หนัง-เพลงหนัง 29 พฤศจิกายน 2560 เวลา 07:44

"ดิสนี่ย์"ยิ้มร่า"Coco"ประเดิม $155ล้านทั่วโลกหนังเกย์ "Call Me by Your Name"โกยกระจุย

"Coco" หนังแอนิเมชั่นเรื่องใหม่ของ Disney/Pixar ไม่ทำให้ผิดหวัง ทำเงินสวยงามจากการฉาย 5 วันช่วงวันหยุดเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ด้วยตัวเลขหนาะๆ $72.9 ล้าน ซิวแชมป์บ๊อกซ์ ออฟฟิศ ตามคาด ขณะที่ Justice League หนังรวมพลซูเปอร์ฮีโร่ของ DC Comics แม้เสียงวิจารณ์ไม่ดีนัก แต่เงินยังไหลมาเทมาดีทีเดียว เช่นเดียวกับ Wonder หนังดราม่าที่มี จูเลีย โรบิร์ตส์ นำแสดง ที่โกยเงินเพลิดเพลิน มีผลทำให้สุดสัปดาห์วันหยุดยาวนี้ หนังท็อป 12 ทำเงินรวมกันมากกว่า $180 ล้าน ดีกว่าปีที่แล้วนิดหน่อย

มาดูแชมป์กันเลย "Coco" แอนิเมชั่นที่มาพร้อมเสียงเพลง เข้าฉาย 5 วันทำเงินไป $72.9 ล้าน เป็นหนัง Disney/Pixar ทำเงินในสุดสัปดาห์วันขอบคุณพระเจ้า (ทั้งแบบ 3 วัน และ 5 วัน) มากสุดอันดับ 4 และทำให้ท็อปเทนหนังเปิดตัวมากสุดวันขอบคุณพระเจ้า มีหนังของ Disney ติดโผมากถึง 9 เรื่อง ซึ่งเรื่องเดียวที่แหกคอกหลุดเข้าในดงของ Disney ก็คือ Four Christmases จากค่าย WB (NL) 

รายได้เปิดตัวของ "Coco" นั้นมากกว่า Tangled หรือ ราพันเซลเวอร์ชั่นการ์ตูนของ Disney Animation นิดเดียว แต่ "Coco" จะโกยเงินในประเทศทะลุ $200 ล้านแบบ Tangled หรือเปล่า ? เป็นคำถามสำคัญ หรือหากไม่เอาหนังเจ้าหญิงดิสนี่ย์ ก็รอไปเทียบกับ Moana ที่เข้าฉายสัปดาห์เดียวกันปีที่แล้วก็ได้ โดย Moana เปิดตัว 5 วันทำเงินไป $82 ล้าน และไปลงเอยที่ตัวเลข $250 ล้านกับรายได้ในประเทศ และ $650 ทั่วโลก    

คนดูให้คะแนน "Coco" เป็นเกรด "A+" ใน CinemaScore มีคนดูแบ่งเป็นหญิง-ชาย 53%-47% และมันเข้าฉายต่างแดนแล้ ฟันไปไม่มากไม่มาย $82.32 ล้าน ทำให้รวมทั่วโลกหนังทำเงินไปแล้ว $155.23 ล้าน โดยวกกลับไปในส่วนของตลาดต่างแดนอีกครั้ง หนังฉายในเม็กซิโกมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม และกลายเป็นหนังทำเงินมากที่สุดของประเทศไปแล้ว ส่วนสุดสัปดาห์นี้ หนังฉายที่เมืองจีนและทำเงินไป $18.2 ล้าน (จาก 3 วัน) เป็นหนังการ์ตูน Pixar/Disney เปิดตัวในจีนดีสุดอันดับ 2 รองจาก Zootopia 

"Coco" เล่าเรื่อง "มิเกล" หนุ่มน้อยวัย 12 ปี ผู้เป็นสมาชิกของครอบครัวริเวียรา ครอบครัวชาวเม็กซิกันธรรมดาๆ ที่มีอาชีพเป็นช่างทำรองเท้า แต่ทว่ามีกฎเหล็กห้ามทุกคนในครอบครัวเล่นดนตรีและการร้องเพลง นั้นเป็นเพราะว่าอิเมลดา ย่าทวดของมิเกล ถูกปู่ทวดที่อยากเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังและได้ทิ้งย่าทวดไปเพื่อเดิมตามความฝันของเขา ทำให้ทุกคนในครอบครัวนี้ถูกห้ามเล่นดนตรีและร้องเพลงนับแต่นั้นมา โ

แต่ มิเกล รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ โดยมีไอดอลในดวงใจคือเออร์เนสโต เดอ ลา ครูซ นักร้องดังผู้ล่วงลับ และหลังจากที่รู้ความจริงว่าเดอ ลา ครูซ ลาโลกไปแล้ว มิเกลก็แอบไปขโมยกีตาร์สุดโปรดที่หลุมศพของเขา แต่บังเอิญว่าวันนั้นเป็นวันที่ตรงกับวันประตูนรกเปิดพอดี (Day of the Dead) มิเกลจึงถูกคำสาป พาเขาไปยังดินแดนของคนตาย และได้พบกับ เฮกเตอร์ ผีโครงกระดูกที่จะช่วยเหลือให้เขาได้รู้เรื่องราวในอดีตของครอบครัว 

