หนัง-เพลงหนัง 8 กันยายน 2560 เวลา 07:56

"The Emoji Movie" ตะลุยโลกอิโมจิ

The Emoji Movie เผยให้เห็นโลกลึกลับที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนภายในสมาร์ทโฟนของคุณ สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในแอพส่งข้อความคือ เท็กซ์โทโพลิส เมืองใหญ่ที่อิโมจิทุกตัวของคุณอาศัยอยู่ ด้วยความหวังว่าจะได้รับเลือกจากผู้ใช้โทรศัพท์ ในโลกใบนี้ อิโมจิทุกตัวมีสีหน้าเดียว เว้นแต่ ยีน (ที.เจ. มิลเลอร์) อิโมจิลัลล้าผู้เกิดมาโดยปราศจากฟิลเตอร์และเต็มไปด้วยสีหน้าต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็น "ปกติ" เหมือนกับอิโมจิตัวอื่นๆ ยีนได้ขอความช่วยเหลือจาก ไฮไฟว์ เพื่อนซี้สารพัดประโยชน์ของเขา (เจมส์ คอร์เดน) และ เจลเบรค อิโมจินักถอดรหัสชื่อกระฉ่อน (แอนนา ฟาริส) พวกเขาร่วมมือกันออก "ผจญแอพ" สุดหฤหรรษ์ ผ่านทางแอพบนโทรศัพท์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโลกที่สนุกสนานและวุ่นวาย เพื่อตามหารหัสที่จะมาแก้ไขยีน แต่เมื่อภัยร้ายที่ร้ายแรงกว่ามาคุกคามโลกโทรศัพท์ ชะตากรรมของอิโมจิทุกตัวจะขึ้นอยู่กับสามสหาย ผู้ต้องปกปักษ์รักษาโลกของพวกเขาก่อนที่มันจะถูกลบไปตลอดกาล

เกี่ยวกับภาพยนตร์
มนุษย์ไม่เคยติดต่อเชื่อมโยงกันมากขนาดนี้มาก่อน สมาร์ทโฟนทำให้เราไม่เคยห่างหายจากกันและกัน และเราก็สามารถติดต่อกับผู้คนทั่วโลกได้เสมอและด้วยสิ่งประดิษฐ์ง่ายๆ ตอนนี้ เราก็สามารถสื่อสารกับผู้คนที่ถูกกีดกั้นห่างจากเราด้วยภาษา พรมแดน มหาสมุทร...

เพราะทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่า  หมายถึงอะไร....?บัดนี้ โซนี พิคเจอร์ส อนิเมชัน จะพาคุณเข้าสู่โลกลับๆ ภายในโทรศัพท์ของคุณ เพื่อเข้าร่วมการผจญภัยสุดมันส์ใน The Emoji Movie

"อิโมจิช่วยเราให้แสดงความรู้สึกได้ในแบบที่เราไม่มีเวลาจะถ่ายทอดออกไป หรือไม่มีวิธีที่จะถ่ายทอดออกไป หรือกลัวที่จะถ่ายทอดออกไป" โทนี ลีออนดิส หนึ่งในมือเขียนบทและผู้กำกับของ The Emoji Movie กล่าว "ตอนที่ผมได้อิโมจิฮาร์ทอายส์จากแม่ของผม ซึ่งจริงๆ แล้ว มันมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มันก็ทำให้ผมยิ้ม ในโลกเทคโนโลยีแบบนี้ หัวใจของมนุษย์มักพบวิธีที่จะสร้างความเชื่อมโยงผูกพันได้เสมอครับ"

"ทุกคนต่างก็ใช้อิโมจิ มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราค่ะ" ผู้อำนวยการสร้างมิเชลล์ ไรโม โคยาเต้กล่าว "ฉันชื่นชอบหนังอนิเมชันที่ล้วงลึกเข้าไปในโลกที่คุณพบเจอทุกวัน แต่ไม่เคยครุ่นคิดเกี่ยวกับมันน่ะค่ะ"

