หนัง-เพลงเพลง-อัลบั้ม 15 มีนาคม 2558 เวลา 18:15

"กรุง" พิสูจน์รักแท้ลบครหาเกาะเมียกิน นายทุนใจป้ำควัก15ล้านให้ทำหนัง"สาวมาด"

  • 4,812 view
  • share

แต่งงานใช้ชีวิตคู่กันมาก่อน "สาวมาด เมกะแดนซ์" นักร้องลูกทุ่งหญิงเจ้าของเสียงร้องเพลงดัง "สาวลาดพร้าว, ดาวมหาลัย" ดวงแตกครรภ์เป็นพิษ ต้องผ่าตัดสมอง ผ่าคลอดลูกสาวก่อนกำหนด นอนหมดสติ และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นแรมเดือน "กรุง สุขสันต์" เจอครหามาหนักต่อเนื่องว่า "เกาะเมียกิน"

 

        จนกระทั่งวันนี้เขาได้ใช้ความจริงใจพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "รักที่เกิดกับสาวมาด" คือรักแท้
    
        นับตั้งนักร้องคนดังล้มป่วย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาจนถึงนาทีนี้ อดีตศิลปินหนุ่มค่ายรถไฟดนตรี ไม่เคยคิดทอดทิ้งไปไหน ตรงกันข้ามกับทำหน้าที่สามีสุดประเสริฐ ดูแลภรรยาสุดที่รักเป็นอย่างดี ป้อนข้าวป้อนน้ำ อุ้มเข้าห้องน้ำช่วยเหลือทำกิจวัตรส่วนตัวทุกวัน
    
        "กรุง สุขสันต์" ย้อนวันวานให้ฟังว่า ต้นรักระหว่างเขาก่อร่างสร้างขึ้น เมื่อครั้งยังเป็นศิลปินตัวน้อยอยู่ค่ายรถไฟดนตรี ทำให้มีโอกาสได้พบกับนักร้องสาวซูเปอร์สตาร์ของวงการลูกทุ่ง ระหว่างไปเดินสายคอนเสิร์ต พอพูดคุยกันถูกคอจากกคนรู้จักก็กลายเป็นคนรักลงหลักปักฐานสร้างวิมานด้วยกัน
    
