หนัง-เพลงหนัง 19 พฤษภาคม 2560 เวลา 08:39

"King Arthur: Legend of the Sword" ตำนานแห่งดาบบทใหม่

เมื่อพระบิดาของอาร์เธอร์ถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่เขายังเล็ก วอร์ทิเจิร์น อาของอาร์เธอร์ จึงยึดบัลลังก์มาเป็นของตน อาร์เธอร์ถูกริบสิทธิ์แต่กำเนิดและไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นใคร เขาเติบโตมาอย่างปากกัดตีนถีบในย่านเสื่อมโทรมของเมือง แต่เมื่อเขาดึงดาบขึ้นมาจากหิน ชีวิตของเขาก็กลับตาลปัตรและเขาก็ต้องยอมรับชาติกำเนิดที่แท้จริงของตน

ผู้กำกับชื่อดัง กาย ริชชี นำสไตล์อันมีชีวิตชีวามาให้หนังแอ็คชั่นผจญภัยแฟนตาซีเรื่องยิ่งใหญ่ "King Arthur: Legend of the Sword" ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยชาร์ลี ฮันแนม ในบทกษัตริย์อาร์เธอร์ และนับเป็นการนำตำนานดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์สุดคลาสสิกมาถ่ายทอดผ่านมุมมองใหม่ โดยตามรอยเส้นทางของอาร์เธอร์จากชีวิตข้างถนนจนกระทั่งได้ครองบัลลังก์ ร่วมด้วยนักแสดงผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ จู๊ด ลอว์ ("Cold Mountain", "The Talented Mr. Ripley"), แอสทริด แบร์แจส-ฟริสบี ("Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides"), ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ไจมอน ฮอนซู ("Blood Diamond", "In America"), เอแดน กิลเลน ("Game of Thrones" ทางช่อง HBO) และอีริก บานา ("Star Trek")


    
ทุกคนรู้จักตำนานกษัตริย์อาร์เธอร์ที่เล่าขานกันมา...หรืออย่างน้อยก็คิดว่าตัวเองรู้ แต่เมื่อเรื่องนี้ตกอยู่ในมือของผู้กำกับกาย ริชชี มันก็ได้รับการถ่ายทอดให้ทันสมัยและสมจริงสมจังมากยิ่งขึ้น ในเรื่องนี้อาร์เธอร์ยังไม่ได้เป็นกษัตริย์ แต่เป็นเพียงนักเลงซึ่งกลายมาเป็นวีรบุรุษโดยไม่ตั้งใจ เขามุ่งมั่นค้นหาชะตาชีวิตที่แท้จริงของตนแม้ในขณะต่อสู้กับราชวงศ์ซึ่งตัวเขาจะได้ขึ้นปกครอง
    
"ผมคิดว่าเรื่องเล่าที่ดีมักให้คนออกเดินทางเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ให้เขาได้พัฒนาจากอุปนิสัยขั้นพื้นฐานกลายเป็นผู้ที่สมควรก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่" ริชชีกล่าว เขาร่วมเขียนบทและอำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ "ในเวอร์ชั่นของเรา ชีวิตของอาร์เธอร์เริ่มต้นจากการเป็นคนต่ำต้อย เป็นเด็กยากจนที่อาศัยอยู่ในซ่อง วิ่งเล่นตามถนน ฝึกต่อสู้และหลบหลีกกฎหมายกับเพื่อนฝูง จากนั้นการกระทำของคนอื่นๆ ซึ่งบางคนก็มีเจตนาดีและบางคนก็มีเจตนาไม่ดีนัก ก็ได้บังคับให้เขาต้องขยายขอบเขตศักยภาพของตัวเอง"
    


ชาร์ลี ฮันแนม ผู้รับบทเป็นอาร์เธอร์ หรือชื่อแต่กำเนิดว่าเพนดรากอน ชายผู้ถูกกำหนดให้เป็นวีรบุรุษแต่ต้องดิ้นรนกับการยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง กล่าวว่า "กายได้นำเอาการเดินทางของวีรบุรุษตามแบบฉบับมาสร้างเป็นเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีตัวละครอาร์เธอร์ที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่ อาร์เธอร์ในฉบับของเราเติบโตมาด้วยลำแข้งของตัวเอง เกกมะเหรกเกเร สร้างโลกใบเล็กๆ ที่เขาเป็นเจ้าชายท่ามกลางหมู่โจร แต่เขาก็ไม่ใช่คนจิตใจงามที่มีเป้าหมายอันสูงส่ง"


    
ทว่าเป้าหมายนั้นกลับตามหาเขา และทันทีที่อาร์เธอร์ได้สัมผัสดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ แท่งเหล็กชิ้นพิเศษที่ฝังตรึงแน่นอยู่ในก้อนหิน ชีวิตของเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล...ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่


