปีนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้ภาพรวมจึงมีทั้งสองด้าน ในแง่ของกระแสเพลงดังคือมีความหลากหลายขึ้น ในแง่ปริมาณเติมโตขึ้น แต่ถ้าเรามาเพ่งเล็งตัวที่เป็นเม็ดเงินจริงๆ ในแง่ธุรกิจ คิดว่าเป็นปีที่ลำบากพอสมควร"

    ครูสลาชี้ชัดให้เห็นความลำบากในวงการว่าอันดับแรกคือการจ้างงานแบบวิถีชาวบ้านลดลง ยกเว้นในพื้นที่ภาคกลางที่ยังมีงานวัดในปริมาณคงที่ต่อเนื่อง แต่ในภาคอื่นๆ เริ่มมีปริมาณลดลง เม็ดเงินที่หมุนเวียนในวงการลดตามไปด้วย แต่เกิดการแย่งงานกันมากขึ้น ส่งผลให้ศิลปินมีความเป็นอยู่ลำบากขึ้น

    เมื่อมองในแง่ของ "ผู้สร้างงาน" หรือ "ค่ายเพลง" ในปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากไม่มีความชัดเจนจากอะไรสักอย่าง ยอดขายแผ่นซีดี ดีวีดี ตกลงแทบไม่มีเม็ดเงินไหลเข้ามา  แม้มีแผงวางขาย แต่ปริมาณการซื้อน้อยลง ในส่วนของเอ็มพี 3 มียอดการขายเติบโตขึ้น แต่ไม่สามารถทดแทนกันได้

    "เป็นปีแห่งความผันผวนของวงการ"
    การที่จะหวังรายได้จากด้านโชว์บิต และการรับงานของศิลปิน  ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีตัวแปรและการแย่งงานกันมากขึ้น  อีกไม่กี่วันจะผ่านปี 58 ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าการปรับตัวเข้าที่เข้าทางหรือยัง?

    กับวงการลูกทุ่งในปี 59 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ครูสลาเชื่อว่ายังต้องปรับตัวกันต่อไป ค่ายเพลงใหญ่ๆ เองต้องแสวงหาแนวทางการทำงานให้พบจุดที่ลงตัวที่สุด แตกต่างจากผู้สร้างงานรายย่อยที่อาจจะค้นพบเส้นทางแล้ว ทั้งการสร้างเพลง การสร้างภาพ  แทนที่จะผ่านกระบวนการแบบเก่า ก็เดินทางลัดเข้าสู่ยูทูบได้ทันที ส่วนใครจะประสบความสำเร็จมากน้อยขึ้นอยู่กับ "แฟนเพลง" เป็นผู้ตอบรับ

    "สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็มีนะ เพราะสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ในวงการเริ่มเห็นช่องทาง มีการปรับตัวเข้าหาจุดหมายหลากหลายขึ้น คนทำธุรกิจเพลงยังไม่พบสูตรสำเร็จในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อก่อนเจอศิลปินสร้างเพลง ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอโปรโมต วางแผง เห็นขั้นตอนและเห็นตัวเลขแต่ละขั้นตอน หลังจากเพลงดังแล้วนักร้องก็ไปเดินสายรับงานหรือขายโชว์ แต่ว่าในปี 58 มันเริ่มมีความผันผวน และคิดว่าในปี 59 ค่ายหลักๆ ยังไม่พบกับความลงตัว ไม่รู้ว่าจะเอาสูตรสำเร็จในการสร้างงานมาในรูปแบบไหน"

    ครูสลาบอกต่ออีกว่า ในส่วนตัวนักร้องต้องมาคิดถึงการสร้างงานแสดงให้ประทับใจผู้ชม นอกจากภาคของการบันทึกเสียงแล้ว ต้องให้ความสำคัญในภาคของการแสดงมากเป็นพิเศษ