        "ก่อนเจอกับสาวมาดก็ร้องเพลงครับเป็นศิลปินอยู่ค่ายรถไฟดนตรี แล้วก็เปิดร้านอาหารที่ จ.สระบุรี คือผมเป็นคนอุดรธานี อำเภอกุมภวาปี ก็เหมือนกับคนบ้านนอกทั่วไปที่ต้องจากบ้านเกิดมาทำงาน มาตามความฝันของตนเอง ออกอัลบั้มใต้ดินมา 2 อัลบั้ม แล้วก็ออกอัลบั้มเรือแจว กับรถไฟดนตรี เป็นอัลบั้มเพื่อชีวิตครับ ที่นี้มีโอกาสได้ไปเล่นคอนเสิร์ตงานวิทยุงานการกุศล ไปเจอกับสาวมาดที่จังหวัดนครพนม เจอตอนแรกก็เดินไปสวัสดีเขา ตอนนั้นเขากำลังดังอยู่ เพลงสาวลาดพร้าวกำลังดังเจอตอนแรกก็เป็นพี่เป็นน้องกัน เขาอายุมากกว่าผม 2 ปีครับ ตอนนี้สาวมาดอายุ 39 ปี ผมอายุ 37 ปีครับ พอสวัสดีแล้วก็ไม่เคยเห็นคนแปลกก็ไม่ได้คิดอะไรเลย คือเขาแปลกดีๆ คุยตลกดีเดินเข้าไปถามสารทุกข์สุกดิบกัน แล้วก็เข้าไปถามว่าบ้านอยู่ไหน พอดีบ้านอยู่สระบุรีเหมือนกันแล้วเราก็ไปเปิดร้านอาหารที่สระบุรีบ้านเขาอยู่หินกอง เขาก็บอกเดี๋ยวพาลูกน้องไปกินข้าวที่ร้าน เรื่องของเรื่องเขาก็มาทานข้าวกันที่ร้าน ตอนนั้นผมขายหวยด้วย แล้วบังเอิญสาวมาดเป็นคนที่ซื้อหวยเยอะ ชอบเล่นหวยซื้อที 7,000-8,000 บาท เขาจะเป็นคนนิ่งๆ พอซื้อเยอะๆ ไปเขาก็จะไม่จ่ายตังค์ พอไม่จ่ายปุ๊บเราก็ไม่มีเงินไปจ่ายเจ้านายใหญ่ครับ ผมก็โทร.ทวงครับเขาก็คิดว่าเราโทร.ไปจีบเขา (หัวเราะ) ที่จริงเราโทร.ไปทวงค่าหวยก็เลยได้คุยกันตลอดมา เขาก็มาเยี่ยมที่ร้านทานข้าวกันมีวันหนึ่งเขาโทร.มาชวนผมไปรายการทีวีเขาบอกขับรถเข้ากรุงเทพฯ ไม่ได้ผมก็เลยอาสาพาไปให้ พอไปถึงอัดรายการเสร็จขากลับเขาก็กลับมาทานอาหารที่ร้านผมแล้วก็อยู่ดีๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่าเขาแอบชอบผม หลังจากที่พบกันตั้งแต่ที่นครพนมก็เกือบปีครับ เขาก็บอกว่ารักเราก็บอกว่าให้คิดดูดีๆ เราก็ตกใจด้วยตอนนั้นคิดว่าเป็นพี่น้องกันให้คิดดูดีๆ ก่อน คุณดังแล้วนะผมเป็นแค่ศิลปินเพื่อชีวิตต๊อกต๋อยคนหนึ่งเขาก็บอกคิดดีแล้วคิดมานานแล้วด้วย  เราก็บอกเขาว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากันแล้วเราก็แยกย้ายกันไป ทีนี้เขาก็โทร.มาอีกให้เราไปขับรถให้ เราก็ไปเห็นชีวิตเขาดูน่าสงสารเหมือนกันคนดังไม่ใช่ว่าจะสบายเสมอไป"
    
        กรุงยอมรับว่า ก่อนมาแต่งงานกับสาวมาดเคยมีภรรยามาแล้ว แต่ไปกันไม่ได้จึงแยกทางกัน มิได้คบซ้อนตามที่มีเสียงนินทามาแต่งอย่างใด โดยก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตครอบครัวได้เปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวทั้งหมดให้กับนักร้องซูเปอร์สตาร์ของ "ค่ายท็อปไลน์" ได้ทราบหมดแล้ว
    
        "สาวมาดเขาจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองขับรถเองคนเดียวไปงานมาไม่ค่อยมีเวลาจะพักผ่อน ช่วงนั้นเราก็ไปขับรถให้ไปกัน 3 คนกับยายสอน (ทักษิณ ศรีคำ) ผมก็คอยขับรถให้ตลอดช่วงนั้น จนวันหนึ่งก็มีความรู้สึกว่าโอเครักกันแล้วเลยตกลงว่าแต่งงานกัน ก็แต่งงานกันที่อำเภอหินกองบ้านสาวมาดในขณะนั้น ก็มีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายผมก็มี พี่หนู มิเตอร์ ฝ่ายเจ้าสาวก็นายห้างทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม เจ้าของท็อปไลน์ สินสอด 150,000 บาท ทองสิบบาท แล้วก็แหวนทองธรรมดาบาทหนึ่ง ก่อนหน้านี้ผมเลิกกับแฟนผมก็อยู่คนเดียวมานานแล้ว ลูกก็อยู่กับแม่ เราก็ดูแลเขาอยู่ทิ้งไม่ได้ ก่อนแต่งงานก็บอกสาวมาดหมดทุกอย่าง ก็บอกเขาว่าให้คิดดีๆ ผมเคยมีลูกแล้วโอเคมั้ย เขาก็โอเคไม่เป็นไร ช่วงแต่งงานแรกๆ มีความสุขดีครับทัวร์คอนเสิร์ตด้วยกันไปเมืองนอกเมืองนาด้วยกัน ตอนนั้นก็สวีตกันมากชีวิตมีความสุข แต่ต้องแบบแอบๆ ไปคอนเสิร์ตก็ยังไม่มีใครรู้ว่าสาวมาดมีแฟน ผมพยายามจะเลี่ยงเวลาไปแสดง ผมก็จะไปทำหน้าที่ตัวเองไปมิกซ์เสียงคุมซาวนด์ คือไม่เปิดตัวเพราะว่าลูกทุ่งถ้าเกิดว่ามีแฟนแล้วมันจะไม่ดีผมกลัวตรงนี้แต่เขาพยายามที่จะเปิดตัวแต่ผมว่าไม่เอา"
    