และสำหรับที.เจ. มิลเลอร์ ผู้พากย์เสียงอิโมจิตัวเอกที่ชื่อ ยีน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง "พ่อแม่ใช้อิโมจิกับลูกๆ และลูกๆ ก็ใช้อิโมจิกับพ่อแม่ ดังนั้น ทุกคนก็เลยเข้าใจมุขตั้งแต่เริ่มต้นเลย ตั้งแต่ฉากแรก คุณจะคิดว่า "ใช่ ฉันใช้อิโมจิตัวนั้นตลอดเวลาเลย ส่วนเพื่อนฉันก็ใช้อิโมจิผู้หญิงเต้นระบำน่ะครับ" เขากล่าว "แล้วพอคุณเพิ่มความสนุกของงการได้เซอร์แพทริค สจวร์ตมาพากย์เสียงอุนจิ โซเฟีย เวอร์การาพากย์เสียงฟลาเมนก้า แอนนา ฟาริสพากย์เสียงเจลเบรค คือเธอมีชีวิตชีวาเหลือเกินน่ะครับ มายา รูดอล์ฟก็ตลกเหลือเกิน สตีเวน ไรท์ เป็นหนึ่งในไอคอนของผมในโลกสแตนด์อัพ เจนนิเฟอร์ คูลลิดจ์และเจมส์ คอร์เดนก็ไม่เคยไม่ตลกเลย...ผมตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับพวกเขาเพราะมันดูเหมือนจะเป็นโปรเจ็กต์ที่มีองค์ประกอบของการเป็นหนังที่ยิ่งใหญ่และน่าประหลาดใจมากๆ น่ะครับ"

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ศูนย์กลางของ The Emoji Movie คือโทรศัพท์ ซึ่งเป็นของเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ชื่อ อเล็กซ์ และศูนย์กลางของโทรศัพท์ของเขาก็คือ เท็กซ์โทโปลิส ที่ซึ่งอิโมจิทุกตัวอาศัยอยู่ "เท็กซ์โทโปลิสเป็นสังคมที่มีประชากรหนาแน่น ที่มีวัตถุประสงค์เพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการช่วยอเล็กซ์สื่อสารครับ" ลีออนดิสกล่าว "พวกเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ทำงานของตัวเอง และอิโมจิแต่ละตัวจะมีบทบาทหลักละสำคัญมากๆ ของตัวเองครับ"

อิโมจิทุกตัวมีความหมายเพียงอย่างเดียว นั่นคืออารมณ์เพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดมันออกไป ไม่ว่าพวกเขาอาจจะรู้สึกยังไงข้างใน แต่สไมเลอร์ก็จะต้องยิ้มเสมอ ไครเออร์ก็จะต้องร้องไห้เสมอแม้ว่าเขาจะเพิ่งถูกล็อตเตอรีมา และต้นคริสต์มาสก็จะต้อง...คริสต์มาสสสสสส

แต่แล้วกลับมียีน อิโมจิที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการถ่ายทอดทุกอารมณ์เท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งทำให้เกิดเรื่องผิดพลาดสารพัดอย่างขึ้นกับยีน

"ในโลกที่เนืองแน่นไปด้วยอิโมจิที่ถ่ายทอดเพียงแค่อารมณ์เดียวออกมา อิโมจิที่มีทุกอารมณ์อาจจะเป็นภัยคุกคามได้ครับ" ลีออนดิสกล่าว "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ในโลกของเรา การทำตัวแตกต่างบางครั้งก็ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกถูกคุกคามด้วยครับ"

"ประเด็นเกี่ยวกับยีนที่ทำให้ฉันถูกใจคือเขารู้สึกเหมือนเขาบุบสลาย ไม่ใช่แค่แตกต่าง แต่เป็นบุบสลาย และต้องได้รับการซ่อมค่ะ" โคยาเต้กล่าว "แต่พอเขาออกเดินทางเพื่อ ‘ซ่อม’ตัวเอง เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้บุบสลายเลย สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างเป็นสิ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น นั่นเป็นคำเปรียบเปรยสำคัญของหนังเรื่องนี้ และฉันก็คิดว่านั่นเป็นความรู้สึกที่เป็นสากลค่ะ"

