หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 2 มิถุนายน 2558 เวลา 10:49

"อ.สมชาย" ไม่หวงวิชา ถ่ายทอดสู่คนหมู่มาก ให้รู้จริงช่วยหนุนวงการ

จากเด็กบ้านนอกเรียนจบปริญญาตรีมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทิ้งโอกาสประสบความสำเร็จด้วยการเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ตามแขนงวิชาที่เรียนมาลาออกจากการเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย เดินหน้าเข้ากรุงมุ่งเป็นนักร้อง และนักแต่งเพลง

    วันนี้ "พล" ที่มีชื่อจริงว่า "สมชาย ตรุพิมาย" กลายเป็นอาจารย์นักแต่งเพลงชื่อดังแสดงให้เห็นว่าหากตั้งใจทำอะไรจริงจัง "สักวันต้องเป็นของเรา"

    "อาจารย์สมชาย" เล่าให้ฟังว่าก้าวเแรกในวงการลูกทุ่ง เริ่มต้นที่การเป็นนักร้องตัวเล็กๆ กับค่าย "ชัวร์ ออดิโอ" หรือ "ชัวร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์" ในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในสมาชิกอัลบั้ม "ชัวร์ ชะชะช่า" ชุดที่ 3-6 ร่วมกับนักร้องชื่อดังคับฟ้าอย่าง "มนต์สิทธิ์ คำสร้อย", "ฝน ธนสุนธร" และอีกหลายคน

    "เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2546 ตอนที่อยู่ชัวร์เราเข้าไปในฐานะนักร้องและแต่งเพลงไปด้วยทีนี้ผ่านไป 2-3 ปี ไม่ได้ออกผลงานชัดเจนแต่ผมก็ฝึกฝนฝีมือไปเรื่อยๆ พอผ่านไปหลายปีทำให้คิดว่าเอ๊ะการเป็นนักร้องไม่น่าจะใช่แล้วแหละ"
เมื่อเป็นนักร้องมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

    "อาจารย์สมชาย" ซึ่งใช้ชื่อว่า "สมชาย ไทรงาม" ในขณะนั้นจึงเริ่มเบนเข็มตัวเองมาให้ความสำคัญกับการแต่งเพลงมากขึ้น

    เริ่มต้นลองของอย่างเป็นทางการกับเพลง "คนดีที่อ้ายบ่ฮัก" ให้ "บุญตา เมืองใหม่" ขับร้องมีกระแสตอบรับดีไม่น้อย

    จากนั้นก็ทยอยเรียงร้อยอักษรออกมาบรรเลงกับตัวโน้ตต่อเนื่องไล่เรื่อยมาตั้งแต่เพลง "เสียดายอ้ายบ่ปึก, อ้ายแพ้เขาหรือเจ้าลำเอียง" โดยมี "ไอดิน อภินันท์" ทำหน้าที่ถ่ายทอดให้คอเพลงลูกทุ่งอีสานได้พิสูจน์ปลายปากกาเฉียบคม "ใครๆ ก็อยากได้ของดีราคาถูก"

    เมื่อชื่อของ "สมชาย ตรุพิมาย" ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ววงการในฐานะ "นักแต่งเพลงรุ่นใหม่ฝีมือดี" มีผู้ดูแลศิลปินมากมายทั้งในค่ายใหญ่ค่ายน้อย รวมทั้งอิสระพุ่งเป้าเข้าหาให้สะบัดปลายปากกาผลงานดีมีคุณภาพให้จนแทบกลั่นออกมาไม่ทันไปไหนมาไหนใครๆ ก็ยกย่องให้เป็น "อาจารย์"

    "พอรู้สึกว่าไม่น่ารุ่งกับการเป็นนักร้องก็เลยมาเน้นกับการแต่งเพลงมากขึ้นปกติเราก็ศึกษาอยู่แล้วก็เริ่มโฟกัสมากขึ้นกับการแต่งเพลงเริ่มจากเพลงคนดีที่อ้ายบ่ฮัก เพลงอินแฮง เพลงเสียด้ายอ้ายบ่ปึก และที่ดังที่สุดช่วงแรกๆ คือเพลงอ้ายแพ้เขาหรือเจ้าลำเอียง ตอนแรกๆ ก็แต่งให้กับนักร้องค่ายชัวร์ฯ แต่พอออกมาก็แต่งให้กับนักร้องทั่วไปครับ  ไหมไทย หัวใจศิลป์ ก็แต่ง ก็ได้รับค่าตอบแทนการทำงานมากขึ้น"  

    ภูมิหลังก่อนมาเป็นนักแต่งเพลงมีผลงานได้รับความนิยมของ "อาจารย์สมชาย" เหมือนกับนักแต่งที่โดดเด่นในวงการหลายท่าน คืออาศัยครูพักลักจำตั้งใจทำงานให้ประสบความสำเร็จเป็นใบเบิกทางจนได้เข้ามาใกล้ชิดกับครูเพลงมือฉมัง และได้รับการถ่ายทอดวิชามาสะสมไว้ในเมมโมรี่