หลังจากเข้าหอได้ไม่นาน กรุงยอมรับว่า รู้สึกเครียดหนักเอาการ กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์แง่ลบ โดยเฉพาะครหา "เกาะสาวมาดกิน" และรู้สึกน้อยใจคนข้างนอกที่ไม่ทราบว่าตนใช้ชีวิตคู่กันอย่างไร แล้วพูดไปต่างๆ นานา โดยไม่สนใจว่าใครได้รับความเดือดร้อนบ้าง
    
        "ตอนแต่งงานนี่แหละครับบางคนก็บอกว่าสาวมาดมาเป็นแบบนี้ก็เพราะผม ประมาณว่าดึงชีวิตเขาลงมาต่ำเขาอยู่เป็นดาวของเขาดีๆ อยู่แล้วไปดึงเขาลงมาประมาณนี้ ตอนแรกผมก็รู้สึกน้อยใจเพราะคนข้างนอกเขาก็จะไม่รู้หรอกว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร ตอนนั้นเราก็รู้สึกน้อยใจตัวเอง โมโหตัวเองที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ แต่เราก็คิดว่าคนรักกัน 2 คนมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคำพูดของคนอื่น คือน้อยใจที่ว่าคนทำให้เขาโดนมองแบบนี้ไม่ได้น้อยใจว่าคนเขาพูดแบบนี้ ทีนี้ผมก็ช่วงที่ป่วยโดนหนักมากแต่คนให้กำลังใจก็ดี ญาติพี่น้องว่าเรามาเกาะสาวมาด คิดไปคิดมาเราก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดนี่เรารักกันที่ใจไม่ได้เกี่ยวกับตรงนี้ แล้วถ้าเราทิ้งเขาแล้วใครจะดูเขาตอนนั้น ก็ไม่มีใครดูอยู่แล้วผมก็ใช้ความอดทนกับตรงนี้ไม่ตอบโต้แต่เราจะสื่อให้เห็นว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเรารักกัน"
    
        เสียงเม้าท์เสียงนินทาจากบรรดาคนที่มองในแง่ร้ายหายไปหมด เมื่อสาวมาดทรุดหนักเป็นตายเท่ากันแต่กรุงก็ไม่เคยหนีไปไหนไกล นอกจากบวชเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลช่วยหนุนแล้ว ทุกวันนี้เขายังดูแลนักร้องลูกทุ่งขวัญใจแฟนๆ ทั่วประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม
    