    
"นี่ไม่ใช่กษัตริย์อาร์เธอร์ฉบับที่พ่อของคุณเคยดู" อคิวา โกลด์สแมน กล่าว "เขาไม่ใช่คนที่นำดาบออกจากหินด้วยความกระวนกระวายใจว่า 'จะเป็นเรารึเปล่า จะใช่เรารึเปล่า' นี่เป็นคนที่คิดว่า 'เรามาทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย ขออย่าให้เป็นเราเลย' ที่จริงแล้วเขาไม่รู้ว่าการดึงดาบออกมาได้จะมีความหมายอย่างไรต่อตัวเขาด้วยซ้ำ แค่รู้สึกว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคงไม่น่าพอใจแน่ แล้วเขาก็คิดถูก"
    


"King Arthur: Legend of the Sword" แนะนำให้เรารู้จักอาร์เธอร์ซึ่งเติบโตในซ่องโสเภณีในย่านที่อาจเรียกได้ว่าเป็นย่านเสื่อมโทรมของเมือง เขาวิ่งไปตามตรอกซอกซอยในเมืองกับแก๊งค์เพื่อนๆ โดยไม่เคยล่วงรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตน แต่ด้วยความโชคร้าย อาร์เธอร์ถูกส่งตัวไปยังปราสาทคาเมล็อตเพื่อเข้ารับการทดสอบเช่นเดียวกับชายหนุ่มทุกคนในวัยนั้น นั่นคือการทดสอบดึงดาบออกจากหิน 
    


สำหรับคนส่วนใหญ่มันเป็นความพยายามที่สูญเปล่า เพราะมีชายเพียงคนเดียวในหมู่พวกเขาที่จะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ การค้นหาเขาคือบททดสอบที่แท้จริง เพราะผู้ผ่านการทดสอบนั้นจะต้องโทษประหาร และระหว่างที่อาร์เธอร์รีบมาทดสอบให้จบๆ เพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติเสียที เขาก็ได้เผชิญหน้ากับวัตถุเพียงหนึ่งเดียวซึ่งจะเผยให้เขารู้ถึงความจริงในอดีตของตนและความเป็นไปได้ของตัวเขาในอนาคต ... เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้อยากจะรู้


    
"เท่าที่ผ่านมาอาร์เธอร์เป็นคนยากจนมาตลอด เขาต้องไขว่คว้าเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ เขาไม่เคยได้รับอะไรจากใคร" ฮันแนมกล่าว "เมื่อเขาจับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ มันมีอำนาจเหนือเขาในทุกๆ ทาง เขาปฏิเสธดาบและผลลัพธ์ที่ตามมาพร้อมกับดาบ เขาไม่ได้ถือเป็นเรื่องจริงจังซะด้วยซ้ำ เขาไม่ต้องการแบกรับความรับผิดชอบนั้น"
    


แต่ฮันแนมไม่เป็นแบบนั้น ริชชีกล่าวว่า "ผมจะบอกให้ว่าชาร์ลีมีดีที่ตรงไหน...ทุกอย่างเลยครับ เขาทำงานหนักมากและไม่เคยโอดครวญเลยซักนิด แม้กระทั่งเวลาที่เราขอให้เขาทำเรื่องยากๆ เขาเป็นคนดี มีน้ำใจ ช่างคิด และมีพรสวรรค์ ผมชอบเขาตั้งแต่เริ่มต้นการถ่ายทำ และชอบเขามากยิ่งขึ้นทุกวันๆ จนสุดท้ายผมรักเขาเลยล่ะ"


    
ฮันแนมก็ชื่นชมในตัวริชชีเช่นกัน "เป็นประสบการณ์การทำหนังที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยสัมผัสมาเลยครับ ก็เพราะว่าทำงานกับกายนี่ล่ะ" นักแสดงรายนี้กล่าว "ผมสนุกมาก ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างและช่วยให้ผมได้เติบโตอย่างแท้จริง กายตัดสินใจแบบฉับพลันทันด่วน คิดวิธีแก้ปัญหาขึ้นมาเดี๋ยวนั้นถ้ามีอะไรที่ไม่เวิร์ค เขาทำให้บรรยากาศแวดล้อมดูมีชีวิตชีวาและทำงานกับนักแสดงโดยใช้สัญชาตญาณ ถ้าวันนั้นผมเกิดนึกอะไรไม่ออก เขาก็จะมีไอเดียให้สักสิบไอเดียเสมอ"


    
เช่นเดียวกับที่ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์มีบทบาทในการนำอาร์เธอร์ไปพบโชคชะตาของตน ฮันแนมเผยว่า "มันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมตกผลึกความฝันที่จะได้มาเป็นนักแสดงครับ ผมดูหนังทุกเรื่องเกี่ยวกับตำนานกษัตริย์อาร์เธอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอนผมอายุหกเจ็ดขวบ ผมมีดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ที่ผมแกะจากไม้เพื่อไว้ใช้เล่นเป็นอาร์เธอร์ด้วย เพราะฉะนั้นการได้มาอยู่ในฉากเมืองลอนดิเนียมเพื่อรับบทเป็นกษัตริย์อาร์เธอร์จริงๆ จึงเป็นประสบการณ์สุดตื่นเต้นเลยล่ะครับ"