หนัง-เพลงหนัง 11 มกราคม 2561 เวลา 08:25

"ลิน เชย์" คุณป้านักปราบผีใน Insidious: The Last Key

ช่วง 7 ปีที่ผ่านมาผู้ชมได้มีโอกาสผจญภัยไปกับความหลอนปนสยองจากภาพยนตร์แฟรนไชส์สุดขนหัวลุก Insidious ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่าง เจมส์ วาน กับ ลีห์ วันเนล โดยในภาค 4 ได้ อดัม โรบิเทล มานั่งแท่นผู้กำกับ และความเข้มข้นใน Insidious: The Last Key ยังคงทำให้ผู้ชมต้องสั่นผวาตลอดทั้งเรื่อง

     สำหรับงานนี้ ลิน เชย์ รับบทเป็น ดร.เอลิส เรนเนียร์ นักปรจิตวิทยาผู้ปราดเปรื่องที่ต้องเผชิญวิญญาณเหล่าผีร้าย โดยเธอจะนำผู้ชมเดินทางกลับไปในวัยเด็กและบ้านหลังเก่าของเธอ สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดประตูสีแดงสู่โลกความตาย

     The Last Key  กลายเป็นหนังที่น่าจับตามองมากๆ โดยสามารถเข้าบ็อกซ์ออฟฟิศสัปดาห์แรกในอันดับ 2 แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจก็คือ การได้ ป้าลิน มารับบทยอดนักปราบผีวัยดึก  

     Q : มันน่าดีใจที่ได้เห็นคุณกลับมารับบทนำในเรื่องนี้อีก คุณได้เรียนรู้จากเรื่องนี้มากแค่ไหนในการแสดงของคุณ ?
     LS :  ลีห์ วันเนล บอกกับฉันว่า ใครคือคนที่เป็นกุญแจนำไปสู่โลกหน้า ฉันหมายถึงทั้งหมดที่ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังเอาไว้เลย และฉันรู้สึกซาบซึ้งใจมากๆ สำหรับ  ลีห์ วันเนล  สำหรับการสร้างแคแร็กเตอร์ตั้งแต่เริ่มแรก และการอธิบายสิ่งนี้ในแบบที่เขาเป็น หลังจากสามภาคแรก ซึ่งสร้างปัญหาในช่วงแรกๆ ให้ฉันเยอะมาก เมื่อพวกเขาตกลงจะทำภาคที่ 4 ลีห์บอกกับฉันว่า "นี่เป็นเรื่องราวสำหรับคุณ เราจะให้คุณบอกเรื่องราวความเป็นมาในตอนสุดท้าย" ฉันเกิดไอเดียเกี่ยวกับเป้าหมายของเขา ในแง่ของธีม หรือในแง่ของจุดโฟกัส ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดมันจะเป็นยังไง ฉันตื่นเต้นมากๆ มันเป็นเรื่องยากที่จะทำ เพราะมันมีส่วนของอารมณ์เข้ามา แต่จริงๆ แล้วมันก็น่าพอใจที่จะได้ค้นหาเขาว่าคิดยังไงกับ เอลิส (นักปรจิตวิทยา) เพราะว่าในฐานะนักแสดง ฉันเป็นคนบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยตัวเอง ในความคิดของฉันก็คือเธอเป็นคนที่มีความแตกต่าง ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อ มันมีหลายๆ อย่างที่สำคัญมากๆ และน่าตื่นเต้นสำหรับหนังแนวทริลเลอร์ปนสยองขวัญแบบนี้ ภาพยนตร์ภาคต่อ Insidious มีความเกี่ยวพันกับครอบครัว ซึ่งฉันคิดว่ามันคงสัมผัสได้กับทุกๆ คน สำหรับฉันหนังเรื่องนี้มีความพิเศษที่ทำให้ผู้คนคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขากับแม่และพ่อรวมลูกๆ และอื่นๆ ฉันหวังว่าทุกๆ คนจะชอบหนังเรื่องนี้

     Q : มันน่าเหลือเชื่อที่เห็นผู้หญิงสูงวัยรับบทนำในหนังแนวสยองขวัญ และยังเป็นหัวใจหลักของหนังแฟรนไชส์ นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาจริงๆ 
     LS :  อืมม ฉันดีใจมากๆ ค่ะ ฉันไม่มั่นใจว่าฉันสูงวัยหรือยัง ฉันคิดว่าฉันยังทำอาหารเองได้ แต่คุณพูดถูก ฉันได้พบเจออะไรเยอะมาก บางทีมันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสุดๆในอาชีพของฉันตอนนี้ นี่เป็นบทบาทที่มีคุณค่ามากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเล่น ฉันมีความสุขที่ผู้คนมากมายชื่นชอบเรื่องราว และตัวตนของ เอลิส  เธอเป็นคนอ่อนแอ และมีคุณธรรม สำหรับฉันมันเป็นความรู้สึกรับผิดชอบ แม้ว่าคุณต้องเล่นบทคนไม่ดี และเธอไม่ได้ทำแบบนั้น ฉันซีเรียสกับงานของฉันในฐานะนักแสดง และศิลปิน มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉันที่รู้สึกแบบว่าฉันอยากพูดบางสิ่งที่ทำให้ผู้คนคิดเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาในแนวทางใหม่ เอลิสเป็นผู้ให้ และนั่นเป็นสิ่งที่โลกต้องการ ทั้งหมดที่ฉันจะบอกก็คือ เอลิสไม่เกี่ยวกับฉัน มันเกี่ยวกับคุณ ฉันรู้สึกสดใหม่มากๆ และฉันคิดว่ามันไม่ได้รู้สึกกดดันในการที่จะคิดว่าผู้คนจะคิดยังไง นี่เป็นเรื่องดีที่ได้ทำหลายๆ อย่างเพื่อคนอื่นๆ ไม่ใช่แค่ตัวเอง