        "ตอนที่เห็นเขาป่วยหนักๆ สงสารมากครับที่จริงแล้วตอนนั้นเลิกรับงานแล้วนะ บอกให้เขาเลิกแต่เขาไม่ยอมจนเกิดเรื่องเกิดราว เขาไม่มีอาการมาก่อนหรอกครับแต่ไม่อยากให้เขาเหนื่อยเพราะตั้งท้องแล้ว สงสารเขากับลูกผมพอมีเวลาผมก็เขียนเพลงทำดนตรีทำเบื้องหลัง ช่วงที่ป่วยดูแลทุกอย่างครับ ตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลก็พาเข้าห้องน้ำเช็ดตัว เขาเดินก็นั่งรถเข็นทุกวันนี้ที่บ้านผมก็ทำกับข้าวแล้วพาเขาลุกออกจากเตียงมาเข้าห้องน้ำอุ้มและเข็นมาเข้าห้องน้ำอาบน้ำให้ แล้วก็ป้อนข้าวนวดขาทำกายภาพที่โรงพยาบาลด้วย เท้าเขาจะบิดหน่อยก็ต้องดัดขึ้นมาพอช่วงสายก็ไปโรงพยาบาล ที่เกษมราษฎร์ สระบุรี ช่วงเที่ยงก็ทำกับข้าวให้ก่อนนอนพักผ่อนพอสี่โมงเย็นผมก็พาเดินพยุงขึ้นใส่บล็อกเท้าให้เขาก็หัดเดินเริ่มจากด้านขวาให้เตะเท้าแล้วก็ค่อยๆ ประคองไป หลังจากนั้นก็อาบน้ำอาบท่าทานข้าว แล้วก็สวดมนต์ถึงประมาณหนึ่งทุ่ม ผมก็ออกไปทำงานแล้วเขาก็เข้านอน ผมก็ไปร้องเพลงทุกวันตามร้านอาหารไปเล่นโฟล์ก ร้านขายกับข้าวอาหารป่า ทุกวันนี้มีความสุขครับมากกว่าตอนที่เขาดังอีก มันมีความสุขกับการที่ได้ทำกับเขาแต่ก็สงสารเขาผมพยายามจะไม่ให้เขาดูทีวีเวลาเห็นคนเล่นคอนเสิร์ตผมก็สงสารเขาดูเขาจะเศร้าในแต่ละวันไม่เคยมีความคิดว่าเบื่อ มีความสุขครับ มันชินแล้วครับ มันเหมือนหน้าที่กิจวัตรประจำวันของผมไปแล้ว เป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด พอผ่านวิกฤติกันมาสาวมาดเขาก็ให้กำลังใจครับ เขาบอกว่าสู้เด้ออย่ายอมแพ้ เขาก็บอกมันก็แค่อุปสรรคเราก็รู้สู้อยู่แล้ว เราสองคนก็ไม่เคยแคร์เรื่องนินทา เพราะว่าเรารู้กันอยู่แล้วว่าเราทำอะไรกันอยู่ ปากหอยปากปูก็ปล่อยเขาไป หลังจากแสดงให้เขาเห็นตรงนี้ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งไปไหนนะ มีเสียงชื่นชมกลับมาเยอะครับ คนที่เคยว่าไว้ตอนนี้ก็เข้ามาชมเราว่ามองผิดไป มาคุยดีๆ กับเราบ้าง ถ้าไม่มีผมซักคนสาวมาดก็คงจะลำบากเพราะเขาไม่ค่อยมีญาติพี่น้อง ได้ดูแลเขาได้ทำงานได้เขียนงาน บางวันว่างๆ ก็นั่งเขียนเพลงกันสองผัวเมีย เขียนเพลงให้ดาวซินโดม ผมเขียนให้พี่ อ๋อง (กษาปณ์ จำปาดิบ) สาวมาดก็เขียนให้ บัวผัน ทังโส เมียทางหมอลำ ผัวเพื่อชีวิตแยกงานกันทำก็มีความสุขกัน ที่บ้านสระบุรี ซื้อไว้นานแล้วหลังจากออกหินกองมาก็มาซื้อบ้านอยู่หลังโรงพยาบาลเกษมราฎร์เลยครับ"
    