    "ความจริงตรงนี้มีการแข่งขันสูงมานานแล้ว แต่ว่าในปี 59 มองว่าต้องแข่งขันกันหนักกว่าเก่าหลายเท่าตัว เข้าสู่โลกของงานโชว์ที่เป็นวงดนตรีแสดงสดเท่านั้น นี่คือจุดที่นักร้องทุกคนต้องเตรียมความพร้อม เตรียมสร้างงานของตนเองให้ดี ไม่ได้อยู่ในโลกของการเปิดแบ็กกิ้งแทร็กอีกแล้ว"

    หากไม่พิถีพิถันงานโชว์ให้เนี้ยบนิ้ง ครูสลาฟันธงเลยว่าศิลปินค่ายใหญ่มีสิทธิ์พ่ายแพ้ต่อกลุ่มศิลปินอินดี้ที่ไม่มีเพลงดังแต่มีผลงานการแสดงด้านหน้าเวทียอดเยี่ยมอย่างแน่นอน โดยเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ช่วงกลางปี 58 และจะเบ่งบานเต็มที่ในปี  59

    ยกตัวอย่าง "ก้อง ห้วยไร่" ที่ประสบความสำเร็จกับเพลง "ไสว่าบ่ถิ่มกัน" แต่ก็ยังมีรูปแบบการผลิตงานตามปกติ คือสร้างเพลง เพลงดัง และรับงาน

    ยังมีกลุ่มดนตรีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่มีเพลงดังเป็นของตัวเอง แต่ว่างานแสดงเป็นที่นิยมของชาวบ้าน เช่นในแถบภาคอีสานได้แก่ "วงยองบ่าง" และต่อมามี "วงมหาหิงค์" วงดนตรีลักษณะนี้มีการเจริญเติบโตขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเมื่อหลายปีก่อนที่เคยมี "วงวาเลนไทน์"

    จากนี้ไปความดังแบบ "ลาบานูน" จะลามเข้าสู่วงการลูกทุ่ง นั่นคือนักร้องหนึ่งคนนอกจากมีเพลงดังแล้วต้องมีแบ็กอัพที่แข็งแรง และมีการแสดงโดยใช้ดนตรีสด ใครที่ยังใช้การแสดงกับแบ็กกิ้งแทร็กซึ่งได้รับความนิยมในกรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จะเริ่มได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

    "นักร้องทุกคนต้องมีการลงทุนกับการเตรียมการโชว์มากขึ้น สมมตินักร้องดังหนึ่งคนเมื่อก่อนจ้างงานมีค่าตัวเฉลี่ย 1 แสน 2 หมื่นบาทต่อครั้ง รายได้ถึงตัวเองอาจจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 หมื่นบาท ต่อไปนี้ค่าจ้างอาจจะยังเท่าเดิม แต่ต้องมีการแบ่งไปจ่ายอย่างอื่นมารองรับ รายได้ที่ถึงตัวนักร้องจริงๆ อาจจะน้อยลง ในปี 59 คิดว่าน่าจะมีความชัดเจนในเรื่องแบบนี้ จะมีวงลักษณะนี้เกิดขึ้นแพร่หลาย และอาจจะมีอีกหลายๆ วงที่ได้รับความนิยม"

    ครูสลาบอกต่อไปว่า ในปีหน้าฟ้าใหม่รสนิยมการชมโชว์ของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป

    "เพลงต้องดัง แสดงต้องดี ดนตรีต้องสด"
    คือสูตรที่จะทำให้ศิลปินรอดตาย

    "รสนิยมของคนชมลูกทุ่งต่อไปจะเริ่มมีภาพความฝันหรือจินตนาการในการชมโชว์แบบผูกมัดผู้แสดงมากขึ้น ความคาดหวัง คือหนึ่งต้องดัง สองโชว์ต้องดี สามดนตรีต้องสด ตัวนี้จะมา รูปแบบการทำงานลักษณะนี้จะทำให้เห็นทางรอด ที่ผ่านมาเพลงดัง การแสดงดี ดนตรีแบ็กกิ้งแทร็ก เมื่อก่อนการใช้แบ็กกิ้งแทร็กเอาอยู่ แต่ตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมปี 58 ช่วงที่นักร้องเปิดฤดูกาลโชว์เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่าวงแบบดนตรีสดได้รับความนิยมมาก ปี 59 ครูมองว่าสูตรการทำงานนี้จะมาแรง เพลงต้องดัง แสดงต้องดี ดนตรีต้องสด ภาพมันจะเป็นแนวนี้"