ยีนร่วมกับไฮไฟว์ เพื่อนของเขา ในการออกตามหา เจลเบรค อิโมจินักถอดรหัส ผู้สัญญาว่าเธอสามารถซ่อมยีนได้ ถ้าพวกเขาสามารถเดินทางไปถึงเดอะ คลาวด์ได้ แน่นอนว่า การเดินทางครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงยีนไป แต่ไม่ใช่ในแบบที่เขาคาดคิด

"ยีนเปลี่ยนจากการสงสัยในตัวเอง ไปเป็นการยอมรับตัวเอง ไปเป็นคนที่ชื่นชมในความแตกต่างของตัวเองครับ" ลีออนดิสกล่าวต่อ "การชื่นชมความแตกต่างของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ยิ่งโดยเฉพาะในปัจจุบันด้วยแล้วครับ"

การเดินทางของยีนพบกับความยุ่งยากในโลกแห่งความเป็นจริง อเล็กซ์พยายามจะรวบรวมความกล้าเพื่อส่งข้อความไปให้กับสาวที่เขาปิ๊ง และถ้าเขาไม่ได้ส่งอิโมจิที่ใช่ไปล่ะก็ มันก็อาจทำโอกาสของเขาพังไปตลอดกาลก็ได้ ในตอนที่การเดินทางของยีนทำให้โทรศัพท์เสีย อเล็กซ์ก็เริ่มเชื่อว่าทางออกเดียวคือการลบข้อมูลในโทรศัพท์...และทุกคนในนั้น

"การเดินทางของอเล็กซ์และยีนเดินไปในทิศทางเดียวกันครับ" ลีออนดิสกล่าว "มันเป็นเรื่องของเด็กหนุ่มที่พยายามจะแสดงความรู้สึกให้เด็กสาวได้รับรู้ แต่ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีอิสระมากพอที่จะถ่ายทอดอารมณ์ของตัวเองออกมาได้ ยีนมีอารมณ์ทั้งหมดพวกนี้ แต่เขาถูกบอกให้สะกดอารมณ์พวกนั้นเอาไว้ เขาก็เลยไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดอารมณ์ของตัวเองออกไปยังไงเหมือนกัน"

การเดินทางของยีนพาเขาเดินทางผ่านแอพที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลกหลายแอพ ซึ่งรวมถึง Candy Crush Saga, Dropbox, Instagram, Just Dance, Spotify, Twitter, WeChat และ YouTube โดยที่แต่ละแอพก็กลายเป็นโลกที่แตกต่างกันไปในตอนที่อิโมจิทั้งสามตัวเดินทางไปถึงเดอะ คลาวด์ นอกจากนั้น แอพยอดนิยมอย่าง Crackle, Facebook, Shazam, Snapchat และ Twitch ก็ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

"เราผ่าน Candy Crush ที่ซึ่งยีนเสี่ยงต่อการโดนลบ มันเป็นฝันร้ายที่สุดของเขาเลยค่ะ" โคยาเต้กล่าว "เราเข้าไปในแอพ Just Dance ที่ซึ่งยีนต้องถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกไปจริงๆ เราได้ไปที่ Spotify ที่ซึ่งยีนได้ไหลไปกับกระแสดนตรีหลากหลายแนว เราได้ไปที่ YouTube ที่ซึ่งมีวิดีโอหลายพันชิ้นฉายบนหน้าจอรอบตัวพวกเขา และ Instagram ที่ซึ่งภาพถ่ายมีชีวิตแบบ 360 องศา"

"ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เล่นในโลกพวกนี้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อชีวิตประจำวันของทุกคน" ลีออนดิสกล่าว "ทุกแอพที่เราเลือกต้องท้าทายยีนและผลักดันให้เขามีความก้าวหน้าทางอารมณ์ในการเดินทางของเขา แต่ก็ต้องเป็นแอพที่น่าสนใจและเป็นที่รู้จักในวงกว้างที่เด็กๆ จะมีในโทรศัพท์ของเขาหรือเธอด้วยครับ นั่นเป็นวิธีการที่เราใช้ในการผสมผสานการผจญภัยของเราผ่านทางแอพพวกนี้กับเรื่องราวของเราเกี่ยวกับการสื่อสารและเจ้าตัวน้อยที่รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างน่ะครับ"

 

 

 

 

 

อ่านเรื่องอื่นๆ