        นอกจากทำน้ำปลาร้าปรุงรสสำเร็จรูปรสเทพ ตราสาวมาด เมกะแดนซ์ และมีหนังสือปาฏิหาริย์ตายแล้วฟื้น ออกมา ล่าสุดมีนายทุนใหญ่ให้ทุน 15 ล้าน ทำหนังเรื่องคุณอีปึก ราชินีสาวมาด เมกะแดนซ์ อีกด้วย
    
        "เริ่มมาจากหนังสือครับตอนนั้นนั่งเขียนหนังสืออยู่กับสาวมาด แล้วก็มีนายทุนคนที่รู้จักกันผมนับถือเป็นแม่เรียกว่าแม่ เขามาเยี่ยมบ้านเห็นเขียนหนังสือได้ก็ต้องเขียนบทหนังได้เราก็บอกว่าเราไม่มีปัญญาหรอกเพราะว่าเราไม่มีเงินหนังสือยังพอได้อยู่ เขาบอกไม่เป็นไรเรื่องเงินเดี๋ยวแม่จัดงานให้ลองเขียนมาดูละกันเราก็คิดว่าเขาพูดเล่นไปๆมาๆ เอาจริง ผมก็เลยเขียนเขาเอาทุนมาให้ 15 ล้านครับ ตอนนี้วางตัวดาราเรียบร้อยวางตัวเบรกดาวดารา หนังเรื่องนี้ตั้งใตเริ่มตั้งแต่ตอนสาวมาดอยู่ ป.5 ที่เขาฝันอยากเป็นนักร้อง เรื่องจะเป็นคอมเมดี้โก๊ะๆ ตลกๆ หน่อย หนังก็จะไปจบช่วงที่ป่วยแล้วก็ฟื้นตื่นที่โรงพยาบาล ผมก็กะจะเอาตอนที่อยู่โรงพยาบาลเข็นรถช่วยกันดูแลกัน ใส่เข้าไปในหนังด้วย ถาม แล้วมีการปรึกษากันระหว่างนายห้างท็อปไลน์รึเปล่านี่เป็นครั้งแรกครับเคยทำหนังสั้นตั้งแต่สมัยเรียนส่งอาจารย์สมัยเรียน ปวช. ที่เทคนิคอุดรธานี เรื่องนี้ไม่ได้ซีเรียส เป็นตลกคอมเมดี้ มีเรื่องของความรักเข้ามาเกี่ยว รักกันประมาณไหนใช้ชีวิตยังไงถึงอยู่ด้วยกันได้ ตั้งใจฉายในโรงครับจองโรงไว้ประมาณพฤศจิกายน ถาม ที่ไหนบ้างที่ไปจองไว้ถามว่าคิดว่าจะประสบความสำเร็จมั้ยถ้าไม่คิดก็คงไม่ทำเสียงตอบรับจากแฟนเพลงก็จะดีผมว่าหนังพวกนี้หายไปนานเพราะว่ามันเป็นหนังเพลงด้วยมีมุกตลกด้วยความรักมีความทะเยอทะยานของเด็กตัวน้อยๆ คนหนึ่ง ผมว่าทุกคนต้องมีความฝันตอนเป็นเด็กที่อยากจะโด่งดัง แต่มันก็แฝงไปด้วยข้อคิดว่าคนเรามันมีขึ้นสูงก็มีตกต่ำด้วย ผมก็มองว่าที่จะขายได้ก็คือเรื่องความรักมุกตลกการสอนคน แล้วก็คนเราถ้าขึ้นไปสูงต้องมองข้างล่างด้วย แต่สาวมาดเขารับตัวเองได้นะครับ เขารับตัวเองได้ก็เพราะเขาพยายามทำใจ เอาเรื่องธรรมะเข้ามาแทรกชีวิตเขาที่จริงเขาก็เป็นคน สวดมนต์อยู่แล้วหนังเรื่องนี้ก็มีสอนให้คนเข้าวัดทำบุญนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ก็จะมีฉากที่อยู่กับวัดกับพระด้วย" กรุงกล่าว

 

  • 4,812 view
  • share

อ่านเรื่องอื่นๆ