ร่ายมาซะยาว ต่อไปก็อันดับ 2 เป็นหนังรวมพลซูเปอร์ฮีโร่ Justice League ซึ่งเข้าฉายสัปดาห์ที่สอง รวม 5 วันทำเงิน $60 ล้าน รวมรายได้ในประเทศจากการฉาย 10 วัน อยู่ที่ $171.9 ล้าน ขณะที่รายได้ต่างประเทศ หนังโกยกระจุยไปแล้ว $311 ล้าน หลังจากสะสมอีกประมาณ $72.2 ล้านจากตลาด 66 ประเทศ และรายได้ทั่วโลก $482.90 ล้าน ขณะที่อันดับ 3 คือ Wonder หนังดราม่าที่ดัดแปลงมาจากกหนังสือขายดีของ New York Times ฉายสัปดาห์ที่สองเช่นกัน เพิ่มโรงฉายอีก 76 โรง รวมเป็น 3,172 โรง ทำเงินสุดยอด $32.61 ล้าน ตอนนี้โกยไปแล้ว $69.80 ล้าน

ด้าน Thor: Ragnarok หนังซูเปอร์ฮีโร่ของค่าย Disney/Marvel อยู่อันดับ 4 หลังจากทำเงินอีก $24.43 ล้าน (จาก 5 วัน) รวมทำเงินในประเทศไปแล้ว $277.65 ล้าน มากสุดอันดับ 10 ของหนัง Marvel Cinematic Universe ขณะที่รายได้ต่างแดน หนังเก็บเพิ่มราวๆ $11 ล้าน รวมทำเงิน $513.86 ล้าน และทั่วโลกอยู่ที่ $791.52 ล้าน เป็นหนังจักรวาลมาร์เวลทำเงินทั่วโลกมากสุดอันดับ 7 แล้วจ้า

ต่อด้วยอันดับ 5 Murder on the Orient Express เวอร์ชั่น 2017 หนังสืบสวนสอบสวนที่ดัดแปลงจากงานเขียนของ อกาธา คริสตี้ ยังฟอร์มสุดยอด ห้าวันทำเงิน $18.73 ล้าน รวมรายได้ในประเทศ $74.36 ล้านจากทุน $55 ล้าน ขณะที่รายได้ต่างแดนก็ใช่ย่อย ฉายเพิ่ม 21 ประเทศ สะสมอีก $13.8 ล้าน ในจำนวนนั้นเป็น ยูเค เหมาไป $6.3 ล้าน รวมทำเงินเมืองนอกไปสวยงาม $122 ล้าน และรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ $197.28 ล้าน ยิ้มแฉ่งเลย 

โฉบไปดูเรื่องอื่นๆ บ้าง Sony เพิ่มโรงฉายให้ Roman J. Israel, Esq. หนังแนวดราม่าทริลเลอร์ที่มี เดนเซล วอร์ชิงตัน ประกบ โคลิน ฟาร์เรล จากเดิม 4 โรง เป็น 1,669 โรง และรายได้ก็ไหลมามาเทมา เก็บไป $6.12 ล้าน (5 วัน) จากทุนกว่า $22 ล้าน หนังได้เกรด "B" จาก CinemaScore เล่าเรื่องราวอาชญากรรมในระบบงานยุติธรรมของเมืองลอสแองเจลิส เมื่อทนายความขวานผ่าซาก ผู้ยึดติดอยู่กับอุดมคติที่แสนจะเลื่อนลอย ต้องเข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายที่สั่นคลอนชีวิตและอาชีพ เขาต้องแก้ไขปัญหา ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนที่มุ่งหวังจะตั้งสำนักงานทนายด้วยกัน

ตบท้ายด้วย Call Me by Your Name หนังฮือฮาที่ดัดแปลงจากนิยายเกย์โรแมนติกเล่มดังของ อังเดร เอซิแมน และได้รับการยกย่องให้เป็นหนังเต็งออสการ์ และเรียกคะแนนนิยมจากการฉายตามเทศกาลหนังต่างๆ ประเดิมฉายอลังการมาก แค่ 4 โรงฟันไป $412,932 เฉลี่ยมากถึง $103,233 ต่อโรง!!! สมกับเป็นหนังที่มีคะแนนวิจารณ์สูงสุดของปีนี้จากการประเมินของ Metacritic ด้วยคะแนน 98/100 

Call Me by Your Name เป็นเรื่องราวของเอลิโอ (ทิโมธี ชาลาเมต) หนุ่มวัย 17 เชื้อสายอเมริกัน-อิตาเลียนยิว ที่พบรักกับโอลิเวอร์ (อาร์มี่ แฮมเมอร์) นักศึกษาหนุ่มวัย 24 ปี ชาวอเมริกา ที่มาพักที่บ้านของเขา ขณะมาช่วยงานพ่อของเอลิโอ (ไมเคิล สตูห์ลบาร์ก) ในช่วงปิดภาคฤดูร้อน โดยหนังเป็นผลงานกำกับฯ ของ ลูก้า กัวดานีโน จาก The Big Splash และ I Am Love ซึ่งได้เอซิแมนมาร่วมดัดแปลงบทหนังกับเจมส์ ไอวอรี