ริฮานน่า : งานใหม่จะเสร็จเมื่อมันเสร็จ!

"ฉันมีเพลงที่ชอบๆ เยอะมาก แต่ละเพลงก็ต่างกันไป มันเลยยากมากที่จะเอาทุกเพลงใส่ไปในอัลบั้มเดียวกัน" ริฮ่านน่า กล่าวถึงเหตุผลที่งานของเธอทำไมถึงล่าช้ากว่ากำหนด แล้วมันผิดปกติมั้ย ? แน่นอน โดยเฉพาะสำหรับแฟนๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ปี 2005-2012 ริฮานน่ามีอัลบั้มทั้งแบบใหม่ หรือเอาออกมาขายใหม่ (re-released ) อย่างน้อย 1 อัลบั้มทุกปี จนปี 2013 ถึงเกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้น

    แต่อย่างน้อยมันก็เสร็จ ? "มันยังไม่เสร็จ สำหรับฉัน มันไม่เสร็จจนกว่าจะเสร็จ จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายนั่นแหละ" ริฮานน่ากล่าว เพราะฉะนั้นอัลบั้มที่ในหมู่แฟนๆ บอกว่าชื่อ "R8" ตอนนี้ยังไม่มีทั้งชื่ออัลบั้มอย่างเป็นทางการ ตลอดจนรายชื่อเพลงว่ามีเพลงอะไรบ้าง "ฉันมีเพลงที่ชอบๆ เยอะมาก แต่ละเพลงก็ต่างกันไป มันเลยยากมากที่จะเอาทุกเพลงใส่ไปในอัลบั้มเดียวกัน"

    "ไม่ว่าฉันจะโพสต์ข้อความอะไรก็ตาม ไม่เกิน 3 ความเห็นจะต้องมีถามว่า "เมื่อไหร่ "R8" จะออก คือฉันจะโพสต์อะไรก็ได้ เรื่องอะไรก็ได้ พวกเขาไม่สนใจเลย นอกจากเรื่องเดียว" ริฮานน่า แซวแฟนคลับที่อยากเสพงานใหม่แล้ว ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ กว่า 50 ล้านฟอลโลเวอร์ในทวิตเตอร์ "ฉันรู้น่า! แต่มันทำให้ฉันตื่นเต้นนะ เพราะฉันอยากมอบอะไรพิเศษๆ ให้พวกเขาเต็มที่"

    ริฮานน่า เป็นศิลปินคนแรกที่มียอดขายซิงเกิลทางดิจิตอลถึง 100 ล้าน, นิตยสาร Vogue ยกให้เธอเป็นแฟชั่นไอค่อน ขณะที่ในวงการเพลง คนที่มาร่วมงานกับเธอคือทีมในฝันของนักร้องหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเดรค, พอล แม็คคาร์ทนี่ย์, โคลด์เพลย์, เอมิเน็ม ไปจนถึง นิคกี้ มินาจ และ คานเย่ เวสต์ ที่กระสันร่วมงานกับเธอมาก แต่ตอนนี้ดันง่วนกับเพลงตัวเองพอดี "คานเย่อยากร่วมทำงานในอัลบั้มนี้มาก เขาเลยเริ่มช่วยฉันทำในตอนแรกๆ ตอนนี้เรารอที่จะกลับมาอยู่สตูดิโอด้วยกัน ตอนนี้ตารางทำงานของฉันกับเขามันไม่เอื้อกันเลย แต่ฉันคิดว่าใน 1 เดือนนี้เราน่าจะกลับมาอยู่สตูดิโอด้วยกันได้อีกครั้ง"

    ในวงการเพลงป็อป (โดยทั่วไป) การเว้นช่องว่างระหว่างการออกอัลบั้มใหญ่แต่ละชุดอาจมีความเสี่ยงได้ แต่กฎข้อนี้ต้องยกเว้นกับ ริฮานน่า ที่สถานะของเธอมันเกินขอบเขตของคนที่ต้องมานั่งเสี่ยงกับความไม่แน่นอนแล้ว ดังนั้นความท้าทายของเธอ มันไม่ได้อยู่ที่ว่า ออกงานมาแล้วยอดขายถล่มทลาย แต่อยู่ตรงที่ "ความกล้า" ที่จะเสี่ยงกับผลงานของตัวเองหรือเปล่า เพราะหลายคนเลือกที่จะเพลย์เซฟ "ฉันเลือกที่จะเสี่ยง เพราะฉันมันคนขี้เบื่อ แถมเบื่อง่ายซะด้วย"

    เพื่อนึกภาพออก เธอเล่าเรื่องสมัยเป็นเด็กอายุ 11 ขวบ อยู่ในค่ายทหารกับเพื่อนซี้ที่ บาร์เบโดส "เราต้องก่อกวน สร้างปัญหาอะไรสักอย่าง เพื่อสนุกกับบทลงโทษที่จะโดน และเราไม่ยอมวิดพื้นด้วยตอนโดนทำโทษ คำถามคือ ทำไมต้องทำด้วย ? การทำตามกฎมันน่าเบื่อจะตาย"

    ริฮานน่าออกจาก บาร์เบโดส ไป นิวยอร์ก ก่อนที่จะโดนโรงเรียนทหารตะเพิด เธอเซ็นสัญญากับ เจย์-ซี ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรก ตอนนี้ผ่านมา 10 ปี ความทะเยอทะยานของริฮานน่า ในการทำอัลบั้มใหม่ประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะแต่ละงานที่ออกมา มันไม่ใช่เพียงอัลบั้มที่เข้าท่าเฉยๆ "การทำอัลบั้มที่มีแต่เพลงเพราะๆ มันง่ายจะตายไป" นี่คือข้อคิดของเธอ และคงเถียงเธอยาก เช่นเดียวกับการเป็นแฟชั่นไอค่อน และตอนนี้ริฮานน่า คือเทพธิดาของคนเก่งๆ ในวงการเพลง ทั้งนักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ "แต่ฉันอยากให้ทุกคนไปด้วยกัน ทุกเพลงต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้อง และไปด้วยกันได้"