    "หลักๆ เลยคือ ครูสลา คุณวุฒิ ก่อนหน้าได้เจอครูสลาพบก็ศึกษาเอาจากผลงานของ ครูไพบูลย์ บุตรขัน, ครูลพ บุรีรัตน์ และอีกหลายๆ ท่านทั้งลูกทุ่ง เพื่อชีวิต และสตริง แต่ว่าคนที่เราได้รับกับตัวตรงๆ เลย คือครูสลาได้ร่วมงานกับท่านแล้วคอมเมนต์เพลงให้และก็มีอาจารย์วสุ ห้าวหาญ ซึ่งท่านเป็นรุ่นพี่ ม.ขอนแก่น ศึกษาจากผลงานของท่าน  และก็ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน ได้เห็นวิธีคิดของเขาทำให้ได้มุมมองอะไรหลายๆ อย่าง" แม้เป็นคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่เคยหวงวิชาพร้อมถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่หรือผู้ที่มีความตั้งใจอยากจะเป็นนักแต่งเพลงแบบที่ตัวเองเคยเป็นมาก่อน จึงตัดสินใจเปิดคอร์ส "เขียนเพลงให้ขายได้" ในรูปแบบของการจัดสัมมนาไปทั่วประเทศ สอนและแนะนำเทคนิคการแต่งเพลงให้โดนใจผู้ฟังให้กับผู้ใฝ่รู้ ทั้งนี้เพราะ "อาจารย์สมชาย" มองว่าหากมีผู้รู้จริงในศาสตร์ด้านนี้มากขึ้นวงการลูกทุ่งก็จะมีกองกำลังช่วยหนุนให้อยู่ยงคงกระพันบนความสง่างามเพิ่มมากขึ้นไปด้วยโดยปริยาย

    "สำหรับผมอันดับแรกเลยเป็นเพลงที่เขียนแล้วคนอินตามได้ คือ เอาชนะใจคน ความหมายคือว่า คนที่ฟังเพลงนี้แล้วมีความรู้สึกร่วมไปกับเพลงที่เราแต่งได้ไม่ว่าสุขเศร้า เหงาสนุกสนาน คือฟังแล้วรู้สึกสุนทรีย์ไปด้วยน่ะผมว่าถึงจะเป็นเพลงที่ขายได้ การสอนการแนะนำแต่ละคอร์สก็แนะนำว่าเพลงมีองค์ประกอบหลายอย่างนะครับคือก่อนที่ผมจะเขียนเพลงเป็นมืออาชีพเนี่ยไม่ได้ฝึกมาไม่ได้รู้องค์ประกอบที่ถูกต้องมันยากนะ จนเราได้เรียนรู้จากครูบาอาจารย์จึงทำให้แตกฉานว่า อ๋อเพลงหนึ่งเพลงกว่าจะสมบูรณ์มีหลายองค์ประกอบ มีเรื่องราว มีการวางแผน การใช้คำ มีเรื่องของทำนอง และอื่นๆ สรุปว่าให้คนที่ไม่เคยได้สัมผัสคลุกคลีวงในได้รู้ว่ามืออาชีพเขาคิดแบบนี้ คนที่ทำงานแบบมืออาชีพได้เขามีความคิดอย่างไร ผมก็เน้นในเรื่องของการเขียนเพลง ตอนนี้คิดว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ส่วนเป้าหมายในอนาคตก็อยากแต่งเพลงให้มีความหลากหลายมากขึ้น  เขียนเรื่องสังคม ธรรมชาติ ความฝัน เพราะว่าตอนนี้ผมเขียนส่วนใหญ่เป็นเรื่องความรักความรักความผิดหวัง ก็อยากจะบอกเรื่องให้หลากหลายออกไป และถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ได้รู้วิธีที่ถูกต้องเพื่อที่ได้องค์ความรู้นี้และนำไปสร้างงานของเขาได้"

    วันนี้ "สมชาย ตรุพิมาย" ไม่ใช่นักแต่งไร้นามสกุลอีกต่อไปแล้วหลังจากตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนักแต่งเพลงในสังกัดแกรมมี่โกลด์ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

    เหตุผลสำคัญของการร่วมงานกับค่ายเพลงยักษ์ เพราะต้องการเพิ่มพื้นที่ในการขยายผลงานมากขึ้น พร้อมทั้งเปิดรับประสบการณ์เพื่อนำมาขยายต่อให้วงกว้างได้รับรู้ถึงกระบวนการอย่างมืออาชีพ

    "มีความรู้สึกว่าเป็นโอกาสอย่างหนึ่งคือเขาเห็นศักยภาพของเราให้โอกาสลองไปสร้างสรรค์ผลงานด้วยกัน มีพื้นที่ให้เราได้แสดงความสามารถไปสู่แฟนเพลงหลายคน มีศิลปินหลากหลาย การเป็นนักแต่งไม่มีค่ายเหมือนกับแต่งเพลงเล่นพูดได้เพียงเรื่องเดียว พอเรามีพื้นที่มากขึ้นก็แต่งงานได้หลากหลายมากขึ้นได้ใช้สิ่งที่เรารู้และอีกอย่างหนึ่งคนก็จะได้รู้จักเรามากขึ้นเพื่อเราจะได้นำสิ่งที่เรารู้ถ่ายทอดไปสู่คนที่มีจำนวนมากขึ้นด้วย"  

    ตั้งใจถ่ายทอดวิชาเพื่อหาทายาทสืบสานต่อไปแบบไม่มีกั๊กจึงไม่ใช่เรื่องแปลกว่าทำไมคอร์ส "เขียนเพลงให้ขายได้" ซึ่งจัดมาถึง 7 ครั้งแล้วถึงมี "ผู้ที่อยากจะเป็นนักแต่งเพลง" ให้ความสนใจตีตั๋วจองเก้าอี้เข้ามานั่งเรียนกันแน่นห้อง