     Q : การแสดงแคแรกเตอร์แบบนี้ และจากนั้นก็ต้องกลับมารับบทบาทแบบนี้ในอีกหลายๆ ภาคตลอดช่วงหลายปี มันส่งผลกระทบต่อกระบวนการแสดงของคุณยังไง ในฐานะที่เป็นนักแสดง ?
     LS :  นี่เป็นคำถามที่ดีจริงๆ เพราะฉันไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งในหนังแฟรนไชส์มาก่อน โดยเฉพาะตั้งแต่ที่หนังจบไปแล้วกลับกลายเป็นว่าดันมีภาคใหม่อีก รู้ไหมตอนที่หนัง Insidious ภาคแรก เราไม่เคยรู้เลยว่าจะมีภาคต่อ ดังนั้นในแง่ของกระบวนการสร้าง เราต้องทำให้มั่นใจว่าคุณจะสนับสนุนบทบาท และสิ่งที่คุณเห็นในตัวเอลิสตั้งแต่ภาคแรก ฉันรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบที่จะต้องสนับสนุนองค์ประกอบอื่นๆ กับการแสดงที่เธอได้สร้างขึ้นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่คุณได้เห็นในภาคแรก มันก็เหมือนกับจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ คุณมีภาพในหัวตอนจบเอาไว้แล้ว คุณต้องทำให้มั่นใจว่าคุณได้ปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างเข้าด้วยกันซึ่งคุณได้สร้างภาพนั้นขึ้นมา

     Q : หนังสองภาคแรกเป็นฝีมือการกำกับของ เจมส์ (วาน) และจากนั้นก็ได้ ลีห์ มาดูแลในภาค 3 ซึ่งจริงๆ ก็ดูแลหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มแรก การทำงานกับผู้กำกับใหม่และการแสดงบทบาทนี้เป็นยังไงบ้าง ?
     LS :  อดัม โรบิเทล ซึ่งเป็นผู้กำกับที่โด่งดังมากๆ ฉันคิดว่าเขาทำงานได้ดีเยี่ยมจริงๆ ค่ะ ฉันรู้จัก อดัม มาพอสมควร เราไม่ได้สนิทกันถึงขนาดเป็นเพื่อนสนิท แต่แน่นอนว่าเราเป็นเพื่อนกัน ฉันเคยพบเขาตอนที่เขาเป็นนักแสดงในหนังเรื่อง 2001 Maniacs ซึ่งเขารับบทชาวชนบทซึ่งมีแกะเป็นเพื่อน (หัวเราะ) ฉันได้พบกับ อดัม มานานแล้ว เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ตอนนั้น เขาเป็นคนฉลาด มีสปิริตที่สุดยอด มองโลกในแง่ดี และมีความกระตือรือร้นที่จะเติมเต็มงานของเขาทั้งการเป็นผู้กำกับ และการทำงานสานต่อในหนังแฟรนไชส์ มันเป็นงานที่ยากมากสำหรับเขา ฉันคิดว่าเป็นเพราะเขาเป็นเด็กรุ่นใหม่ในการเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ ฉะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมากมายก่อนที่เขาจะเข้ามาทำ และเขาต้องเติมเต็มมุมมองของหนังแฟรนไชส์ขณะเดียวกันยังต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ และความแตกต่างจากวิสัยทัศน์ของเขา ฉันคิดว่าเขาทำสำเร็จแล้วนะในประเด็นนี้ ฉันคิดว่าหนังของเขามีจุดเด่น และเขาจะทำให้ผู้ชมต้องตื่นเต้นกับการที่พวกเขาคาดหวังในหนังแฟรนไชส์เรื่องนี้

     Q : ช่วงหลายๆ ปีคุณต้องทำงานหนักมาตลอด ดังนั้นการมีเวลาได้สนุกเป็นส่วนนหึ่งในชีวิตของคุณ แล้วคุณไปนิวออร์ลีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดในโลก
     LS :  ฉันมักไปนิวออร์ลีนช่วงคริสต์มาสไทม์ ซึ่งมีความน่าสนใจมากๆ ฉันหวังว่าฉันจะได้กลับมาอีก แล้วก็หวังว่าพวกเขาจะได้พบกับฉันซึ่งบางทีมันเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ได้พูดแบบนี้ (หัวเราะ)

 

อ่านเรื่องอื่นๆ