    ขณะเดียวกัน การเคารพสิทธิ หรือการรักษาสิทธิในเรื่องของ "ลิขสิทธิ์เพลง" จะมีสูงขึ้น มีการดูแลอย่างเป็นทางการของเจ้าของสิทธิในรูปแบบของค่ายเพลง หรือส่วนบุคคลก็ตาม

    "ตั้งแต่ปี 59 จะมีการเช่าลิขสิทธิ์เพลงเป็นรูปเป็นร่าง ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แม้ว่าตอนเริ่มต้นจะมีความขัดแย้งกันเกิดขึ้นมากมาย แต่ในอนาคตทุกคนอยากเป็นเจ้าของสิทธิ และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ธุรกิจภาคการซื้อขายลิขสิทธิ์จะชัดเจน เป็นส่วนที่เข้ามาทดแทนสิ่งที่มันเสียไป"

    นอกจากนี้ ครูสลายังเชื่อว่าปีหน้ายังเป็นปีที่มีรายการประกวดร้องเพลงผุดขึ้นมาอีก ถือเป็นทางลัดของการทำรายการโทรทัศน์ให้เข้าถึงชาวบ้านได้รวดเร็วที่สุด ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

    "จากความคิดเห็นส่วนตัว และการพูดคุยกับผู้คร่ำหวอดในวงการโทรทัศน์ รายการที่เข้าถึงชาวบ้านได้รวดเร็วที่สุดคือรายการประกวดและรายการมวย มีสองรายการแบบนี้ที่ลัดที่สุด สร้างเรตติ้งได้ดีที่สุด ส่วนจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยอย่างไรต้องติดตาม คิดว่าปี 59 ก็คงอยู่แน่นอนรายการประกวดลูกทุ่ง  ส่วนปีต่อไปก็ต้องรอดูกระแสจากชาวบ้าน ในแง่ของข้อดีทำให้เกิดความตื่นตัว สมัยก่อนแม้จะเอ่ยคำว่าเพลงลูกทุ่งมันยังต้องรณรงค์กัน แต่ทุกวันไม่ต้องพูดกันมาก ผู้คนเทกลับมาหาความเป็นลูกทุ่ง 70-80 เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือข้อดี เด็กรุ่นใหม่เปิดรับลูกทุ่งแบบไม่เขินอาย มีรายการเปิดโอกาสแบบไม่จำกัดอายุ  เช่นไมค์ทองคำ ทำให้คนที่คิดว่าพลาดโอกาสไปแล้วกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ส่วนข้อเสีย ครูมองว่าปริมาณมันมากจนน่าจะทำให้คนมีความอิ่มตัว คล้ายๆ กับสมัยหนึ่ง ถ้ายังจำกันได้ช่วงหนึ่งในทีวีมีแต่รายการมิวสิกวิดีโอเพลง ต่อมามันก็อิ่มตัว ทำให้ต้องลดปริมาณหรือปรับรูปแบบไปเอง เช่นเดียวกับรายการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ในวันหนึ่งก็ต้องมีการลดหรือปรับเปลี่ยน ซึ่งต้องรอดูกระแสตอบรับของประชาชน"

    สำหรับกระแสแพร่สะพัดที่มีออกไม่ขาดสาย เตรียมย้ายบ้านไปเป็นหัวเรือใหญ่ "ยุ้งข้าว เร็คคอร์ด" ค่ายเพลงน้องใหม่ที่มีกระแสตอบรับจากคนลูกทุ่งดีต่อเนื่อง

    ครูสลายืนยันคำตอบเหมือนเดิมว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้"

  • 1,257 view
  • share