    แต่สามเพลงที่ทำแล้ว "American Oxygen", "Four Five Seconds" และ "Bitch Better Have My Money" มันไม่เหมือนกันเลย "ใช่ ฉันรู้ ฉันรู้! อาจจะนิดนึง แต่ฉันชอบสิ่งที่ชอบ และเพลงพวกนี้มีเอกลัษณ์ของตัวเอง และวิดีโอก็แสดงให้เห็นถึงคาแรคเตอร์ของแต่ละเพลง ฉันอยากให้วีดีโอแต่ละวีดีโอมีการเดินทางของตัวเอง วิถีใครวิถีมัน"

    และแต่ละวีดีโอก็พาเราไปยังสถานที่ที่เหนือความคาดหมายจริงๆ ย้อนไปเดือนกรกฎาคม เอ็มวี  "Bitch Better Have My Money" ออกมาทางออนไลน์ และมันมีฉากการ "ลักพาตัว, ทารุณกรรม, ยาเสพติด, ฆาตกรรม, โป้เปลือย และสระว่ายน้ำยาง" มันออกมาเป็นเอ็มวีแนวมินิ-มูฟวี่ ที่มีชั้นเชิง และมียอดวิวในยูทู้บเกือบๆ 50 ล้านวิว (ณ เวลานี้) "ฉันอยากให้คนคิดว่าพวกเขาได้อะไรที่มากกว่าพวกเขาคาดหวัง" ริฮานน่ากล่าว และมันได้ผลตามนั้น "ใช่ แต่ไม่ใช่แนวแบบช็อกๆ มันเป็นแบบ "ว้าว นี่เป็น มินิ-มูฟวี่ของแท้" รู้มั้ย ? ฉันอยากลงไปให้ลึกที่สุด หลักๆ ฉันสิ่งที่ฉันต้องการคือการให้ในสิ่งที่พวกเขาอยากได้ แน่นอนว่าฉันมีความสุขกับปฏิริยาตอบรับ มีความสุขมาก"

    เอ็มวีที่มีเนื้อหาเป็นการลักพาตัวผู้หญิง แถมเอาไปแก้ผ้า ทารุณกรรม เสพยา คือการ "แอนตี้-เฟมินิสต์" หรือไม่ ? ตอนนี้ฉันว่าเรามาถึงจุดแล้ว ฉันไม่คิดว่ามันมีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น และในตอนจบ ผู้หญิงก็เป็นฝ่ายชนะด้วย ไอ้คนเฮงซวย (Bitch) คือผู้ชาย ฉันก็เลยงงๆ คนพวกนั้นไม่เข้าใจ และฉันไม่สนใจพวกนั้นด้วย นี่ไม่ใช่วิดีโอที่แสดงพลังของผู้หญิง ฉันแค่ทำงานศิลปะ

    ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือยุคหลัง "ยุคของ เลดี้ กาก้า" และสำหรับศิลปินทั้งเก่าใหม่ สิ่งที่เป็นที่ยอมรับในสมัยนี้คือภาพลักษณ์ทางบวก แต่ ริฮานน่า ยังเพียรพยายามที่จะพาทุกคนไปยังที่ที่เหนือความคาดหมาย และแปลกประหลาด ขอเพียงมันน่าตื่นเต้น ในยุคปี 2015 ที่เธอกับ เทย์เลอร์ สวิฟท์ อยู่ในแวดวงเดียวกัน พร้อมกัน "เอ่อ ฉันไม่มั่นใจนะ" ริฮานน่าตอบคำถามที่ว่าเธอกับสวิฟท์ จะอยู่บนเวทีเดียวกันมั้ย "ฉันไม่คิดแบบนั้น ฉันแค่คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผล หมายถึงแบรนด์เราไม่เหมือนกัน มันไม่เข้ากัน ฉันไม่คิดว่าแฟนเพลงของเราเป็นกลุ่มเดียวกัน ตามความเห็นของฉัน เธอคือศิลปินที่เป็นแบบอย่างที่ดี แต่ฉันไม่ใช่แบบนั้น"

    สำหรับริฮานน่า แล้ว ความเป็นตัวของตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะยังไง งานของเธอคือตัวเธอ คอนเซปต์ดนตรีป็อปของเธอมันไม่ใช่ว่า ต้องทำเพลงให้เด็กฟัง "ฉันทำเพลงเพื่อใครคนใดคนนึง หรือคนกลุ่มใดกลุ่มนึงไม่ได้ ถ้าฉันชอบอะไร ฉันก็จะทำแบบนั้น มันเป็นงาน (เพลง) ที่ฉันต้องอยู่ด้วย ต้องแสดงด้วยไปตลอดชีวิต เพลงก็เหมือนรอยสัก คุณลบมันไปเฉยๆ ไม่ได้ คุณจะเชื่อในสิ่งที่ไม่เชื่อได้ยังไง โอเคว่าคุณอาจเสแสร้งแกล้งทำได้สักพักนึง แต่สุดท้ายมันก็ต้องเกิดความไม่ชอบใจขึ้นมา ฉันต้องการเป็นตัวฉัน ที่ตอนกลางคืนนอนหลับ โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกกดดันให้เป็นอะไรอย่างอื่นก็ไม่รู้"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